ให้เป็นไปตามมติ ครม. ปี 2538 โดยเร่งรัดจัดระเบียบ 5,529 สำนักสงฆ์ในเขตป่าไม้ ขับทันที 68 แห่ง เผย "เลย – ขอนแก่น" แชมป์ทำผิด ...
วานนี้ (4 ส.ค.) นายสมชัย เพียรสถาพร อธิบดีกรมป่าไม้ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) กล่าวว่า ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ ที่มีนายสุวิทย์ คุณกิตติ รมว.ทรัพยากรฯ เป็นประธาน ได้มีมติให้กรมป่าไม้ เร่งรัดดำเนินการแก้ไขปัญหาพระสงฆ์ในพื้นที่ป่าไม้ ให้เป็นไปตามมีมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 18 เม.ย.2538 โดยที่ผ่านมา กรมป่าไม้ ได้ประสานกับกรมการศาสนา กรมการปกครองและมหาเถรสมาคม และมีการตั้งคณะกรรมการระดับจังหวัด ระดับอำเภอ ซึ่งได้มีการสำรวจจำนวนที่พักสงฆ์ ในพื้นที่ป่าไม้เอาไว้รวม 5,529 แห่ง รวมพื้นที่ประมาณ 192,763 ไร่ แบ่งออกเป็นที่พักสงฆ์ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ 4,249 แห่ง พื้นที่ 157,226 ไร่ ป่าตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 จำนวน 368 แห่งพื้นที่ 12,668 ไร่ เขตอุทยาน 172 แห่ง พื้นที่ประมาณ 8,768 ไร่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า 41 แห่งพื้นที่ 1,490ไร่ เขตปฏิรูปที่ดินเพื่อการเกษตรกรรม(ส.ป.ก. ) 320 แห่
อธิบดีกรมป่าไม้ กล่าวต่อว่า ขณะนี้กรมป่าไม้ได้ทำการสำรวจ และจำแนกรายละเอียดของที่พักสงฆ์แล้วเสร็จ 3,056 แห่ง พบว่า มี 68 แห่งที่ต้องผลักดันออกจากพื้นที่ทันที เนื่องจากไม่เป็นไปตามมติที่กำหนดไว้ เช่น เพิ่งเข้ามาอยู่หลังมติ ครม. และอยู่ในเขตป่าอนุรักษ์โซนซี และเข้ามาหลังการประกาศเขตอุทยาน เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีการรายงานปัญหาบางแห่งบุกรุกขยายพื้นที่ ก่อสร้างพี่พักถาวร ลานฉัน ห้องน้ำ เข้าไปตัดต้นไม้หวงห้าม รวมทั้งปัญหาการเข้าไปธุดงค์ของพระสงฆ์ที่อาจทำให้เกิดปัญหาไฟไหม้ป่าโดย รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ที่สำคัญ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ได้มีการรายงานข้อมูล ว่าก่อนหน้านี้เคยมีการจับกุมลูกศิษย์ของสำนักสงฆ์ภูไม้ฮาว ที่เข้าไประเบิดถ้ำในเขตอุทยานแห่ง ชาติภูผายล จ.มุกดาหาร และมีการแจ้งความดำเนินคดีฟ้องร้องและศาลมีมติให้จำคุกลูกศิษย์เป็นเวลา 1 ปี 3 เดือนด้วย
นอกจากนี้ นายสมชัย กล่าวอีกว่า ในเขตพื้นที่ภาคอีสาน มีที่พักสงฆ์อีก 63 ที่พัก แบ่งเป็นเขตอุทยานแห่งชาติภูผาเทิบ 3 แห่ง อุทยานแห่ง ชาติภูสระดอกบัว 5 แห่ง ภูผายล 11 แห่ง พื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน 2 แห่ง และพื้นที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าถ้ำผาน้ำทิพย์ 19 แห่ง ซึ่งยอมรับว่าเรื่องการนิมนต์พระออกจากป่าเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก ทำให้ต้องมีการหารือกับทางกรมการศาสนา และมหาเถรสมาคม เพื่อทำความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องนี้กับสำนักสงฆ์ทั่วประเทศ เพราะถ้าจะว่ากันแล้วสำนักสงฆ์จำนวนน้อยเท่านั้นที่ไม่ยอมรับเงื่อนไข ระเบียบข้อตกลง เพราะจากมติคราวเดียวกันก็มีสำนักสงฆ์มากถึง 989 แห่งที่อยู่ในป่าและเข้ามาช่วยงานด้านป่าไม้ ส่วนที่เหลืออีก 1,999 แห่ง มีการขอนุญาตสร้างวัดโดยถูกต้องตามกฎหมาย ส่วนที่อยู่ระหว่างการสำรวจอีก 1,928 แห่ง หรือคิดเป็น 34.87% ทางสำนักงานจัดการป่าชุมชนกำลังเร่งดำเนินการอยู่
อย่างไรก็ตาม นายสมชัย กล่าวด้วยว่า จะมีการประชุมพระสังฆาธิการ และเจ้าคณะจังหวัดทั่วประเทศที่สำนักสงฆ์ตั้งอยู่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในวันที่ 27 ส.ค.นี้ ที่อาคารสารนิเทศ ม.เกษตรศาสตร์ เมื่อถามว่ามีข่าวว่าจะมีพระสายปฏิบัติที่ไม่พอใจและเคลื่อนไหวคัดค้านกรม ป่าไม้จะรับมืออย่างไร นายสมชัย ตอบว่า ขณะนี้จะเร่งประสานให้คณะกรรมการระดับจังหวัดทำความเข้าใจกับสำนักสงฆ์ จำนวน 68 แห่งที่อยู่ในบัญชีกลุ่มแรกที่ต้องนิมนต์ท่านออก เพราะถือว่าทำผิดรุกที่ป่าจริงๆ ซึ่งเท่าที่ได้รับรายงานส่วนใหญ่อยู่เขตภาคอีสาน เฉพาะที่ จ.เลย มีมากถึง 21 แห่งอยู่ในเขตป่าสงวน รองลงมาที่ขอนแก่น 15 แห่ง อุดรธานี 3 แห่ง ราชบุรี 5 แห่ง กาญจนบุรี 4 แห่ง ชุมพร 3 แห่งเป็นต้น




















