วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

พบสำเภาโบราณ2ลำจมอ่าวไทยคาดอายุกว่า 400 ปี

ฮือฮา! นักโบราณคดีใต้น้ำ พบเรือสำเภาโบราณอายุราว 400ปี บรรทุกเครื่องสังคโลกนับหมื่นชิ้นใกล้เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ฯ –อีกลำห่างฝั่งจันทบุรี 60 ไมล์ทะเล เชื่อเป็นเรือที่ใช้เส้นทางการค้าสมัยอยุธยา...

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2554 นายเอิบเปรม วัชรางกูร หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร กล่าวว่า ทีมนักโบราณคดีใต้น้ำได้ปฏิบัติงานสำรวจแหล่งเรือจม 2 แห่งกลางทะเลอ่าวไทย พบเรือสำเภาโบราณขนาดใหญ่ 2 ลำอยู่ในช่วงสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ 22 หรืออายุประมาณ 400 ปี ลำแรกจมอยู่บริเวณเหนือเกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานีออกไป 6 ไมล์ทะเล พบเรือสำเภาขนาดใหญ่ ลำที่สองอยู่ห่างจากฝั่งจังหวัดจันทบุรีออกไป 60 ไมล์ทะเลอยู่ตรงกลางอ่าวไทยเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครศรีธรรมราช

หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ กล่าวต่อว่า สำหรับเรือสำเภา 2 ดังกล่าวจมลึกอยู่ใต้ท้องทะเลประมาณ 70 เมตร บรรทุกเครื่องถ้วยชามไหสังคโลกจำนวนมากร่วม 10,000 ชิ้นยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และมีบางส่วนที่แตกกระจัดกระจาย จากการถูกรบกวนของอวนเรือลากไปโดนทำให้เกิด ความเสียหาย จึงได้เก็บขึ้นมาบางชิ้นนำมาศึกษา เครื่องสังคโลกทั้ง 2 ลำดังกล่าวสันนิษฐานว่า ผลิตมาจากเตาเผาศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัย

นายเอิบเปรม กล่าวอีกว่า จากการศึกษาเรือสำเภาจมดังกล่าว ทำให้ทราบว่าเป็นเส้นทางเดินเรือการค้าของสมัยอยุธยา ประเทศสยามหรือไทยได้ส่งเครื่องสังคโลกไปขายยังแถบแหลมมาลายูหมู่เกาะ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และแถบมหาสมุทรอินเดีย ศรีลังกา อย่างไรก็ดี จากการศึกษาส้นทางการค้าสมัยพุทธศตวรรษที่ 22 นี้ยังพบว่า ชาวโปรตุเกสได้เดินเรือเข้ามาค้าขายทั้งบรรทุกเครื่องเทศ และถ้วยชามสังคโลกไปยังประเทศของตนอีกด้วย เนื่องจากได้พบไหเตาแม่น้ำน้อยสิงห์บุรีจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในเมืองลิสบอน จึงแสดงให้เห็นว่าเครื่องสังคโลกเป็นสินค้าของชาวโปรตุเกส ที่เป็นประเทศแรกที่เข้ามายังสยามสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อประมาณ 500 ปีมาแล้วด้วย

หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ โบราณคดีใต้น้ำของไทยร่วมกับยูเนสโกได้มีการฝึกอบรมปฏิบัติโบราณคดี ใต้น้ำแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคที่ศูนย์ฝึกอบรมฯ จังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 4 จะสิ้นสุดในเดือนมิ.ย.2554 มี 11 ประเทศเข้าร่วม อาทิ อินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ จีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ปากีสถาน เวียดนาม กัมพูชา และไทย ฝึกภาคสนามใช้เครื่องจีไอเอส บันทึกข้อมูล และปฏิบัติทางใต้ทะเลที่เกาะมันนอกจังหวัดระยอง โดยทุนสนับสนุนจากรัฐบาลนอร์เวย์ แต่ละครั้งจำนวน 1.2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การฝึกอบรมครั้งนี้คงต้องขอยืดระยะเวลาจากทุนผู้สนับสนุนดังกล่าวออกไปถึง เดือนธ.ค.2554 เนื่องจากฤดูนี้เป็นช่วงมรสุมทำให้มีคลื่นลมแรง เป็นอุปสรรคการฝึกภาคสนามอย่างมาก