advertisement

เลี้ยงไก่ไข่โรงเรียน ตชด.ฝังอาชีพเกษตรกลุ่มเด็กด้อยโอกาส

โดย เพ็ญพิชญา เตียว 8 ก.พ. 2555 05:00

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำริ ให้ชาวไทยภูเขา (กะเหรี่ยง) ย้ายมาอยู่ในที่ดินจัดสรรพื้นที่ บ้านป่าละอู ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ในปี พ.ศ.2526 ซึ่งต่อมาหน่วยงานต่างๆได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือทั้งในด้านการศึกษา รวมทั้งส่งเสริมอาชีพเพื่อให้ชุมชนดังกล่าวอยู่ได้ด้วยความเข้มแข็ง

...เพื่อสนองพระราชดำริ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) ซีพีเอฟ จึงได้เข้าไปส่งเสริม “โครงการอาหารกลางวัน” กับเด็กในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนนเรศวรป่าละอู...



นายสุปรี เบ้าสิงห์สวย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการมูลนิธิพัฒนาชีวิตชนบทฯ เปิดเผยว่า การให้ความสำคัญต่อการส่งเสริมพัฒนาการทั้งร่างกาย จิตใจและสมองของเยาวชน ไทย นับเป็นรากฐานที่จำเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะประเทศ ไทยที่ปัจจุบันยังมีเด็กนักเรียนในท้องถิ่นทุรกันดารที่ต้องประสบภาวะทุพโภชนาการ ดังนั้น การช่วยเหลือแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างยั่งยืนได้ ด้วยการจัด “โครงการเลี้ยงไก่ไข่เพื่ออาหารกลางวันนักเรียน” ควบคู่กับการส่งเสริมให้ความรู้ระบบวิธีการเลี้ยงแก่เด็กนักเรียนในโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนที่ห่างไกล และโรงเรียนในสังกัด สพฐ. จำนวนกว่า 396 แห่งทั่วประเทศ โดยตั้งเป้าขยายให้ครบ 500 แห่ง ภายในปี 2556


ร.ต.ท.คำนึง สงสม ครูใหญ่โรงเรียน ตชด. นเรศวรป่าละอู เผยว่า โรงเรียน ตชด.ซึ่งอยู่ใต้สังกัดกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดนที่ 14 เปิดทำการสอนตั้งแต่ชั้นเด็กเล็ก จนถึงประถมศึกษาปีที่ 6 ปัจจุบันมีนักเรียนรวม 225 คน ส่วนใหญ่เป็นเด็กชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยง ซึ่งทางโรงเรียนได้เข้าร่วมโครงการฯ กับซีพีเอฟและมูลนิธิฯ มาตั้งแต่ปี’45 โดยทางซีพีเอฟจะช่วยสร้างโรงเรือนมาตรฐาน พร้อมมอบแม่พันธุ์ไก่ไข่รุ่นแรก ซึ่งเป็นไก่สาวอายุ 18 สัปดาห์ ที่สามารถให้ผลผลิตได้ทันที รวมทั้งติดตั้งระบบน้ำ

และ...ดูแลด้านอาหารสัตว์สำหรับเลี้ยงไก่ได้ 1 รุ่น และที่สำคัญก็คือเรื่องวัคซีนไก่ ซึ่งตลอดระยะเวลาจะมีพี่เลี้ยงเข้ามาให้คำปรึกษาแนะนำ ให้ความช่วยเหลือทั้งการทำวัคซีน ซึ่งเป็นการป้องกันดูแลสุขภาพไก่ โดยจะมีเจ้าหน้าที่สัตวบาลเข้ามาช่วยดูแลให้คำแนะนำ ระบบป้องกันโรคระบาดสัตว์อย่างต่อเนื่อง เมื่อได้ผลผลิต ส่วนหนึ่งจะนำมาเป็นอาหารกลางวันให้กับเด็กนักเรียน และอีกส่วนสหกรณ์จะจำหน่ายให้กับชุมชนและผู้ปกครองในเขตบริการ



ด.ช.ธเนศพล ศรีทอง นักเรียนชั้น ป.4 หนึ่งในสมาชิกของโครงการฯ บอกว่า ตอนเช้าพอมาถึงโรงเรียนก็จะเข้ามาดูแลทำความสะอาดเล้าไก่และให้อาหารไก่พร้อมกับเพื่อนๆอีก 2 คน จากนั้น พอเลิกเรียนจึงเข้ามาเก็บไข่ พร้อมดูอาหารไก่อีกครั้งว่ามีเพียงพอหรือไม่ ซึ่งตนมองเห็นว่า การได้มาเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลเลี้ยงไก่ไข่นี้ นอกจากสนุกมีกิจกรรมทำแล้ว ยังได้ประสบการณ์ ช่วยให้เพื่อนๆในโรงเรียนได้มีไข่ไก่บริโภค อนาคตคิดว่าจะเลี้ยงไว้ในบ้าน เพื่อเป็นแหล่งอาหารสำหรับคนในครอบครัว

โครงการดังกล่าวนอกจากช่วยสร้างแหล่งอาหารในโรงเรียนและชุมชนได้อย่างยั่งยืน ยังทำให้คนในชุมชนสามารถยืนหยัดอยู่ได้โดยการพึ่งพาตนเองตามแบบแผนของเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างลงตัว.

 

เพ็ญพิชญา เตียว

โหวตข่าวนี้