เพาะเลี้ยง "กวางม้า" จากชุมชนสู่เชิงพาณิชย์ - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

เพาะเลี้ยง "กวางม้า" จากชุมชนสู่เชิงพาณิชย์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 28 ก.ค. 2552 13:36
2,189 ครั้ง


การเลี้ยงกวางในฟาร์ม.

กวาง...จัดว่าเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์สามารถ เลี้ยงไว้ดูเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน อีกทั้งทุกส่วนตั้งแต่ เนื้อ, เอ็น และกระดูกยังนำมาใช้บริโภคได้ โดยเฉพาะเขา

กวาง...จัดว่าเป็นสัตว์ที่มีประโยชน์สามารถ เลี้ยงไว้ดูเล่นเพื่อความเพลิดเพลิน อีกทั้งทุกส่วนตั้งแต่ เนื้อ, เอ็น และกระดูกยังนำมาใช้บริโภคได้ โดยเฉพาะเขา...วงการแพทย์ทำเป็นยารักษาโรค...!!!

ในทวีปเอเชีย มีการเพาะเลี้ยงตั้งแต่ ประเทศจีน ไต้หวัน เกาหลีใต้ เวียดนาม รวมทั้ง มาเลเซีย...ได้นำเทคโนโลยีเข้ามาจากประเทศนิวซีแลนด์ และนิวคาลิโดเนีย ทำให้อัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็วรุดหน้ากว่าประเทศอื่นๆ สามารถสร้างรายได้เข้าประเทศเป็นจำนวนมาก

ประเทศไทย เป็นอีกประเทศหนึ่งที่มีขีดความสามารถในการเพาะเลี้ยง แต่เนื่องมาจากมีข้อจำกัดที่ว่า กวางเป็นสัตว์ป่ามีกฎหมายคุ้มครอง ไม่สามารถนำมาขยายพันธุ์ได้ เพราะผิดด้านตัวบทกฎหมาย ดังนั้น ผู้ประกอบการจึงหันไปนำเข้า...สายพันธุ์จากต่างประเทศ เพราะไม่ได้เป็น สัตว์คุ้มครองตาม พ.ร.บ.สงวน และคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535

นายอภิวัฒน์ เศรษฐรักษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (มหาชน) บอกว่า...สำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพได้จัดเจ้าหน้าที่ออกสำรวจกวางหลายชนิดในประเทศ จึงพบว่า กวางม้า ซึ่งเป็นสัตว์ประจำท้องถิ่นของบ้านเรา ที่มีศักยภาพสามารถพัฒนาเพื่อเป็นการค้าเช่นเดียวกับการทำปศุสัตว์อื่นๆ สร้างรายได้ให้ชาวบ้านและชุมชนท้องถิ่น

...ด้วยลักษณะรูปร่างที่มีขนาดค่อนข้างใหญ่ให้ผลผลิตที่มาก และเหมาะสมกับสภาพอากาศในเมืองไทย จึงสามารถเลี้ยงในเชิงพาณิชย์ได้...

สำหรับ กวางม้า หรือ กวางป่า (Cervus unicolor) Sambar Deer เป็นสัตว์เท้ากีบกินพืชเป็นอาหาร ลักษณะทั่วไปมีสีน้ำตาลเข้ม ขนสั้นและหยาบ ขนส่วนล่างของหางมักจะมีสีขาว หางยาวประมาณ 25 เซนติเมตร (ซม.) ส่วนสูง 140-160 ซม.น้ำหนักประมาณ 185-260 กิโลกรัม

ตัวผู้มีเขาแตกกิ่งก้านเมื่อโตเต็มวัย มีการผลัดเขาเก่าทิ้งทุก 1-2 ปี ในช่วงเดือนมีนาคมหรือเมษายน และจะมีเขาใหม่งอกขึ้นมาแทน ในระยะแรกจะมีลักษณะเป็นกระดูกอ่อน มีผิวหนังมีเส้นเลือดปกคลุมจนระยะหนึ่งกลายเป็นกระดูกแข็งติดกับกะโหลก มีขนาดที่ใหญ่ ส่วนเพศเมียลักษณะคล้ายแต่ไม่มีเขา มีระยะการอุ้มท้องนานประมาณ 240 วัน ฤดูกาลผสมพันธุ์ตลอดปี

ถิ่นกำเนิดที่ทวีปเอเชีย แต่มีการกระจายในแถบภูมิภาคเอเชียใต้ และเอเชียตะวันออก ตั้งแต่ทางภาคใต้ของอินเดียเรื่อยไปทางตะวันออกของเกาะลูซอนของฟิลิปปินส์ เกาะไต้หวัน และเกาะชวา มักอาศัยอยู่ได้ทุกที่ ตั้งแต่ ป่าสมบูรณ์ ไปจนถึงป่าเสื่อมโทรม หรือ ชายป่าใกล้พื้นที่เกษตรกรรม สามารถปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมได้ค่อนข้างดี อีกทั้งว่ายน้ำได้เก่งมาก


อภิวัฒน์ เศรษฐรักษ์

อุปนิสัยชอบกินหญ้า หรือใบไม้ และลูกไม้ ที่หลุดอยู่ตามใต้ต้น ออกหากินในเวลากลางคืน และชอบอยู่กันเป็นคู่ หรือเป็นฝูงเล็กๆ 5-6 ตัว นอกจากนี้กวางป่ายังกินดินโป่งเพื่อเป็นอาหารเสริม

ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาเศรษฐกิจจากฐานชีวภาพ (มหาชน) บอกอีกว่า ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงในศูนย์วิจัยของ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช ในสวนสัตว์ทั่วประเทศ และได้มีการนำมาทดลองเลี้ยงกวางม้าในฟาร์มของภาคเอกชนสถานที่เพาะเลี้ยงพบว่ามีอายุยืนประมาณ 15-20 ปี แต่เพื่อต้องการพัฒนาและเพิ่มศักยภาพ จึงได้จัดอบรมเกี่ยวกับการเพาะเลี้ยงกวางขึ้น รวมทั้งจะมีการประสานงานเกี่ยวกับการจำหน่ายพันธุ์ และด้านการตลาดอีกด้วย

งานนี้จึงเป็นโอกาสให้กับผู้สนใจที่ต้องการเพาะเลี้ยงในเชิงพาณิชย์สามารถกริ๊งกร๊างไปที่ อภิวัฒน์ เศรษฐรักษ์ 0-2143-7801, 0-2141-7801 ได้เฉพาะในเวลาราชการเท่านั้น.

ไชยรัตน์ ส้มฉุน

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement