advertisement

ในหลวง : ครูที่ดีที่สุดในการพัฒนาชนบท

โดย ทีม​การ​ศึกษา 12 ก.ค. 2554 07:00

จาก​การ​ที่​มูลนิธิ​ไทยรัฐ จัด​สัมมนา​ผู้​บริหาร​โรงเรียน​ไทยรัฐ​วิทยา 101 แห่ง​ทั่ว​ประเทศ ประจำปี 2554 โดย นาย​พลากร  สุวรรณรัฐ องคมนตรี เป็น​ประธาน​เปิด​และ​ปาฐกถา​พิเศษ ใน​หัวข้อ “พระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว กับ​การ​พัฒนา​ชนบท” ที่​โรงแรม​เชียงใหม่ พลาซ่า เมื่อ​วัน​ที่ 9 ก.ค. 2554 นั้น “ทีม​การ​ศึกษา” ขอ​ทำ​หน้าที่​ถ่ายทอด​บาง​ช่วง​ของ​คำ​บอก​เล่า​ใน​การ​ปาฐกถา  เพื่อ​เป็น​ประโยชน์​ต่อ​ทุก​ภาค​ส่วน​ที่​จะ​นำ​ไป​เป็น​แนวทาง​ดำเนิน​การ​พัฒนา​ประเทศ โดยเฉพาะ​อย่าง​ยิ่ง​ต่อ​การ​พัฒนา​ชนบท

ทรงเลือกที่จะทำงานหนัก

“...สิ่ง​ที่​จะ​พูด​ต่อ​ไป​นี้  เรียก​ว่า​เป็น​การ​บอกเล่าเก้าสิบ​เรื่องราว​ต่างๆ เหมือน​บท​วิเคราะห์ ถึงพระ​ราช​กรณียกิจ​ของ​พระบาทสมเด็จพระเจ้า อยู่หัว  ที่​ได้​พระราชทาน​ไว้​ใน​ช่วง  60  ปี​ที่​ผ่าน​มา...

เมื่อ​เรา​มา​วิเคราะห์​ย้อน​หลัง ผม​คิด​ว่า พระบาท สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว​ทรง​เลือก​ที่​จะ​เป็น​พระ​มหา​กษัตริย์​ที่​ออก​มา​ดูแล​ช่วยเหลือ​ประชาชน​อย่าง​ใกล้​ชิด ถึง​พื้นที่และ​ถึงลูกถึงคน การ​เลือก​บทบาท​อย่าง​นี้​มี​สิ่ง​ที่​ต้อง​เปลี่ยน​ไป​จาก​ปกติ​อย่าง​น้อยๆก็​หนึ่ง​ประการ​คือ พูด​ตรงๆง่ายๆว่า ทรง​เลือก​ที่​จะ​ทำ​งาน​หนัก​ขึ้น ทรงทราบ​ดี​ว่า​ทำ​งาน​แบบ​นี้​จะ​เหนื่อย​มาก​ขึ้น  แน่ นอน​ว่า​ได้​ทรง​เลือก​แล้ว  หลังจาก​ที่​ได้​พระราชทาน​ พระ​ราช​สัจจาธิษ​ฐาน   แก่​ปวง​ชน​ชาว​ไทย​ว่า “เรา​จะ​ครอง​แผ่นดินโดย​ธรรม   เพื่อ​ประโยชน์​สุข​แห่ง​มหาชน​ชาว​สยาม” ฉะนั้น ​ก็​ทรง​เลือก​ที่​จะ​ลง​มา​ดูแล​ช่วยเหลือ​พสกนิกร​อย่าง​จริงจังทั่วถึง ตั้งแต่​ต้น​รัชกาล​จนถึง​ปัจจุบัน เสด็จพระราชดำเนิน​ไป​เยี่ยม​พสกนิกร​ใน​ต่าง​จังหวัด ทั้ง​ภาค​กลาง อีสาน เหนือ ใต้ การ​เสด็จ พระราชดำเนิน​เหล่า​นี้  ทำให้​ทรงทราบ​ถึง​ความ​เดือด ร้อน​ของ​ประชาชน สภาพ​บ้านเมือง สภาพ​เส้นทาง​คมนาคม  สภาพ​ความ​เป็น​อยู่​ของ​ประชาชน  ว่า​ประเทศ ​เรา​ยัง​ด้อย​พัฒนา จุด​นี้​เอง​ที่​เป็น​พลัง​ขับเคลื่อน ให้​ทรง​มี​ความ​แน่วแน่​ที่​จะ​ลง​มา​ดูแล​พี่น้อง​ประชาชน​ใน​ท้องถิ่น​ทุรกันดาร​และ​ห่างไกล  เป็น​การ​ช่วย​รัฐบาล​ด้วย เพราะ​ใน​ยาม​ที่​เรา​ยัง​ด้อย​พัฒนา ใน​ฐานะ​ที่​พระองค์​ ท่าน​เป็น​คน​ไทย​คน​หนึ่ง  ก็​ทรง​สำนึก​อยู่​ว่า​ต้อง​มี​หน้าที่​ช่วยเหลือ​คน​ไทย​ด้วย​กัน ช่วยเหลือ​สังคม​ไทย​ด้วย​กัน ช่วยเหลือ​ประเทศชาติ​ด้วย​กัน...

วังสวนจิตรลดา สถานที่ทดลองเพื่อชาวบ้าน

...ใน​การ​ทำ​งาน​เหล่า​นั้น​ได้​ทรง​วาง​แผน​อย่าง​เป็น​ขั้น​เป็น​ตอน  คือ​ใช้​บริเวณ​พระราชวัง​ที่​ประทับ​หรือ​สวน​จิตรลดา​ให้​เป็น​โรงเรียน สถาน​ที่​ทดลอง  มี​โรง​โคนม  มี​แปลง​ปลูก​ผัก  มี​นา​ปลูก​ข้าว  สิ่ง​เหล่า​นี้​คือ​การทดลอง​ใน​บ้าน​ของ​พระองค์​ท่าน เมื่อ​ทดลอง​แล้ว​สิ่ง​ไหน​ดี​ก็​จะ​นำ​ไป​ปฏิบัติ​ข้าง​นอก สิ่ง​ไหน​ไม่​ดี​ก็​ลอง​ผิด​ลอง​ถูกและ​ทดลอง​ต่อ​ไป  หาก​สำเร็จ​ถึง​จะ​นำ​ไป​ปฏิบัติ​ใน​พื้นที่​จริง โดย​ช่วง​ต้น​ทรง​เน้น​เรื่อง ​สุขภาพ​อนามัย​ของ​พี่น้อง​ประชาชน​ที่​อยู่​ใน​ท้องถิ่น​ทุรกันดาร การ​แก้​ปัญหา​โรค​ภัย​ไข้​เจ็บ การ​เกษตร การ​แก้​ปัญหา​เรื่อง​ดิน  หลังจาก​นั้น​ขยาย​มา​เรื่อง​ของ​การ​ศึกษา การ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิต  การ​ฟื้นฟู​ทรัพยากร​ธรรมชาติ​และ​สิ่ง– แวดล้อม โดยเฉพาะ​พื้นที่​ป่า​เขา​ใน​ภาค​เหนือ ที่​ถูก​บุกรุก​ทำลาย และ​การ​ช่วย​รัฐบาล​ใน​การ​แก้ไข​ปัญหา​ยาเสพติด...

ทรงเป็นต้นแบบ "ประชาพิจารณ์"

...กระบวนการ​ที่​ทรง​เริ่ม​ใน​การ​พัฒนา​ชนบท​ใน​ส่วน​ของ​พระองค์​ท่าน​นั้น  เป็น​ขั้น​เป็น​ตอน​มี​การ​วาง​แผน​อย่าง​เป็น​ระบบ คือ ก่อน​ที่​จะ​เสด็จ​ไป​ที่ไหน​จะ​ต้อง​มี​ข้อมูล​ก่อน  ข้อมูล​ประการ​แรก​คือ  เรื่อง​ความ​เดือด ร้อน​ของ​พี่น้อง​ประชาชน​ใน​พื้นที่​เหล่า​นั้น ได้​ถวาย​ฎีกา​ขอพระราชทาน​ความ​ช่วยเหลือ​ใน​เรื่อง​อะไร​บ้าง  พื้นที่​อยู่​ตรง​ไหน  มี​สภาพ​ภูมิประเทศ​อย่างไร ก็​จะ​ทรงศึกษา​จาก​ข้อมูล​ใน​แผน​ที่  ภาพถ่าย​ดาวเทียม และ​เอกสาร​ของ​ทาง​ราชการ  และ​เสด็จ​ไป​ขอ​ข้อมูล​เพิ่มเติม​จาก​บุคคล​ที่​อาศัย​ใน​พื้นที่​นั้น​จริงๆ เช่น คน​เฒ่า​คน​แก่  พระสงฆ์  ผู้​นำทาง​ศาสนา  ผู้​นำ​ท้องถิ่น เพื่อ​ตรวจสอบ​ว่า​ข้อมูล​ที่​พระองค์​ท่าน​ได้​ศึกษา​จาก​ใน​วัง หรือ​พระตำหนัก​ที่​แปร​พระราชฐาน​นั้น​ตรง​ตาม​จริง​ใน​ภูมิประเทศ​เหล่า​นั้น​หรือ​ไม่ เมื่อ​ตรวจสอบ​แล้ว ขั้น​ต่อ​ไป​ซึ่ง​เป็น​ขั้น​ที่​สำคัญ​ที่สุดคือ ความ​เดือดร้อน​ที่​ได้​รับ​ถวาย​ฎีกา​มา​จาก​ประชาชน เป็น​ความ​เดือดร้อน​ของ​ประชาชน​ส่วน​มาก​ใน​หมู่​บ้าน  ตำบล​นั้น​จริง​หรือ​ไม่  วิธี​ของ​พระองค์​ท่าน​ก็​คือ​การ​ลง​ไป​พูด​คุย​กับ​ชาว​บ้านและ​กระจาย​ความ​คิด​ไป​ว่า​ได้​รับ​ถวาย​ฎีกา​เรื่อง​นี้​มา และ​ส่ง​สัญญาณ​ถึง​วิธีการ​แก้ไข​ให้​กับ​ชาว​บ้าน เมื่อ​ชาว​บ้าน​ได้​รับ​ทราบ​ก็​จะ​ไป​ปรึกษา​กันและ​ก็​มี​สัญญาณ​ย้อน​กลับ​มา การ​ช่วยเหลือ​คน​ที่​เดือดร้อน​ต้อง​คำนึง​ถึง​การ​ยินยอม​พร้อมใจ จะ​ต้อง​มี​การ​ชี้แจง สอบ​ถามว่า​คน​ส่วน​น้อย​นั้น​เดือดร้อน​แค่​ไหน เขา​พอใจ​และ​ยินดี​ที่​จะ​เสียสละ​หรือ​ไม่ และ​เมื่อ​เสียสละ​แล้ว​จะ​ต้อง​ชดเชย​เยียวยา​อย่างไร เรื่อง​เหล่า​นี้​เป็น​เรื่อง​ที่​ทรง​คำนึง​ถึง​มาก​เป็น​พิเศษ บาง​โครงการ​ที่​ประชาชน​บาง​กลุ่ม​ยัง​มี​ความ​ไม่​พอใจ​อยู่​ลึกๆ แต่​ไม่​กล้า​พูด โครงการ​เหล่า​นั้น​ก็​จะ​ไม่ได้​เริ่ม​เป็นอันขาด คือ​จะ​เริ่ม​โครงการ​ก็​ต่อ​เมื่อ​พระองค์​ท่าน​ทรง​แน่ชัด​แล้ว​ว่า ปัญหา​ที่​ชาว​บ้าน​ร้องเรียน​มา​นั้น เป็น​ปัญหา​เดือดร้อน​จริงๆ  พูด​ง่ายๆว่า  ใน​สมัย​นี้ใช้​คำ​ว่าลง​ไป​ทำ​ประชา-พิจารณ์​ก่อน  ​เพื่อ​ให้​เกิด​ความชัดเจน​ใน​โครงการ  ให้​เกิด​การ​ยินยอม​พร้อมใจ​ครบถ้วน​แล้ว​ถึง​จะ​เริ่ม​ดำเนิน​การ...

ทรงแนะให้ถือความผิดพลาดเป็นบทเรียน

...ขณะ​ดำเนิน​การ​ก็​ต้อง​ลง​ไป​ดู​ว่า โครงการ​ที่​ทำ​ไป มี​ปัญหา​อุปสรรค​อะไร  ทุก​ขั้น​ทุก​ตอน ทุก​ฝ่าย ต้อง​ประสาน​งาน​กัน  ต้อง​ติดตาม​จนกระทั่ง​โครงการ​สำเร็จ แม้​โครงการ​สำเร็จ​แล้ว​ก็​ทรง​สอน​อีก​ว่า สิ่ง​ที่​เรา​ทำ​ขึ้น คิด​ขึ้น ช่วย​ชาว​บ้าน เอื้อ​ประโยชน์​กับ​ชาว​บ้านได้​จริง​หรือ​ไม่  ยัง​ขาด​หรือ​ผิด​พลาด​อะไร​อยู่​บ้าง ต้อง​เข้าไป​ติดตาม​ทุก​ระยะ  ถ้า​โครงการ​ใด​ก็ตาม​ไม่​สามารถ​อำนวย​ประโยชน์​ได้​ตาม​ที่​หวัง​ไว้​จะ​ มี​บาง​คน​ท้อถอย​และ​คิด​ว่า​ ทำไม​ทำ​เรื่อง​สำคัญ​พลาด พระองค์​ท่าน​ก็​บอก​ว่า อย่า​ตกใจ อย่า​เสียใจ ขอ​ให้​ถือ​เป็น​บทเรียน และ​ให้​ศึกษา​ให้​ละเอียด​ว่า เรา​ผิด​พลาด​ตรง​ไหน จง​ยอม​รับ​ความ​จริง ถ้า​จำเป็น​เรา​ต้อง ​ขอโทษ​สังคม​ตรง​นั้น​ด้วย และ​ให้​เริ่ม​ต้น​ใหม่​โดย​แก้ไข​ปรับปรุง​ให้​ดี​ที่สุด​เท่า​ที่​จะ​ทำได้...

อย่าทิ้งการทำนา เพราะคนไทยต้องทานข้าว

...พระเมตตา​คุณ​และ​พระ​ปรีชา​สามารถ​ของ​พระองค์​ท่าน​ที่​ผม​ประสบ​ด้วย​ตัว​เอง ปี 2536 พระองค์​ท่าน​เสด็จ​ทรง​ตรวจ​ความ​ก้าวหน้า​ใน​โครงการ​ทำ​คลอง​ระบาย​น้ำ​ที่ อ.​สาย​บุรี จ.​ปัตตานี ปรากฏ​ว่า ​เมื่อ​เสด็จพระราชดำเนิน​ผ่าน​เต็นท์​ที่​ประชาชน​มา​รอ​เฝ้า​ซึ่ง​มี​พี่น้อง​ไทย​มุสลิม​ทั้งสิ้น  ผ่าน​เต็นท์​แรก​ก็​มี​ชาว​บ้าน​เอา​กระบุง​ใส่​ข้าวเปลือก​มา​ถวาย 2-3 กระบุง  พระองค์​ท่าน​ทอดพระเนตร​เห็น​และ​ถาม​ว่า  ทำไม​ข้าว​เมล็ด​เล็ก​จัง ถ้า​ข้าว​เมล็ด​ลีบ​แบบ​นี้​พอ​กิน​หรือ ชาว​บ้าน​ที่​เป็น​มุสลิม​พูด​ภาษาไทย​กลาง​ได้​ไม่​ชัดเจน  ก็​ตอบ​ว่า​ดิน​แถว​นี้​ไม่​ดี ดิน​เป็น​พรุ น้ำ​เปรี้ยว ข้าว​เมล็ด​ลีบ​ไม่ค่อย​พอ​กิน  พระองค์​ท่าน​รับสั่ง​ว่า​ก็​ต้อง​ปรับปรุง​ดิน​และ ต้องหา​ทาง​ไล่​น้ำ​เปรี้ยว​ออก​และ​หา​น้ำดีๆมา​แทน  จาก​นั้น​รับสั่ง​เป็น​ประโยค​ที่​ผม​จำ​ได้​จน​ทุก​วัน​นี้​ว่า “พวก​เรา​เป็น​คน​ไทย ทาน​ข้าว​ทุก​วัน ฉะนั้น​ เรา​ต้อง​ทำ​นา  จะ​ทิ้ง​นา​ไม่ได้  ถึง​แม้​ว่า​พืช​บาง​ตัว​จะ​ราคา ​ดี​กว่าข้าว เช่น ยาง ผล​ไม้ หรือ​ปาล์ม​น้ำมัน ก็​อย่า​ทิ้ง​การ​ทำ​นา ให้​เก็บ​พื้นที่​นา​ไว้​บ้าง  เพราะ​ยัง​ไง​คนไทย​ก็​ต้อง​ทาน​ข้าว​ทุก​วัน ถ้า​เรา​ไม่​ปลูก​ข้าว​อีก​หน่อย​คง​ต้อง​ซื้อ​ข้าว​จาก​ต่าง​ประเทศ”...

ห่วงสิทธิ์ที่ดินทำกิน

...อีก​เรื่อง​ที่​ผม​ได้ยิน​มา​กับ​หู​ตอน​เป็น​ผู้​ว่า​ราชการ​ที่​เชียงใหม่ ปี 2540 พระองค์​ท่าน​เสด็จพระราชดำเนิน​มา​เปิด​เขื่อน​แม่​งัด​สมบูรณ์​ชล ใน​วัน​นั้น​มี​พี่น้อง​ประชาชน​ที่​เคย​เดือดร้อน​จาก​การ​ที่​น้ำ​ใน​เขื่อน​ท่วม​หมู่​บ้าน ซึ่ง​กรมชลประทาน​ได้​หา​พื้นที่​ใหม่​สร้าง​หมู่​บ้าน​ให้ โดย​ให้​พื้นที่​ทำ​กิน​คน​ละ 15 ไร่ โดย​กรม​ป่า​ไม้​ได้​ออก​เอกสาร–​สิทธิ​เรียก​ว่า​สิทธิ์​ที่​ทำ​กิน หรือ สทก. ซึ่ง​เป็น​พื้นที่​ใหม่​ใน​เขต​ป่า​สงวน​แห่งชาติ​เดิม​ที่​มี​ความ​เสื่อมโทรม ชาว​บ้าน​ประชุม​รวมหัว​กัน​ว่า​จะ​ถวาย​ฎีกา​ต่อ​ในหลวง เพื่อ​ขอ​เปลี่ยน​จาก สทก. เป็น น.ส. 3 ก หรือ​เป็น​โฉนด ซึ่ง​ผม​คิด​ว่า​ทุก​คน​อยาก​ได้​โฉนด​และ​เอกสาร​สิทธิที่​สามารถ​นำ​ไป​ซื้อขาย​แลกเปลี่ยน​และ​จำนอง​ได้ เมื่อ​พระองค์​ท่าน​เสด็จ​มา​เยี่ยม​ราษฎร​กลุ่ม​นี้​ก็​มี​การ​ทูลเกล้า​ฯถวาย​ซอง​ขาว เมื่อ​ทรง​เปิด​ดู​ทราบ​ว่า ​ราษฎร​อยาก​ให้​สั่ง​กรม ชลประทาน กรม​ที่ดิน ให้​เปลี่ยน​ที่ดิน​เป็น​โฉนด หรือ น.ส. 3 พระองค์​ท่าน​ก็​รับสั่ง​เป็น​แนว​คิด​ว่า “พวก​เรา​ลอง​คิด​ดู​ซิ ถ้า​เป็น​พื้นที่​สิทธิ​ทำ​กิน เขา​เขียน​ไว้​ใน​กฎหมาย​เลย​ว่า ให้​ตก​ถึง​ลูก​ถึง​หลาน​ได้ เพื่อ​จะ​มี​ที่​ทำ​กิน​ต่อ​ไป  แต่​หากว่า​แปรสภาพ​เป็น​โฉนด หรือ น.ส. 3 ทำได้​ไม่​ยาก แต่​เมื่อ​เป็น น.ส. 3 แล้ว​พวก​เรา​ก็​อาจ​นำ​ไป​ใช้​จำนอง​ธนาคาร ​แล้ว​ถ้า​เกิด ​ปี​นั้น​ทำ​การ​เพาะ​ปลูก​ขาดทุน ไม่​มี​เงิน​ใช้​ธนาคาร​เขา​ก็​จะ​ยึด ​แล้ว​ลูก​หลาน​จะ​มี​ที่​ทำ​กิน​ต่อ​ไป​ได้​อย่างไร” เมื่อ​มี​รับสั่ง​อย่าง​นี้​ราษฎร​ก็​เข้าใจ​และ​ไม่​ยื่น​ฎีกา  ผม​คิด​ว่า​แนว​คิด​เหล่า​นี้  ราชการ​หลาย​หน่วย​ได้น้อมนำ​มา​เป็น​แนว​ปฏิบัติ​ต่อ​มา​จน​ทุก​วัน​นี้...



พระสหายแห่งสายบุรี

...คุณ​ลุง​วา​เด็ง ที่​เรา​รู้จัก​กัน​ดี​ว่า​เป็น​พระ​สหาย คุณ​ลุง​พูด​ภาษาไทย​ไม่ได้​แม้แต่​คำเดียว  แล้ว​เป็น​เจ้าของ​บ้านที่​เสด็จพระราชดำเนิน​ไป​เพื่อ​ตรวจ​พื้นที่​เพื่อ​จะ​หา​ที่​ขุด​คลอง วัน​แรก​ที่​เสด็จ​ไป​คุณ​ลุง​วา​เด็ง​ไม่ได้​ใส่​เสื้อ นุ่ง​ผ้าขาวม้า​ตัว​เดียว ​กำลัง​ทำ​สวน​อยู่ ผม​ก็​สงสัย​อยู่​ว่า​จะ​ส่งภาษา​อะไร​กับ​พระองค์​ท่าน และ​ต่อ​มา​ ลุง​วา​เด็ง​ก็​รัก​พระองค์ท่าน​มาก ทุก​ปี​ก็​จะ​ส่ง​ทุ​เรียน​มา​ถวาย​ลูก​หนึ่ง  และ​เก็บ​จำปา​ดะ​ไว้​ถวายพระองค์ท่าน​ลูก หนึ่ง พอ​สุก​ได้ที่​ก็​ส่ง​ไปรษณีย์​ไป​ถึงพระองค์​ท่าน​ที่​วัง โดย​ส่ง​ให้​ผม​ก่อนและ​ผม​ก็​นำ​ไป​ถวาย แต่​ปรากฏ​ว่า​ถวาย​ไม่ได้​สัก​ครั้ง  ​เพราะ​กว่า​พัสดุไปรษณีย์​จะ​มา​ถึง​จำ​ปะ​ดา​ก็​เน่า​ไป​แล้ว ผม​ก็​ต้อง​กราบบังคมทูล​ว่า​มี​ของ​ถวาย​จาก​คุณ​ลุง​วา​เด็ง ที่​เก็บ​มา​จาก​สวน...

พี่น้องประชาชนที่ยากไร้คือเป้าหมายสำคัญ

...ผม​อยาก​จะ​สรุป​แนว​คิด​และ​วิธี​ใน​การ​ทรง​งาน​ของ​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว  2 - 3  ประการ  ประการ​ที่​หนึ่ง​นั้น ทรง​สอน​อยู่​เสมอ​ว่า​สิ่ง​ที่​พวก​เราซึ่ง​ใน​ที่​นี้​หมาย​ถึง​ข้าราชการ​ทุก​กระทรวง ทบวง กรม ที่​ตาม​พระองค์​ท่าน​ไป​ช่วยเหลือ​ประชาชน​ใน​ชนบท​ขอ​ให้​ยึด​อยู่​เสมอ​ว่า  เป้าหมาย​สำคัญ​ของ​เรา​คือ​พี่น้อง​ประ-ชาชน​ที่​ยากไร้ เพราะว่า​ถ้า​เรา​ลืม​เป้าหมาย​สำคัญ​ตรง​นี้ ไป​ยึด​ติด​กับ​ความ​ที่​เรา​เป็น​ข้าราชการ​สังกัด​ไหน  แล้ว​ต้อง​ทำ​ตาม​ระเบียบ ขั้น​ตอน เรา​จะ​ให้​ความ​สำคัญ​กับ​หน่วย​งาน​มาก​กว่า​ประชาชน ยก​ตัวอย่าง​ง่ายๆ เช่น กอง​แผน​งาน​ของ​แต่ละ​กรม​ก็​ต้อง​มี​แผน​ขยาย​งาน ซึ่ง​ก็​คือ การ​ขอ​เพิ่ม​งบประมาณ เพิ่ม​คน เมื่อ​ขอ​คน​เพิ่ม​ก็​ต้อง​มี​ห้อง​นั่ง​ทำ​งาน มี​เก้าอี้ มี​คอมพิวเตอร์ มี​สารพัด​ที่​จะ​เป็น​อัฐบริขาร​ของ​ข้าราชการ​แต่ละ​คน  ซึ่ง​เป็น​เงิน​งบ ประมาณ​แผ่นดิน​ทั้งนั้น และ​ก็​จะ​มา  ​แย่ง​ชิง​งบประมาณ​ที่​จะ​มา​ถึง​ประชาชน พระองค์​ท่าน​บอก​ว่า​ถ้า​เรา​ยึด​ประชาชน​เป็น​หลัก​เงิน​ส่วน​มาก​ก็​จะ​ไป​ช่วยเหลือ​ประชาชน ทำให้​พี่น้อง​ประชาชน​ใน​ชนบท​ที่​อยู่​ ห่างไกล​ได้​ผล​ประโยชน์​จาก​งบประมาณ​แผ่นดิน​ดี​ขึ้น ซึ่ง​ผม​คิด​ว่า​เป็น​เรื่อง​สำคัญ​มาก ผม​เคย​อยู่​ส่วน​ราชการ​มา​หลาย​ส่วน ​ก็​เห็น​ชัดเจน​ตาม​พระองค์​ท่าน​ว่า บางที​เรา​เป็น​คน​ที่​ใกล้​ชิด​กับ​อำนาจ การ​จัดสรร​งบประมาณ อยู่​ใน​ตำแหน่ง​ที่​มี​โอกาส มี​เครือ​ข่าย หรือ​ที่​ภาษา​ฝรั่ง​เรียก​ว่า​มี​คอน​เนคชั่น​เยอะ ติดขัด​อะไร​โทร.​หา​คน​นั้น​คน​นี้ เรา​มี​โอกาส​ที่​จะ​ใช้​งบประมาณ​มาก  แต่​ถาม​ว่า​พี่น้อง​ประชาชน​ที่​ยากไร้  อยู่​บน​ยอด​ดอย​สูง อยู่​บน​เกาะ เขา​ไม่​มี​โอกาส​อย่าง​นั้น ถ้า​เขา​เดือดร้อน แม้​มี​มือ​ถือ​ก็​ไม่​รู้​จะ​โทร.​หา​ใคร ไม่​รู้​จะ​ขอ​ความ​ช่วยเหลือ​จาก​ใคร ฉะนั้น​ ทรง​สอน​ว่า ให้​ยึดถือ​ประชาชน​เป็น​หลัก อย่า​ได้​คลาดเคลื่อน​ไป​จาก​นี้ ถ้า​คลาดเคลื่อน​แล้ว​เรา​จะ​วอกแวก ดังนั้น ​สิ่ง​เหล่า​นี้​เป็น​สิ่ง​ที่​ข้าราชการ​ที่​ตาม​เสด็จ​ไป​ทำ​งาน​ใน​พื้นที่​ต่างๆจะ​นำ​มา​ปฏิบัติ...

สนุกและมีความสุขกับการช่วยประชาชนที่เดือดร้อน

...เรื่อง​ที่​ 2 ก็​คือ พระองค์​ท่าน​สอน​ว่า ทำ​งาน​กับ​เรา ซึ่ง​หมาย​ถึง​พระองค์​ท่าน ขอ​ให้​ทำ​งาน​ให้​สนุก ทำ​งาน​ให้​มี​ความ​สุข  เพราะว่า  ​ความ​สุข​ของ​พวก​เรา​คือ​การ​ที่​ได้​ไป​ช่วยเหลือ​พี่น้อง​ประชาชน​ที่​เดือดร้อน​และ​แร้นแค้น  อย่า​ได้​รู้สึก​ว่า​เกร็ง หรือ​เหน็ดเหนื่อย​อะไร​ทั้งสิ้น ดังนั้น​ คน​ที่​เคย​ใกล้​ชิด​พระองค์​ท่าน​ใน​ที่​ต่างๆ จะ​รู้​ดี​ว่า พระองค์​ทรง​เบิกบาน​จริงๆ เวลา​ที่​ได้​ไป​ทำ​งาน​ให้​กับ​ประชาชนและ​ไม่​เคย​ทรง​คิดถึง​เวลา​ว่า​ผ่าน​ไป​กี่​ชั่วโมง กี่​นาที แม้​จะ​มืดค่ำ​ดึกดื่น​พระองค์​ท่าน​ก็​ยัง​คง​อยู่​กับ​ประชาชน...

อย่านำใจเราไปใส่ใจชาวบ้าน

...ประการ​สุดท้าย​ที่​พวก​เรา​ได้​รับ​จาก​ครู​พระองค์​นี้​ก็​คือ อย่า​คิด​ว่า​เรา​ซึ่ง​เข้าไป​ช่วย​พัฒนา​พี่น้อง​ประชาชน​ใน​ท้องถิ่น​ชนบท​เหนือ​กว่า​เขา รู้​มาก​กว่า​เขา  เพียง​เพราะ​เรา​เรียน​ปริญญา​ตรี  ปริญญา​โท  หรือ​จบ​ปริญญา​เอก ​แล้ว​ต้อง​รู้​ดี​กว่า​ชาว​บ้าน จง​อย่า​นำ​เอาใจ​เรา​ไป​ใส่ใจ​ชาว​บ้าน  ว่า​ชาว​บ้าน​จะ​ต้อง​อยาก​ได้​อะไร​ใน​ชีวิต​เหมือน​เรา พระองค์​ท่าน​สอน​ว่า ต้อง​ไป​ถาม​ไป​คุย ไป​วิเคราะห์​ให้​ชัดเจน​ว่า​ชาว​บ้าน​เดือดร้อน​อะไร และ​อย่า​คิด​ว่า​เขา​เดือดร้อน​อย่าง​นี้​ต้อง​ช่วย​อย่าง​นั้น ต้อง​ให้​เขา​ช่วย​เรา​ตอบ​ด้วย​ว่า​อยาก​ให้​ช่วย​เขา​อย่างไร  จง​อย่า​เอา​ความต้องการ​หรือ​ความ​คิด​ของ​ตัว​เอง​ไป​เป็น​หลัก​ใน​การ​ช่วย​ชาว​บ้าน​เป็นอันขาด  พระองค์​บอก​ว่า​ ประชาชน​นั้น​มี​ภูมิปัญญา​ที่​ปู่ ย่า ตา ยาย เขา​สอน​มา จริงอยู่​เขา​เดือดร้อน ตาม​คนใน​เมือง​ไม่ทัน ไม่​เคย​เข้า​โรงเรียน เข้า​มหาวิทยาลัย  แต่​บาง​ครั้ง​เขา​มี​วิธี​แก้ไข​ของ​เขา แต่​อาจ​มี​ข้อ​จำกัด​ใน​เรื่อง​ทรัพยากร  ปัจจัย​บาง​อย่าง​ที่​เขา​ไม่​มี ฉะนั้น ​เรา​ไป​เสริม​ตรง​นี้​ได้​แต่​อย่า​ไป​บังอาจ​รู้​ดี  หรือ​ทำตัว​ฉลาด​กว่า​ชาว​บ้าน​เป็นอันขาด สุดท้าย​ทรง​แนะนำ​คำ​ว่า ภูมิ​สังคม หมายความ​ว่าการ​จะ​ลง​ไป​ทำ​งาน​ที่ไหน ต้อง​รู้จัก​ภูมิ​สังคม​ตรง​นั้น สมัย ​เด็กๆ ผม​เรียน​วิชา​ภูมิศาสตร์ พวก​เรา​ก็​เรียน​กัน​ทุก​คน เรียน​วิชา​ประวัติศาสตร์​ภูมิศาสตร์ มี​คำ​ว่า ภูมิประเทศ ภูมิ​อากาศ แต่​คำ​ว่า​ภูมิ​สังคม​ไม่​มี พระองค์​ท่าน​สอน​ว่า มัน​เป็น​คำ​ที่​ดี เป็น​คำ​ที่​สำคัญ เพราะ​หมาย​ถึง​วิถีชีวิต ขนบธรรมเนียม ประเพณี และ​สังคม​ของ​คน​ที่​อยู่​ใน​พื้นที่​แตก​ต่าง​กัน คนใน​อำเภอ​จอมทองกับ​คน​อำเภอ​แม่​อาย อาจจะ​มี​ความ​เป็น​คน​เหนือ​เหมือน​กัน นับถือ​พุทธศาสนา​เหมือน​กัน กิน​ข้าวนึ่ง​เหมือน​กัน  แต่​ก็​มี​อะไร​บ้าง​อย่าง​ที่​คน 2 อำเภอ​นี้​อาจจะ​แตก​ต่าง​กันคือ ประวัติ​ความ​เป็น​มา พื้นเพ วิธี​คิด แม้​กระทั่ง​เชื้อชาติ​อาจจะ​ไม่​เหมือน​กัน ดังนั้น พระองค์​ท่าน​ทรง​สอน​ว่า จง​เคารพ​ภูมิ​สังคม คือต้อง​ไป​วิเคราะห์ ศึกษา ให้​ถ่องแท้​ว่า ก่อน​จะ​ทำ​งาน​กับ​ชาว​บ้าน  ต้อง​รู้จัก​ชาว​บ้าน​ตรง​นั้น​ก่อน ว่า​ต้องการ​อะไร มา​จาก​ไหน เชื่อ​อะไร และ​ไม่​เชื่อ​อะไร ชอบ​อะไร ไม่​ชอบ​อะไร ตรง​นี้​สำคัญ...

ทรงเป็นครูที่ดีที่สุดในการพัฒนาสังคมชนบท

...สรุป​ว่า​ผม​อยาก​พูด​ว่า  พระองค์​ท่าน​ทรง​เป็น​ครู​ที่​ดี​ที่สุด​ใน​การ​พัฒนา​ชนบท มี​ตำรับ​ตำรา​ที่​ผู้เชี่ยวชาญ​ต่าง​ประเทศ​เขียน​ไว้  และ​นำ​มา​สอน​หรือ​จัด​เป็น​หลัก สูตร​อบรม  มี​ข้าราชการ​ของ​เรา​หลาย​รุ่น  ไป​อบรม​หลัก สูตร​การ​พัฒนา​ชนบท​ที่​ประเทศ​สหรัฐอเมริกา อังกฤษ ออสเตรเลีย พอก​ลับ​มา​แล้ว​ได้​ศึกษา​แนว​คิด​และ​วิธีการ​ทำ​งาน​ของ​พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทุก​คน​ก็​ยอม​รับ​ว่า​บาง​อย่าง​คล้ายๆกับ​ทฤษฎี​ใน​ตำรา  แต่​ก็​มี​หลาย​สิ่ง​หลาย​อย่าง​ที่​ทรง​ประยุกต์​ใช้ และ​ได้​ทรง​ทดลอง ลอง​ผิด​ลอง​ถูกมา​แล้วและ​นำ​มา​สอน​เรา​เป็น​ประโยชน์​และ​เข้า​กัน​ได้​ดี​กว่า​ของ​ฝรั่ง​เยอะ ฉะนั้น ​การ​ที่​ผม​จะ​ขอ​สรุป​ว่า  พระองค์​ท่าน​ทรง​เป็น​ครู​ที่ดีที่สุด​พระองค์​หนึ่ง​ใน​เรื่อง​ของ​การ​พัฒนา​ชนบท​นั้น  คง​จะ​ไม่​ผิด  และ​หากว่า​พวก​เรา​ที่​สนใจ​ใน​เรื่อง​ของ​การ​พัฒนา​ชนบท  การ​พัฒนา​คุณภาพ​ชีวิตทุกๆเรื่อง​ใน​ชนบท  ลอง​ไป​ศึกษา​ค้นคว้า​ดู​แล้ว​นำ​ไป​ใช้​ประโยชน์ ผม​เชื่อ​ว่า​จะ​เป็น​ประโยชน์​ยิ่ง​กับ​ทุก​คน ทุก​ฝ่าย...”

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement