advertisement

สหกรณ์ส่งเสริมพืชหลังนา นำร่อง 22 จังหวัดผลิตพันธุ์ถั่วฯคุณภาพ

โดย เพ็ญ​พิชญา เตีย​ว 15 มิ.ย. 2554 05:00

หนึ่งในแหล่งที่สหกรณ์นำร่องปลูกพันธุ์ถั่วเขียวคุณภาพ.

ที่ผ่านมาเกษตรกรในพื้นที่ชลประทานปลูกข้าวอย่างต่อเนื่องทันทีหลังเก็บเกี่ยว ปัญหาที่ตามมานอกจากการเจริญเติบโตต้นกล้าไม่พร้อมกัน การบริหารจัดการน้ำยังทำได้ยาก สภาพดินเกิดความเสื่อมโทรม ส่งผลทำให้เกิดการระบาดของโรคแมลง และต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้นตามมา

ฉะนี้...เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ครม.ได้มีมติเห็นชอบหลักการ ตามที่กระทรวงพญานาคเสนอไป นั่นคือโครงการจัดระบบการปลูกข้าว โดยจะเริ่มตั้งแต่ปี 2554-2556 ที่จะถึงนี้


นายสมชาย ชาญณรงค์กุล อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยถึงโครงการนี้ว่า...การปลูกข้าวโดยไม่พักดินย่อมทำให้มีการใช้สารเคมีจำนวนมาก เกิดการทำลายศัตรูธรรมชาติ สารเคมีตกค้างในดิน น้ำ อีกทั้งที่ผ่านมาหลายพื้นที่หันมาใช้เทคโนโลยีกันมากขึ้น เป็นผลทำให้ต้นทุนการปลูกข้าวนาปรังสูง ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าว โดยพื้นที่งดเว้นจะส่งเสริมสนับสนุน ปลูกพืชปุ๋ยสด และ พืชหลังนา อย่าง ถั่วเขียวคุณภาพดี แทน

และ...กระทรวงเกษตรฯ ได้มอบหมายให้ กรมส่งเสริมสหกรณ์ จัดทำโครงการ ส่งเสริมจัดสรรเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีชั้นพันธุ์ขยาย จำนวน 200 ตัน

เพื่อนำไปผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวคุณภาพ กรมวิชาการเกษตร เป็นผู้ให้ความรู้และเทคโนโลยีการผลิตตั้งแต่การเพาะปลูกจนถึงการปรับปรุงคุณภาพในโรงงาน หลังจากนั้น กรมการข้าว จะเป็นผู้นำเมล็ดพันธุ์ไปกระจายให้ถึงมือเกษตรกรทั่วประเทศ


“...การผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วบ้านเราต้องมีการนำเข้าจากต่างประเทศ  ส่วนหนึ่งเพราะเกษตรกรไม่สามารถเก็บรักษาคุณภาพเมล็ดพันธ์ุเพื่อใช้เพาะปลูกข้ามฤดูกาล อีกทั้งปริมาณน้ำมันในเมล็ดสูง ทำให้ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ในสภาวะปกติได้เพราะจะทำให้คุณภาพการงอกลดลง เหล่านี้จึงเกิดปัญหาขาดแคลนขึ้น ส่งผลให้พื้นที่ปลูกถั่วเขียวของไทยมีแนวโน้มลดลง เหลือประมาณ 840,000 ไร่ทั่วประเทศ...”

ดังนั้น ถั่วเขียวที่จะปลูกต้องเป็นเมล็ดพันธุ์คุณภาพจริงๆ ไม่ใช้เมล็ดพันธุ์ที่ไปหาซื้อตามตลาดทั่วไป เพราะเมล็ดพันธุ์กับเมล็ดพืชแตกต่างกัน เมล็ดพันธุ์ คือ เมล็ดของพืชที่จะไปเพาะปลูก ได้ และคงลักษณะดีไว้  เมล็ดพันธุ์ ต้องมีความคงทน และความสม่ำเสมอของพันธุ์ชนิดนั้นจริงๆ ปลูกได้ตามรอบที่ทางราชการให้การรับรองคือ มากกว่า 75% ขึ้นไปใน พื้นที่นำร่อง


...โดยระยะแรกจะเริ่มใน 22 จังหวัด รวมพื้นที่จำนวน 9,000,000 ไร่ ในเขตชลประทาน ได้แก่ กำแพงเพชร เชียงราย นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก สุโขทัย อุทัยธานี ชัยนาท นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี อ่างทอง นครนายก ฉะเชิงเทรา ราชบุรี นครปฐม สุพรรณบุรี กาญจนบุรี เพชรบุรี และจังหวัดอื่นๆที่มีปัญหา หรือมีพื้นที่ต่อเนื่องกับโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษา และเกณฑ์ที่ใช้เป็นกรอบในการคัดเลือกก็คือ มีพื้นที่ปลูกข้าวนาปรังตั้งแต่ 100,000 ไร่ขึ้นไป หรือเป็นพื้นที่ที่มีการระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หรือเป็นพื้นที่บริเวณใกล้เคียงกับพื้นที่ระบาดของเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล หรือมีพื้นที่ในเขตชลประทาน ตั้งแต่ 150,000 ไร่ขึ้นไป...


อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์บอกว่า ขณะนี้มีสหกรณ์เข้าร่วมโครงการนำร่อง จำนวน 28 แห่ง เบื้องต้นคาดว่าจะสามารถผลิตและเพิ่มปริมาณเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวชั้นพันธุ์จำหน่ายที่มีคุณภาพดีได้ไม่น้อยกว่า 2,000 ตัน พร้อมรองรับความต้องการของเกษตรกรที่จะใช้เพาะปลูกเป็นพืชหลังนาในฤดูกาลผลิตหน้านี้ได้ ซึ่งจะช่วยสนับสนุนโครงการจัดระบบการปลูกข้าวให้มีประสิทธิ-ภาพเพิ่มขึ้น ทั้งยังจะมีแหล่งผลิตเมล็ดพันธุ์ถั่วเขียวคุณภาพดีไม่น้อยกว่า 33,340 ไร่

โครงการดังกล่าวนอกจากช่วยตัดวงจรการระบาดของแมลงศัตรูธรรมชาติ ปรับปรุงบำรุงดิน ยังเป็นการขยายพันธุ์ถั่วเขียวคุณภาพรองรับความต้องการไว้ใช้ในการเพาะปลูกเป็นพืชหลังนาที่คาดว่าจะช่วยให้เกษตรกรมีรายได้เฉลี่ย 48,000 บาท/ครัวเรือน/ฤดูกาลผลิต.


เพ็ญพิชญา  เตียว

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement