วันจันทร์ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

“หมอไทย” ทำสำเร็จ ทุ่มงบฯส่วนตัวเพาะ “เชื้อเห็ดถั่งเช่า” แก้หลายโรค

“หมอไทย” ทำสำเร็จ เพาะ “เชื้อเห็ดถั่งเช่า” บนข้าวกล้อง ยอมทุ่มงบฯส่วนตัว-ยืมเงินญาติ ร่วม 10 ล้านบาท ชี้มีสรรพคุณบรรเทาอาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง โรคปอด โรคไต แก้ปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ ...

ความสำเร็จในการนำเชื้อเห็ดถั่งเช่า ซึ่งเป็นเห็ดที่มีราคาแพงมาก และมักพบในบริเวณเทือกเขาสูงแถบประเทศจีน ทิเบต หรือภูฏานเท่านั้น มาเพาะสำเร็จในประเทศไทย และสามารถสกัดเป็นผงบรรจุลงแคปซูลในครั้งนี้ เปิดเผยขึ้น เมื่อวันที่ 15 ก.ย. โดย นพ.สมยศ กิตติมั่นคง หัวหน้ากลุ่มโรคเอดส์ สำนักโรคเอดส์ วัณโรค และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ได้นำสื่อมวลชนเข้าชมห้องวิจัยส่วนตัวซึ่งตั้งอยู่ใกล้กับโรงพยาบาลสนามจันทร์ จ.นครปฐม พร้อมทั้งอธิบายรายละเอียดทุกขั้นตอนว่า เห็ดถั่งเช่าที่นำเชื้อมาเพาะนั้นเป็นสายพันธุ์ที่มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า คอร์ไดเซฟ ไซเนนซิส (Cordyceps sinensis) ซึ่งเป็นสายพันธุ์ที่มีสรรพคุณต่อสุขภาพในด้านต่างๆ เช่น ช่วยบรรเทาอาการของผู้ที่ป่วยเป็นโรคมะเร็ง โรคปอด โรคไต ที่สำคัญยังมีสรรพคุณช่วยให้มีเลือดมาเลี้ยงอวัยวะเพศมากขึ้น สามารถช่วยผู้ที่มีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ โดยมีสรรพคุณคล้ายกับยาไวอากร้า เพราะในตัวเห็ดถั่งเช่าจะมีสารชื่อว่า ไนตริกออกไซด์ ซึ่งเป็นสารที่จะอยู่ในเซลล์บุผนังหลอดเลือด ดังนั้น เมื่อกินเห็ดถั่งเช่าก็จะได้รับสารนี้ และจะส่งผลให้มีเลือดไปเลี้ยงอวัยวะเพศเพิ่มมากขึ้น

 


นพ.สมยศ กล่าวต่อไปว่า แต่เนื่องจากเห็ดถั่งเช่าชนิดดังกล่าวเป็นสายพันธุ์ที่หายาก ราคาจำหน่ายค่อนข้างสูงถึงกิโลกรัมละหลายแสนบาท แต่ด้วยความสนใจส่วนตัวจึงยอมลงทุนในการสร้างห้องแล็ปขึ้นมาวิจัยเพื่อหาทางเพาะเห็ดถั่งเช่าโดยเฉพาะ และได้ยืมเงินจากญาติมาสมทบทุนในการวิจัยครั้งนี้ด้วย โดยใช้งบประมาณในการซื้ออุปกรณ์และสร้างห้องแล็ปไปประมาณ 10 ล้านบาท สำหรับขั้นตอนในการวิจัยนั้นจะเริ่มจากการนำเชื้อเห็ดถั่งเช่าที่ตนมีอยู่ แล้วมาเพาะเลี้ยงในวุ้นทำขนมในหลอดทดลอง พร้อมทั้งใส่อาหารเสริมลงไป ปล่อยทิ้งไว้ประมาณ 3-4 เดือน เชื้อเห็ดจะเริ่มโต และจะตัดชิ้นส่วนที่โตขึ้นมาประมาณชิ้นละ 2 มิลลิเมตร ไปใส่ในขวดทดลอง ที่มีน้ำที่ได้มาจากมันต้ม จากนั้นนำขวดทดลองไปใส่ในเครื่อง “เชคเกอร์” เพื่อเขย่าให้เชื้อเห็ดถั่งเช่าแตกตัว โดยจะเขย่าอยู่นาน 1 เดือน ก่อนที่จะนำเชื้อไปฉีดลงบนข้าวกล้อง ซึ่งเป็นข้าวที่มีสารอาหารตามที่เห็ดถั่งเช่าต้องการ หลังจากนั้นก็จะนำเข้าไปแช่เย็นซึ่งในขั้นตอนนี้จะมีการจำลองอุณหภูมิให้ใกล้เคียงกับสถานที่ที่พบเห็ดถั่งเช่า เพื่อให้เชื้อของเห็ดมีเส้นใยเจริญเติบโตขึ้นมา ซึ่งเมื่อเส้นใยของเห็ดโตเท่ากันทุกจุดในขวดทดลอง และเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีดำแล้ว ก็จะนำไปเข้าเครื่องแช่แข็ง ก่อนที่จะนำมาบดเป็นผงบรรจุลงในแคปซูล โดยขั้นตอนทั้งหมดจะใช้เวลาเพียง 6 เดือนเท่านั้น และขณะนี้ได้จดทะเบียนเป็นอาหารเสริมกับทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและ ยา(อย.) แล้ว

นพ.สมยศ กล่าวด้วยว่า การเพาะเห็ดถั่งเช่าในครั้งนี้เป็นการดำเนินงานส่วนตัว เพราะสนใจในสรรพคุณของเห็ดชนิดนี้ และเพื่อต้องการแสดงให้เห็นว่าคนไทยสามารถเพาะเห็ดชนิดนี้ได้ จึงยอมลงทุนทำวิจัยเป็นเวลานานกว่า 5 ปี จึงประสบความสำเร็จ และเชื่อว่าการเพาะเห็ดถั่งเช่าสายพันธุ์นี้จนสำเร็จในประเทศไทยนั้น เท่าที่ทราบยังไม่เคยมีใครในประเทศไทยทำสำเร็จมาก่อน.