advertisement

ระวัง! "ดาบสองคม"

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 7 ก.พ. 2555 05:00

เดินเครื่องเต็มสูบแล้วกับการแจก “แท็บเล็ต” นักเรียนชั้น ป.1 ทุกคนทั่วประเทศ

ตามโครงการ “หนึ่งนักเรียน หนึ่งแท็บเล็ต” หรือ One Tablet PC Per CHild หนึ่งในนโยบาย “ประชานิยม” ที่พรรคเพื่อไทยเคยประกาศไว้ตั้งแต่ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง

ล่าสุดรัฐบาล นายกฯปู 2 ภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีหญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ได้สั่งเดินหน้าแจกแท็บเล็ต โดย “ทุบโต๊ะ” เป็นที่เรียบร้อยแล้วว่า ในภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2555 เป้าหมายให้ขยายการแจกแท็บเล็ตให้กับ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ทุกคน หลังมีข่าวก่อนหน้านี้ว่าจะแจกแท็บเล็ตให้ได้เพียงร้อยละ 60 ของจำนวนเด็ก ป. 1 ทั่วประเทศ

พร้อมกันนี้ยังมีการตั้งคณะกรรมการบริหารนโยบายโครงการดังกล่าว โดยมี พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ทำหน้าที่กำหนดยุทธศาสตร์ระดับชาติในการแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียน รวมถึงการพัฒนา ระบบอินเตอร์เน็ตไร้สาย หรือ wifi


ขณะเดียวกันก็มีการตั้งคณะอนุกรรมการอีก 4 ชุดเพื่อดูแลงานด้านต่างๆ ประกอบด้วย คณะอนุกรรมการด้านวิชาการ ซึ่งจะดูแลเรื่องการพัฒนาหลักสูตรและเนื้อหาสาระมี ดร.โอฬาร ไชยประวัติ ที่ปรึกษานายกฯ เป็นประธาน คณะอนุกรรมการด้านการสรรหาคอมพิวเตอร์แท็บเล็ต มี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น อดีตเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษาเป็นประธาน คณะอนุกรรมการด้านการประสานสื่อสร้างสรรค์และโครงข่าย มี ดร.สุเมธ แย้มนุ่น เป็นประธานและ  คณะอนุกรรมการด้านความเหมาะสมและความปลอดภัยในการเข้าถึงข้อมูล มี น.ส.ศศิธารา พิชัยชาญณรงค์ ปลัดกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน

ยิ่งเท่ากับตอกย้ำให้เห็นว่า รัฐบาลภายใต้การนำของ พรรคเพื่อไทย เอาจริง เอาจัง และมีเป้าหมายที่จะนำไปสู่การแจกแท็บเล็ตให้กับนักเรียนทุกคน ทุกระดับชั้นทั่วประเทศ

สอดรับกับการให้สัมภาษณ์ของ ศ.ดร.สุชาติ ธาดาธำรงเวช รมว.ศึกษาธิการคนใหม่ ที่เพิ่งได้รับการวางตัวให้เข้ามานั่งกุมบังเหียนในกระทรวงศึกษาธิการว่า “รัฐบาลจะจัดซื้อแท็บเล็ตจำนวน 9 แสนเครื่อง เพื่อจัดสรรให้กับนักเรียนชั้น ป.1 ได้ครบทุกคนทั่วประเทศ ในภาคเรียนที่ 1 ปีการ ศึกษา 2555 โดยจะเป็นการจัดซื้อระหว่างรัฐบาลไทยกับรัฐบาลจีน หรือ Government to Government สำหรับการจัดซื้อและราคาเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศที่จะเป็นผู้เจรจากับรัฐบาลจีนต่อไป ซึ่ง ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้เตรียมความพร้อมในเรื่องของเนื้อหาที่จะใส่ในแท็บเล็ตและการอบรมครูไว้แล้วและผมอยากแจก แท็บเล็ตให้เด็กเอาไปใช้ที่บ้านเลยโดยไม่ต้องคืน เพราะในรุ่นต่อไปก็ต้องจัดสรรงบประมาณมาซื้อใหม่”


สำหรับคุณสมบัติของเครื่องนั้นได้มีการกำหนดสเปกไว้เบื้องต้น ดังนี้ ความเร็ว (CPU) อยู่ที่ 1 กิกะเฮิรตซ์ หน่วยความจำหลัก 512 เมกะไบต์ จอขนาด 7 นิ้ว ความละเอียดจอภาพ 1,024 × 768 พิกเซล และหน่วยบันทึกภายใน (Internal Storage) 16 กิกะไบต์ ตัวเครื่องสามารถเชื่อมต่อระบบอินเตอร์เน็ตไร้สายได้และมีกล้องในตัวเครื่อง โดยมีการกำหนดราคาไว้ที่เครื่องละประมาณ 75 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 2,225 บาท แต่ด้วยราคาที่ว่านี้อาจจะต้องมีการปรับลดสเปกลงอีก เพราะจากการศึกษาพบว่าเป็นวงเงินที่ต่ำกว่าราคาขายของประเทศจีน

หันมาดูในส่วนเนื้อหาที่จะใส่ลงในแท็บเล็ต ได้มีการกำหนดแล้วว่าจะมีการบรรจุเนื้อหาใน 5 กลุ่มสาระวิชา ได้แก่ ภาษาไทย ภาษาอังกฤษ คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และ สังคมศึกษา

ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการได้ส่งเนื้อหาที่เป็นอีบุ๊กไปให้กับ สำนักงานส่งเสริมอุตสาหกรรมแห่งชาติ (องค์กรมหาชน) หรือ ซิป้า เพื่อแปลงเนื้อหาใน 5 กลุ่มสาระวิชา จากแบบเรียน 8 เล่มลงในอีบุ๊ก รวมทั้งบรรจุสื่อการเรียนอีกประ– มาณ 390 ชุดลงไปด้วย ซึ่งจากข้อมูลของคณะทำงานก็พบว่าเฉพาะสองส่วนนี้ต้องใช้พื้นที่หน่วยความจำในแท็บเล็ตประมาณ 4 กิกะไบต์

ทั้งหมดข้างต้นเป็นความคืบหน้าและขั้นตอนในการเตรียมความพร้อม เพื่อขานรับนโยบายของรัฐบาล ที่จะให้เด็ก ป.1 มีแท็บเล็ตใช้กันถ้วนหน้า แต่ขณะเดียวกันในส่วนของภาคสังคมก็เกิดกระแสความห่วงใยและข้อท้วงติงมากมาย โดยเฉพาะจากนักวิชาการและนักการศึกษา

ที่มองว่าเด็กในวัยนี้อยู่ในวัยที่ต้องเน้นทักษะการอ่านออก  เขียนได้ ในขณะที่มีผลการวิจัยว่าการใช้เทคโนโลยีเพื่อการเรียนรู้ในเด็กวัยนี้ ไม่มีผลทางบวกในการสร้างแรงจูงใจในการเรียน ทั้งด้านการพัฒนาทักษะการอ่าน การเขียนและพัฒนา การทางวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์

นอกจากนี้ ยังมีความห่วงใยถึงผลกระทบที่อาจจะตามมาติดๆ จากการแจกแท็บเล็ตให้เด็กนำกลับไปใช้ที่บ้าน ไม่ว่าจะเป็นการนำแท็บเล็ตไปใช้ในทางที่ผิด อาทิ การดูสื่อลามก ปัญหาเด็กติดเกม

แน่นอนในโลกยุคไฮเทคเช่นปัจจุบันนี้คงต้องยอมรับว่าเทคโนโลยีเข้ามามีส่วนสำคัญในการจัดการศึกษา แต่ข้อห่วงใยต่างๆ จากสังคม โดยเฉพาะผู้ที่เกี่ยวข้องในแวดวงการศึกษาก็เป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้าม

เพราะการนำแท็บเล็ตมาใช้ควรจะมีการเตรียมความพร้อม เริ่มตั้งแต่เรื่องของงบประมาณที่เดิมกระทรวงศึกษาธิการตั้งงบประมาณไว้เพียง 1,900 ล้านบาท เพื่อจัดซื้อแท็บเล็ตแจกเด็ก ป.1 ในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีเป้าหมายแค่ร้อยละ 60 ของนักเรียนชั้น ป.1

แต่เมื่อมีการ “ทุบโต๊ะ” จากนายกฯ ให้แจกเด็ก ป.1 ทุกคนทั่วประเทศ จึงต้องมีการเสนอของบกลางเพิ่มอีกประมาณ 1,000 ล้านบาท แต่จนถึงขณะนี้คณะรัฐมนตรีก็ยังไม่ได้พิจารณาเห็นชอบ ซึ่งเรื่องของงบประมาณที่ได้รับจะสะท้อนไปถึงคุณภาพและประสิทธิภาพของแท็บเล็ตที่จะจัดซื้อ  เพราะหากงบฯไม่เพียงพอก็อาจจะนำไปสู่การปรับลดสเปกของเครื่องลงอีก ไหนจะค่าใช้จ่ายในการซ่อมบำรุงในกรณีที่แท็บเล็ตเสียอีก


ที่สำคัญไม่แพ้กันคือ เรื่องของครูผู้สอน  กระทรวงศึกษาธิการควรจะจัดอบรมครูที่สอนชั้น ป. 1 ทุกคนให้ใช้แท็บเล็ตเป็นก่อนเด็ก เพราะครูเหล่านี้จะต้องไปเป็นพี่เลี้ยงให้กับเด็ก

แต่จนถึงขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการก็ยังไม่ได้มีการดำเนินการในเรื่องดังกล่าว มีเพียงความเคลื่อนไหวในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ที่วางแผนจะอบรมศึกษานิเทศก์ในเดือน มี.ค.-เม.ย.นี้ เพื่อไปขยายผลให้กับครูที่สอนชั้น ป.1 ในเขตพื้นที่การศึกษาทั่วประเทศ ซึ่งดูแล้วคงไม่ทันกาล

และที่เราเห็นว่าสำคัญที่สุด คือการเตรียมความพร้อมของเด็ก เพราะต้องยอมรับว่าเด็ก ป.1 ยังไม่มีวุฒิภาวะเพียงพอ ยังไม่รู้จักที่จะแบ่งเวลาเรียนและเวลาเล่น การให้เด็กนำแท็บเล็ตกลับไปใช้ที่บ้านอาจจะไปเพิ่มปัญหา “เด็กติดเกม” ขึ้นมาอีกมากมายในสังคม

“ทีมการศึกษา” มองว่า การนำเทคโนโลยีมาใช้เพื่อช่วยพัฒนาและส่งเสริมการเรียนการสอนให้กับเด็กไทยเป็นเรื่องที่ดี แต่อย่าสักแต่ทำหรือมุ่งเน้นประชานิยมเพื่อหาเสียง ทั้งๆที่ยังไม่มีความพร้อม

เพราะความหวังดีนั้นอาจกลายเป็น “ดาบ สองคม” ที่ย้อนมาทำลายเด็กไทยที่เป็นอนาคตสำคัญของชาติ !!!


ทีมการศึกษา

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement