• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการบนมือถือ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
Thairath

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2556
ค้นหาข่าว
Twitter
Facebook
Facebook
คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว
  • ข่าวในพระราชสำนัก
  • การเมือง
  • กีฬา
  • บันเทิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิทยาการ
  • เศรษฐกิจ
  • การศึกษา
  • ต่างประเทศ
  • ข่าวทั่วไทย
  • การศึกษา
  • การเกษตร
  • สาธารณสุข
  • วัฒนธรรม
  • คุณครูในดวงใจ
  • คนเก่งเปล่งประกาย
  • ข่าวทุน
  • สวัสดีแคมปัส
เรื่องเด่น :
'ชินภัทร' ห่วงงานยืนยันไม่ลาออก | ลั่นล้างไตหน้าบ้านนายกฯ อันตราย | จะหาไหนมาเทียม...โอ้เจ้าดวงเดือน...เอ้ยยย... |

ระวัง! "ดาบสองคม"

Pic_236355

เดินเครื่องเต็มสูบแล้วกับการแจก “แท็บเล็ต” นักเรียนชั้น ป.1 ทุกคนทั่วประเทศ

ตามโครงการ “หนึ่งนักเรียน หนึ่งแท็บเล็ต” หรือ One Tablet PC Per CHild หนึ่งในนโยบาย “ประชานิยม” ที่พรรคเพื่อไทยเคยประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

ล่าสุดรัฐบาล นายกฯปู 2 ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้สั่งเดินหน้าแจกแท็บเล็ต โดย “ทุบโต๊ะ” เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 เป้าหมายให้ขยายการแจกแท็บเล็ตให้กับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน หลังมีข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะแจกแท็บเล็ตให้ได้เพียงร้อยละ 60 ของจำนวนเด็ก ป. 1 ทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ยังมีการตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายโครงการดังกล่าว โดยมี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติในการแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียน รวมถึงการพัฒนา ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย หรือ wifi


ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคณะอนุกรรมการอีก 4 ชุดเพื่อดูแลงานด้านต่างๆ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านวิชาการ ซึ่งจะดูแลเรื่องการพัฒนาหลักสูตรและเนื้อหาสาระมี ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการด้านการสรรหาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต มี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นประธาน คณะอนุกรรมการด้านการประสานสื่อสร้างสรรค์และโครงข่าย มี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เป็นประธานและ  คณะอนุกรรมการด้านความเหมาะสมและความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล มี น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน

ยิ่งเท่ากับตอกย้ำให้เห็นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทย เอาจริง เอาจัง และมีเป้าหมายที่จะนำไปสู่การแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนทุกคน ทุกระดับชั้นทั่วประเทศ

สอดรับกับการให้สัมภาษณ์ของ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการคนใหม่ ที่เพิ่งได้รับการวางตัวให้เข้ามานั่งกุมบังเหียนในกระทรวงศึกษาธิการว่า “รัฐบาลจะจัดซื้อแท็บเล็ตจำนวน 9 แสนเครื่อง เพื่อจัดสรรให้กับนักเรียนชั้น ป.1 ได้ครบทุกคนทั่วประเทศ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการ ศึกษา 2555 โดยจะเป็นการจัดซื้อระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน หรือ Government to Government สำหรับการจัดซื้อและราคาเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะเป็นผู้เจรจากับรัฐบาลจีนต่อไป ซึ่ง ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของเนื้อหาที่จะใส่ในแท็บเล็ตและการอบรมครูไว้แล้วและผมอยากแจก แท็บเล็ตให้เด็กเอาไปใช้ที่บ้านเลยโดยไม่ต้องคืน เพราะในรุ่นต่อไปก็ต้องจัดสรรงบประมาณมาซื้อใหม่”


สำหรับคุณสมบัติของเครื่องนั้นได้มีการกำหนดสเปกไว้เบื้องต้น ดังนี้ ความเร็ว (CPU) อยู่ที่ 1 กิกะเฮิรตซ์ หน่วยความจำหลัก 512 เมกะไบต์ จอขนาด 7 นิ้ว ความละเอียดจอภาพ 1,024 × 768 พิกเซล และหน่วยบันทึกภายใน (Internal Storage) 16 กิกะไบต์ ตัวเครื่องสามารถเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายได้และมีกล้องในตัวเครื่อง โดยมีการกำหนดราคาไว้ที่เครื่องละประมาณ 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,225 บาท แต่ด้วยราคาที่ว่านี้อาจจะต้องมีการปรับลดสเปกลงอีก เพราะจากการศึกษาพบว่าเป็นวงเงินที่ต่ำกว่าราคาขายของประเทศจีน

หันมาดูในส่วนเนื้อหาที่จะใส่ลงในแท็บเล็ต ได้มีการกำหนดแล้วว่าจะมีการบรรจุเนื้อหาใน 5 กลุ่มสาระวิชา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ สังคมศึกษา

ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเนื้อหาที่เป็นอีบุ๊กไปให้กับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า เพื่อแปลงเนื้อหาใน 5 กลุ่มสาระวิชา จากแบบเรียน 8 เล่มลงในอีบุ๊ก รวมทั้งบรรจุสื่อการเรียนอีกประ– มาณ 390 ชุดลงไปด้วย ซึ่งจากข้อมูลของคณะทำงานก็พบว่าเฉพาะสองส่วนนี้ต้องใช้พื้นที่หน่วยความจำในแท็บเล็ตประมาณ 4 กิกะไบต์

ทั้งหมดข้างต้นเป็นความคืบหน้าและขั้นตอนในการเตรียมความพร้อม เพื่อขานรับนโยบายของรัฐบาล ที่จะให้เด็ก ป.1 มีแท็บเล็ตใช้กันถ้วนหน้า แต่ขณะเดียวกันในส่วนของภาคสังคมก็เกิดกระแสความห่วงใยและข้อท้วงติงมากมาย โดยเฉพาะจากนักวิชาการและนักการศึกษา

ที่มองว่าเด็กในวัยนี้อยู่ในวัยที่ต้องเน้นทักษะการอ่านออก  เขียนได้ ในขณะที่มีผลการวิจัยว่าการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในเด็กวัยนี้ ไม่มีผลทางบวกในการสร้างแรงจูงใจในการเรียน ทั้งด้านการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนและพัฒนา การทางวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ ยังมีความห่วงใยถึงผลกระทบที่อาจจะตามมาติดๆ จากการแจกแท็บเล็ตให้เด็กนำกลับไปใช้ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำแท็บเล็ตไปใช้ในทางที่ผิด อาทิ การดูสื่อลามก ปัญหาเด็กติดเกม

แน่นอนในโลกยุคไฮเทคเช่นปัจจุบันนี้คงต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญในการจัดการศึกษา แต่ข้อห่วงใยต่างๆ จากสังคม โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงการศึกษาก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

เพราะการนำแท็บเล็ตมาใช้ควรจะมีการเตรียมความพร้อม เริ่มตั้งแต่เรื่องของงบประมาณที่เดิมกระทรวงศึกษาธิการตั้งงบประมาณไว้เพียง 1,900 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อแท็บเล็ตแจกเด็ก ป.1 ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเป้าหมายแค่ร้อยละ 60 ของนักเรียนชั้น ป.1

แต่เมื่อมีการ “ทุบโต๊ะ” จากนายกฯ ให้แจกเด็ก ป.1 ทุกคนทั่วประเทศ จึงต้องมีการเสนอของบกลางเพิ่มอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้คณะรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งเรื่องของงบประมาณที่ได้รับจะสะท้อนไปถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของแท็บเล็ตที่จะจัดซื้อ  เพราะหากงบฯไม่เพียงพอก็อาจจะนำไปสู่การปรับลดสเปกของเครื่องลงอีก ไหนจะค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในกรณีที่แท็บเล็ตเสียอีก


ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เรื่องของครูผู้สอน  กระทรวงศึกษาธิการควรจะจัดอบรมครูที่สอนชั้น ป. 1 ทุกคนให้ใช้แท็บเล็ตเป็นก่อนเด็ก เพราะครูเหล่านี้จะต้องไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็ก

แต่จนถึงขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว มีเพียงความเคลื่อนไหวในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ที่วางแผนจะอบรมศึกษานิเทศก์ในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ เพื่อไปขยายผลให้กับครูที่สอนชั้น ป.1 ในเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งดูแล้วคงไม่ทันกาล

และที่เราเห็นว่าสำคัญที่สุด คือการเตรียมความพร้อมของเด็ก เพราะต้องยอมรับว่าเด็ก ป.1 ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ยังไม่รู้จักที่จะแบ่งเวลาเรียนและเวลาเล่น การให้เด็กนำแท็บเล็ตกลับไปใช้ที่บ้านอาจจะไปเพิ่มปัญหา “เด็กติดเกม” ขึ้นมาอีกมากมายในสังคม

“ทีมการศึกษา” มองว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยพัฒนาและส่งเสริมการเรียนการสอนให้กับเด็กไทยเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าสักแต่ทำหรือมุ่งเน้นประชานิยมเพื่อหาเสียง ทั้งๆที่ยังไม่มีความพร้อม

เพราะความหวังดีนั้นอาจกลายเป็น “ดาบ สองคม” ที่ย้อนมาทำลายเด็กไทยที่เป็นอนาคตสำคัญของชาติ !!!


ทีมการศึกษา

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ไทยรัฐออนไลน์
  • 7 กุมภาพันธ์ 2555, 05:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 23 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
tags:
ทีมการศึกษา ระวัง ดาบสองคม แท็บเล็ต ประชานิยม Tablet โกวิท วัฒนะ โอฬาร ไชยประวัติ
ขยายตัวอักษร

ขยายตัวอักษร

ใหญ่ขึ้น

เล็กลง

Share

Tweet

คุณชอบข่าวนี้หรือไม่
ชอบ
ไม่ชอบ
ผลการโหวต
ชอบ
26 คน
61.9%
ไม่ชอบ
16 คน
38.1%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

Trendy Review: Microsoft Surface

Trendy Review: Dell XPS 12 Duo Ul...

พลิกโฉมข่าว 'ไทยรัฐ' คลอดแอพฯ ใหม่ ...

ข่าวอื่นๆ ในการศึกษา

โพลหนุนรัฐออก กม.เอาผิดพ่อแม่ ปล่อยเด็ก...

'อนุสรณ์' ลุยโปรโมตงาน พม.-สร้างความ...

น้องหมาคู่เคียงกับคน บนถนนวิวัฒนาการ

  • เชือดทุจริตสอบครูผู้ช่วย ล็อตแรก 344 รายพ้...
  • ความลับของความแก่ อยู่ในต่อมใต้สมอง
  • ชี้การศึกษาไทยแย่ลง นร.บ้าแฟชั่น-วัตถุนิยม
  • ลั่นล้างไตหน้าบ้านนายกฯ อันตราย
  • รมว.ศธ.ลงนามนร.ไว้ผมยาว 'สตรีวิทยา'...
  • สพฐ.แจ้งเขตพื้นที่ฯ ทำความเข้าใจทรงผมนัก...
  • ระยองเขต 1 ยันไม่ยุบรวม ร.ร.เล็ก
  • สำนักข่าวหัวเขียว
  • ตะลุยฟุตบอลโลก
  • ไฮโซรสแซบ
  • เกร็ดข่าวลูกหนัง
  • ชี้มวยเด็ด
  • ดัชนีเศรษฐกิจ
  • เปิดม่าน joke opera
  • หน้าต่างโลก
  • สโมสรนักสู้
  • เทียบท่าหน้า 3
  • โสมชบาจ๊ะจ๋า
  • 4 สุดยอดพรีเมียร์ลีก
  • รอบโลก
  • กอล์ฟสแควร์
  • เรียงหน้าชน
  • ส่องตำรวจ
  • กีฬาวันนี้
  • เงาหุ้น

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By