advertisement

คุณได้เห็นอะไร?..ใน "น้ำท่วม"

โดย คุณครูลิลลี่ 16 ธ.ค. 2554 05:30

สวัสดีค่ะคุณผู้อ่านไทยรัฐออนไลน์ที่รักทุกท่าน

ไม่เคยค่ะ..ไม่เคยจริง ๆ ..ไม่เคยคิดเลยว่า ชีวิตนี้จะมีโอกาสขึ้นปกหนังสือพิมพ์ไทยรัฐ โอ๊ยๆๆ ไม่ใช่ค่ะ ไม่ใช่ คุณครูไม่ได้หมายความถึงการขึ้นปกไทยรัฐฉบับวันอาทิตย์เป็น “มาลัยไทยรัฐ” แบบน้อง ๆ ดาราสาวรุ่นหุ่นดีทั้งหลายนะคะ แต่กำลังชื่นใจที่เห็นรูปตัวเองเฉิดไฉไลอยู่ปกไทยรัฐด้านหลัง ใช่แล้วค่ะ...ปกหลังที่เป็นการประชาสัมพันธ์ถึงนักเขียนหลากหลายที่มาถ่ายทอดเรื่องราวดีๆผ่านไทยรัฐออนไลน์นั่นเอง..ได้ปกหลังก็ถือเป็นพลังสำคัญให้ชีวิตแล้วค่ะ แหม! เกิดจนโตมาขนาดนี้ใครจะคิดว่ามีโอกาสดีๆแบบนี้ ไม่ใช่แค่นั้นนะคะ..บางวันยังไปอยู่ในหน้าโฆษณาหนังเสียด้วย ไทยรัฐออนไลน์ให้เกียรติขนาดนี้ คุณครูลิลลี่สัญญาว่าจะเขียนเรื่องราวดีๆมาให้ได้อ่านกันอย่างแน่นอน

ในช่วงน้ำท่วมที่ผ่านมาเราได้เห็นสิ่งที่ไม่เคยเห็น ได้พบสิ่งที่ไม่เคยพบ และได้ประสบสิ่งที่ไม่เคยเจอมาก่อน ลองอ่านดูนะคะ คุณครูลิลลี่ว่าอารมณ์ขันในยามพบภัยพิบัติก็ช่วยบำบัดจิตใจได้ไม่น้อยเหมือน กันค่ะ

 


ว่ากันว่าน้ำท่วมใหญ่คราวนี้ เรา“ได้เห็น” ลานจอดรถแห่งใหม่ที่ชื่อทางด่วนและโทลเวย์  ได้เห็นถุงทรายขยับราคามาสู้กับถุงข้าวสาร ได้เห็นชั้นวางสินค้าทั้งมาม่า ปลากระป๋องโล่งทุกห้าง ได้เห็นเซเว่นร้างเหลือแต่พนักงานขาย ได้เห็นไข่ไก่ที่ราคาดั่งทองฟองละ 8 บาท ได้เห็นน้ำดื่มสะอาดราคาแพงกว่าน้ำมันเบนซิน ได้เห็นเครื่องบินกลายเป็นเรือบินเหมือนคำคนโบราณ ได้เห็นว่าทุกบ้านใช้ถุงทรายเป็นของตกแต่งบ้าน ได้เห็นคนตกงานเป็นล้านในพริบตา ได้เห็นอยุธยาเสียกรุงครั้งที่3 ได้เห็นสยามและแหล่งช็อปปิ้งชื่อดังกลายเป็นเมืองร้าง ได้เห็นค่าเรือจ้างใกล้เคียงค่าโดยสารเครื่องบิน  ได้เห็นหัวหินและพัทยา กลายเป็นเมืองหลวงของไทย ได้เห็นความคิดแนวใหม่ในการห่อรถยนต์ ได้เห็นคนทอดแหหาปลากลางถนนวิภาวดี ได้เห็นหลักสี่มีฟาร์มจระเข้ ได้เห็นส้วมสุดเก๋ที่ทำจากเก้าอี้พลาสติก ได้เห็นเรือพลาสติกราคาเท่ามอเตอร์ไซค์


อารมณ์ขันเหล่านี้ อ่านแล้วก็ยิ้มได้ตามนิสัยคนไทยที่เป็นเมืองยิ้ม เมืองแห่งผู้คนจิตใจดี อารมณ์ดี ข้อเขียนนี้ตามหลักภาษาเรียกว่าเป็น “การเขียนแนวเสียดสี ประชดประชัน” แต่สิ่งหนึ่งที่คุณครูลิลลี่ไม่ต้องการให้เป็นการส่อเสียดหรืออ่านกันอย่างขบขัน แต่ที่อยากเห็นจริง ๆ เกิดเป็นภาพจริงๆขึ้นในสังคมไทย นั่นคือ “อยากเห็นน้ำใจที่เรามีให้กันไหลรินอย่างนี้ต่อไปอย่างไม่ขาดสาย” ที่ต้องพูดอย่างนี้เพราะรู้ดีว่าคนไทยมีน้ำใจ เพียงแต่ว่าเราจะหยุดแค่วันสองวัน สัปดาห์สองสัปดาห์ไม่ได้ เรายังต้องการให้น้ำใจไทยรินไหลอย่างต่อเนื่อง เพราะเรื่องของการฟื้นฟูดูแลผู้ประสบภัย ยังต้องการกำลังใจเพื่อให้ทุกคนเดินต่อสู้ไปกับปัญหานานัปการที่การต่อสู้ ครั้งนี้ยังต้องยืดเยื้อยาวนานแน่นอน...“ครูอยากเห็นน้ำใจไปนานๆนะคะ ”...สวัสดีค่ะ


คุณครูลิลลี่

Facebook : facebook.com/krulilly2

 

 

โหวตข่าวนี้