advertisement

อึ้ง!สักพระพุทธรูปที่ลับ วธ.สั่งคุมเข้มร้านนอกรีต

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 มิ.ย. 2554 22:45

วธ.อึ้ง ผู้ประกอบการร้านสักแฉ คนทั่วโลกฮิตสักภาพศาสนาไม่เว้นที่ลับ ยัน ช่างไทยไม่สักภาพพระพุทธรูปต่ำกว่าเอว ส่วนใหญ่เป็นช่างต่างชาติ เสนอรัฐออกใบประกอบวิชาชีพ ปลัดวธ.เต้น เร่งประสานกต. แจ้งสถานทูตทั่วโลก แนะนักท่องเที่ยวต่างชาติใช้สัญลักษณ์พุทธให้เหมาะสม ขอ สตช.คุมเข้มร้านสักนอกรีต...

วันที่ 9 มิ.ย. ที่โรงแรมถาวร ปาล์มบีช รีสอร์ท จ.ภูเก็ต กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) จัดประชุมเสริมสร้างความเข้าใจผู้ประกอบการสัก (TATOO) และบุคลากรผู้เกี่ยวข้อง เพื่อให้นำสัญลักษณ์ทางศาสนาไปใช้อย่างเหมาะสม มีผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมรับฟังประมาณ 100 คน โดยนายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม กล่าวว่า จากการที่ประชาชนร้องเรียนเกี่ยวกับการสักภาพพระพุทธรูป และภาพเคารพทางศาสนาอื่นๆ ไว้บนร่างกายอย่างไม่เหมาะสมเข้ามายัง วธ. ตนได้มาทำความเข้าใจกับผู้ประกอบการ เนื่องจาก ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางพระพุทธศาสนาของโลก ขอให้ผู้ประกอบการร้านสัก ตำรวจ และ บุคลากรที่เกี่ยวข้อง ปฏิบัติตามคู่มือข้อควรปฏิบัติ และไม่ควรปฏิบัติในวัฒนธรรมไทย รวมทั้งขอให้สร้างความเข้าใจให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ เกี่ยวกับการใช้สัญลักษณ์ทางพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะการสักไว้บนร่างกาย เพราะจะกระทบกระเทือนจิตใจของคนไทย

นอกจากนี้ นายสมชาย กล่าวอีกว่า วธ. แจ้งไปยังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) และสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด (สวจ.) ในจังหวัดท่องเที่ยว เพื่อให้ตรวจสอบถึงการสักภาพที่ไม่เหมาะสม รวมถึงประสานกระทรวงการต่างประเทศ เพื่อให้แจ้งสถานทูตไทยทั่วโลก สร้างความเข้าใจถึงแนวทางปฏิบัติตนแก่นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่เข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย

"ผู้ประกอบการเสนอให้ออกใบประกอบวิชาชีพร้านบริการสัก และสร้างจรรยาบรรณวิชาชีพ เพื่อให้การบริการมีมาตรฐานเป็นไปในทิศทางเดียวกัน รวมถึงเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จัดอบรมร้านบริการสัก เนื่องจาก การจดทะเบียนร้านยังทำไม่ได้ เพราะไม่มีกฎหมายรองรับ ดังนั้น ผมจะรับข้อเสนอดังกล่าวไปหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงสาธารณสุข อีกทั้งมอบหมายให้สำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดภูเก็ต รวบรวมข้อมูลตัวเลขของร้านสักในจังหวัด และความต้องการของผู้ประกอบการ วิธีการสัก และอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้อง เพื่อนำไปประกอบแนวทางการขอออกใบประกอบวิชาชีพต่อไป" ปลัดวธ. กล่าว

ขณะที่ นายนนทิวัฒน์ จันทรประสิทธิ์ ผู้แทนกลุ่มผู้ประกอบการและช่างสักลาย จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ผู้ประกอบการได้ตระหนักถึงผลกระทบต่อภาพลักษณ์ของพระพุทธศาสนา แต่ทั้งนี้ต้องยอมรับว่า การให้บริการสักลายที่มีภาพเกี่ยวกับศาสนาต่างๆ ได้รับความนิยมแพร่หลายในวงการสักทั่วโลก และการสักรูปภาพทางพระพุทธศาสนา ไม่ใช่ฝีมือช่างสักจากประเทศไทยเพียงอย่างเดียว ช่างต่างประเทศทั่วโลก ก็ให้บริการสักลายพระพุทธรูปเช่นเดียวกัน ถ้าจะให้ผู้ประกอบการปฏิเสธการให้บริการสักเกี่ยวกับภาพทางศาสนาต่างๆ จะเกิดผลกระทบต่อรายได้ และผู้ที่ต้องการสักจะหันไปใช้บริการต่างประเทศแทน เพราะไม่มีข้อห้ามในเรื่องนี้ ดังนั้น จึงเสนอว่า ควรให้ผู้ประกอบการที่เป็นช่างคนไทย สามารถสักรูปทางศาสนาได้ แต่ควรจะมีการกำหนดตำแหน่งที่เหมาะสมและสวยงาม ไม่ขัดต่อความรู้สึกของบุคคลที่นับถือทุกศาสนา ทั้งนี้ ทางสมาคมฯเห็นตรงกันว่า กรณีที่มีการนำเสนอข่าวการสักพระพุทธรูปในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสมนั้น ยืนยันได้ว่าไม่ใช่ช่างไทย เพราะไม่มีช่างคนไหนสักหน้าพระพุทธรูปต่ำกว่าเอวลงไป

"การป้องกันไม่ให้เกิดภาพลักษณ์ที่ไม่ดีต่อพระพุทธศาสนา และเพื่อให้การปฏิบัติของร้านสักมีมาตรฐาน ให้บริการต่อลูกค้าที่ต้องการสักเรื่องสัญลักษณ์ทางศาสนาให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ทางกลุ่มผู้ประกอบการจึงได้ออกมาตรการคำแนะนำให้แก่สมาชิกที่ประกอบอาชีพสักดังนี้ 1.จะให้บริการสักลายหน้าพระพุทธรูปปางต่างๆ และสัญลักษณ์ทางศาสนา ในตำแหน่งเหนือเอวขึ้นไป 2.รูปแบบของหน้าพระพุทธรูป จะต้องถูกต้องตามพุทธลักษณะที่สวยงามเท่านั้น 3.ก่อนให้บริการสักลาย ต้องให้ข้อมูลถูกต้องที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับลายทางศาสนาทุกศาสนาให้แก่ผู้ใช้บริการ ได้ตระหนักถึงความสำคัญและความศรัทธาต่อผู้พบเห็นรอยสักนั้นๆ" นายนนทิวัฒน์ กล่าว

ด้าน นายเอกชัย วันเพ็ญ ผู้ประกอบการร้านสัก จ.ภูเก็ต กล่าวว่า ตนจะไม่สักภาพพระพุทธรูปในตำแหน่งที่ไม่เหมาะสม และจะไม่สักให้เด็กที่ต่ำกว่า 15 ปี หากจะสักต้องมีผู้ปกครองรับรอง นอกจากนี้ยังพบข้อมูลที่น่าตกใจสำหรับชาวพุทธคือ ชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะนิยมสักสัญลักษณ์ทางศาสนาบริเวณที่ลับ โดยเฉพาะที่ก้น เพียงเพราะความพอใจ โดยไม่คำนึงถึงความเหมาะสม

โหวตข่าวนี้