สธ.คุมเข้มช่วงสงกรานต์ ร้านค้าทำผิด กม.แอลกอฮอล์จับปรับทันที ระดมแพทย์-พยาบาลทีมกู้ชีพร่วมแสนพร้อมปฏิบัติงาน 24 ชม. ด้านปลัดสธ.วอนพลเมืองดีอย่าเคลื่อนย้ายผู้บาดเจ็บเองเพราะอาจพิการได้...
วันที่ 12 เม.ย. นางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณสุข พร้อมด้วย นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุขและคณะ เดินทางไปตรวจเยี่ยมจุดตรวจ และ ให้บริการประชาชน เพื่อป้องกันอุบัติเหตุช่วงเทศกาลสงกรานต์ ที่บริเวณแยกทางเข้าวัดไชโย ถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 32 อ.ไชโย จ.อ่างทอง ซึ่งเป็นเส้นทางขึ้นสู่ภาคเหนือ โดยกล่าวว่า วันนี้ปริมาณรถบนถนนสายเอเชีย เพิ่มจากปกติประมาณ 4-5 เท่าตัว เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายขึ้น ในส่วนกระทรวงสาธารณสุขเตรียมพร้อม 2 ส่วน คือ การป้องกันเพื่อให้เป็นเทศกาลสงกรานต์ที่ปลอดภัย โดยเฉพาะการเมาสุรา ซึ่งในเทศกาลสงกรานต์ปีที่ผ่านมา พบเป็นสาเหตุเกิดอุบัติเหตุมากถึง 40% โดยประชาสัมพันธ์ แจ้งเตือนพ่อค้าแม่ค้าปฏิบัติตาม พ.ร.บ.เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 และ พ.ร.บ.สุรา พ.ศ. 2493 อย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะลงโทษถึงขั้นจำคุกและปรับหรือทั้งจำทั้งปรับตามการกระทำผิดโดยไม่ละเว้น
รมช.สาธารณสุข กล่าวว่า ส่วนที่ 2 คือการรักษาพยาบาลผู้บาดเจ็บหรือผู้ป่วยฉุกเฉินทั่วไป เพื่อลดการบาดเจ็บรุนแรง ป้องกันการเสียชีวิต หรือป้องกันความพิการซ้ำซ้อน โดยมี 2 ส่วน คือ ทีมกู้ชีพฉุกเฉินพร้อมรถพยาบาล ซึ่งมีทั้งหมด 9,937 ทีมครอบคลุมทุกพื้นที่ทั่วประเทศ มีบุคลากรที่ผ่านการอบรมและเป็นมืออาชีพ จำนวน 122,945 คน โดยทีมกู้ชีพจะออกไปให้การดูแลรักษาผู้เจ็บป่วยถึงจุดเกิดเหตุภายใน 10 นาที และนำส่งรักษาในโรงพยาบาลฟรี โดยประชาชนสามารถโทร.แจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 ตลอด 24 ชั่วโมง และส่วนที่ 2 คือการรักษาผู้บาดเจ็บในโรงพยาบาล ได้ให้โรงพยาบาลในสังกัด 875 แห่งทั่วประเทศ จัดแพทย์เชี่ยวชาญด้านอุบัติเหตุ และพยาบาลประจำห้องฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง สำรองเลือด เวชภัณฑ์ ยา ห้องผ่าตัด เครื่องช่วยหายใจ ห้องไอซียู และ สำรองเตียงผู้ป่วย เพิ่มขึ้นอีกประมาณ 30% ปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 11 -17 เม.ย. 2554
ด้าน นพ.ไพจิตร์ วราชิต ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กล่าวว่า สิ่งที่จะต้องขอความร่วมมือประชาชน หากพบเห็นผู้บาดเจ็บจากอุบัติเหตุ ขอให้โทร.แจ้งขอความช่วยเหลือได้ที่หมายเลข 1669 และอย่าพยายามเคลื่อนย้าย นำผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลเอง เนื่องจาก อาจทำให้ผู้บาดเจ็บได้รับอันตรายเพิ่มหรือเสี่ยงเกิดความพิการได้ง่าย เช่น ผู้ได้รับบาดเจ็บที่กระดูกสันหลัง ที่ศีรษะ ซึ่งบางครั้งอาจไม่เห็นบาดแผลภายนอกก็ได้ ทั้งนี้การไม่ดื่มสุราก่อนและในระหว่างการขับรถ รวมทั้งการขับรถด้วยความเร็วที่กำหนดตามกฎหมาย จะสามารถลดอุบัติเหตุได้




















