advertisement

นมแม่ สุดยอดอาหารที่ถูกละเลย

โดย 19 พ.ย. 2554 12:00

เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไปว่าการเลี้ยงทารกด้วยนมแม่เป็นสุดยอดอาหารสำหรับลูกน้อย เพราะมีคุณค่าทางโภชนาการหลากหลาย แต่น่าเสียดายว่า ของดีอย่างนี้กลับถูกละเลย ในเมืองไทยมีคุณแม่แค่เพียงหยิบมือเท่านั้นที่สามารถให้นมแม่แก่ลูกได้

ข้อมูลของ สำนักงานสำรวจสุขภาพประชาชนไทย (สสท.) พบจากการสำรวจสภาวะสุขภาพประชากรไทย ครั้งที่ 4 พ.ศ.2551-2552 พบว่า

มีเด็กไทย เพียงร้อยละ 7.1 ที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 6 เดือน ร้อยละ 31.1 ที่ได้รับนมแม่อย่างเดียวอย่างน้อย 3 เดือน ส่วนเด็กไทยที่มีโอกาสกินนมแม่ตั้งแต่แรกคลอดจนถึง 1 ปี 11 เดือนนั้น มีเพียงร้อยละ 23.6 เท่านั้น

หนึ่งในเคล็ดลับเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้สำเร็จคือ การให้ทารกดูดนมแม่ให้เร็วที่สุด หมายถึงดูดทันทีหลังคลอด เพื่อให้ทารกได้รับ หัวน้ำนม  (Colostrum) ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่นอกจากมีโปรตีนสูง  มีคาร์โบไฮเดรต และไขมันต่ำแล้ว ยังอุดมด้วย “สารภูมิคุ้มกัน” ที่ช่วยปกป้องทารกจากภาวะเจ็บป่วยได้

ข้อมูลของไอโอวา สเตท ยูนิเวอร์ซิตี้ เอ็กซ์เทนชั่น เซอร์วิส พบว่า นมแม่ 1 ช้อนชา มีเซลล์ที่ฆ่าเชื้อโรคได้ถึง 3,000,000 เซลล์ฉะนั้น ถ้าลูกได้กินนมแม่แค่วันละ 1 ช้อนชา ก็ยังมีคุณค่าอยู่ดี

สำหรับเด็กไทยนั้นจากการสำรวจครั้งเดียวกัน พบว่า มีทารกที่ได้ดูดหัวน้ำนมใน 2-3 วันแรกหลังคลอด ถึงร้อยละ 86.9 ส่วนที่ได้กินนมแม่แต่แรกเกิด ร้อยละ 91.2

แต่สภาพน่าชื่นใจอย่างที่ว่านั้น ไม่ได้คงทนถาวร เพราะข้อมูลที่สรุปให้เข้าใจง่ายๆ ได้ว่า หลัง 2 ขวบ เด็กเมืองได้กินนมแม่เหลือแค่ 2 จาก 10 คน แต่เด็กชนบทมีโอกาสได้รับนมแม่จนถึงอายุ 2 ขวบ มีมากกว่าเด็กเมืองเกือบร้อยละ 3

ไม่ว่าข้อจำกัดในการให้ “นมแม่” แก่ทารกจะเป็นอะไร แต่ขอย้ำกันอีกทีว่า เด็กกินนมแม่จะมีพัฒนาการทางสมองและอารมณ์ที่ดีกว่าเด็กที่กินนมผสม เนื่องจากขณะลูกดูดนมจะทำให้ระดับฮอร์โมนออกซิโตซินของแม่เพิ่มมากขึ้น ซึ่งเป็นฮอร์โมนที่ส่งผลดีต่อแม่และลูก คือทำให้แม่จิตใจอ่อนโยน และส่งผลให้ลูกอารมณ์ดี

อีกทั้งขณะที่ลูกดูดนมแม่ ประสาทสัมผัสทุกส่วนของลูกก็จะถูกกระตุ้นให้เกิดการทำงาน ที่สำคัญลดโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งเต้านมของแม่ด้วย.

โหวตข่าวนี้