advertisement

พบสำเภาโบราณ2ลำจมอ่าวไทยคาดอายุกว่า 400 ปี

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ค. 2554 14:40

ฮือฮา! นักโบราณคดีใต้น้ำ พบเรือสำเภาโบราณอายุราว 400ปี บรรทุกเครื่องสังคโลกนับหมื่นชิ้นใกล้เกาะเต่า จ.สุราษฎร์ฯ –อีกลำห่างฝั่งจันทบุรี 60 ไมล์ทะเล เชื่อเป็นเรือที่ใช้เส้นทางการค้าสมัยอยุธยา...

เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2554 นายเอิบเปรม วัชรางกูร หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ สำนักโบราณคดี กรมศิลปากร กล่าวว่า ทีมนักโบราณคดีใต้น้ำได้ปฏิบัติงานสำรวจแหล่งเรือจม 2 แห่งกลางทะเลอ่าวไทย พบเรือสำเภาโบราณขนาดใหญ่ 2 ลำอยู่ในช่วงสมัยอยุธยาราวพุทธศตวรรษที่ 22 หรืออายุประมาณ 400 ปี ลำแรกจมอยู่บริเวณเหนือเกาะเต่า จังหวัดสุราษฏร์ธานีออกไป 6 ไมล์ทะเล พบเรือสำเภาขนาดใหญ่ ลำที่สองอยู่ห่างจากฝั่งจังหวัดจันทบุรีออกไป 60 ไมล์ทะเลอยู่ตรงกลางอ่าวไทยเป็นเส้นทางที่มุ่งหน้าไปทางจังหวัดนครศรีธรรมราช

หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ กล่าวต่อว่า สำหรับเรือสำเภา 2 ดังกล่าวจมลึกอยู่ใต้ท้องทะเลประมาณ 70 เมตร บรรทุกเครื่องถ้วยชามไหสังคโลกจำนวนมากร่วม 10,000 ชิ้นยังอยู่ในสภาพที่ค่อนข้างสมบูรณ์ และมีบางส่วนที่แตกกระจัดกระจาย จากการถูกรบกวนของอวนเรือลากไปโดนทำให้เกิด ความเสียหาย จึงได้เก็บขึ้นมาบางชิ้นนำมาศึกษา เครื่องสังคโลกทั้ง 2 ลำดังกล่าวสันนิษฐานว่า ผลิตมาจากเตาเผาศรีสัชนาลัยในสมัยสุโขทัย

นายเอิบเปรม กล่าวอีกว่า จากการศึกษาเรือสำเภาจมดังกล่าว ทำให้ทราบว่าเป็นเส้นทางเดินเรือการค้าของสมัยอยุธยา ประเทศสยามหรือไทยได้ส่งเครื่องสังคโลกไปขายยังแถบแหลมมาลายูหมู่เกาะ ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย และแถบมหาสมุทรอินเดีย ศรีลังกา อย่างไรก็ดี จากการศึกษาส้นทางการค้าสมัยพุทธศตวรรษที่ 22 นี้ยังพบว่า ชาวโปรตุเกสได้เดินเรือเข้ามาค้าขายทั้งบรรทุกเครื่องเทศ และถ้วยชามสังคโลกไปยังประเทศของตนอีกด้วย เนื่องจากได้พบไหเตาแม่น้ำน้อยสิงห์บุรีจัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์ในเมืองลิสบอน จึงแสดงให้เห็นว่าเครื่องสังคโลกเป็นสินค้าของชาวโปรตุเกส ที่เป็นประเทศแรกที่เข้ามายังสยามสมัยกรุงศรีอยุธยาเมื่อประมาณ 500 ปีมาแล้วด้วย

หัวหน้ากลุ่มโบราณคดีใต้น้ำ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้ โบราณคดีใต้น้ำของไทยร่วมกับยูเนสโกได้มีการฝึกอบรมปฏิบัติโบราณคดี ใต้น้ำแห่งภูมิภาคเอเชียและแปซิฟิคที่ศูนย์ฝึกอบรมฯ จังหวัดจันทบุรี ครั้งที่ 4 จะสิ้นสุดในเดือนมิ.ย.2554 มี 11 ประเทศเข้าร่วม อาทิ อินเดีย ศรีลังกา บังคลาเทศ จีน มาเลเซีย ฟิลิปปินส์ อินโดนีเซีย ปากีสถาน เวียดนาม กัมพูชา และไทย ฝึกภาคสนามใช้เครื่องจีไอเอส บันทึกข้อมูล และปฏิบัติทางใต้ทะเลที่เกาะมันนอกจังหวัดระยอง โดยทุนสนับสนุนจากรัฐบาลนอร์เวย์ แต่ละครั้งจำนวน 1.2 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม การฝึกอบรมครั้งนี้คงต้องขอยืดระยะเวลาจากทุนผู้สนับสนุนดังกล่าวออกไปถึง เดือนธ.ค.2554 เนื่องจากฤดูนี้เป็นช่วงมรสุมทำให้มีคลื่นลมแรง เป็นอุปสรรคการฝึกภาคสนามอย่างมาก

โหวตข่าวนี้