advertisement

กระทรวงศึกษาธิการระดมอัดฉีด "ขวัญ-กำลังใจ" ฟื้นจิตวิญญาณแม่พิมพ์ ปีสร้าง "ครูคุณภาพ"

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 11 ม.ค. 2554 05:30

พระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน พระราชสมัญญา ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในปีมหามงคล 2554 ด้วยทรงอุทิศทุ่มเทพระวรกาย และพระสติปัญญา โดยไม่เคยย่อท้อ หรือลดละความพยายามในการจะนำความสุขและความสงบที่ยั่งยืนมาสู่พสกนิกรของพระองค์

ทั้งในส่วนที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพครู พระองค์ได้ทรงประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างอันประเสริฐแก่ผู้ประกอบวิชาชีพครู ทรงเน้นย้ำการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้ผู้เรียนที่มีพื้นฐานความรู้ ความสนใจ และถนัดแตกต่างกัน ได้เรียนรู้ด้วยวิธีการที่แตกต่างและหลากหลาย ทรงเน้นการเรียนรู้ด้วยการสาธิต การทดลอง การแก้ปัญหา การลงมือปฏิบัติจริง ค้นคว้า ทรงสร้างความรู้ด้วยตนเองอย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญทรงมีแนวพระราชดำริให้มีการจัดการศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม

และสิ่งที่คนไทยทั้งแผ่นดินซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณคือ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงสอนเยาวชนของชาติด้วยพระองค์ เอง ที่สำคัญยิ่งทรงประพฤติปฏิบัติเป็นแบบอย่างอันประเสริฐ ในด้านคุณธรรมและจริยธรรมแก่ผู้ประกอบวิชาชีพครูอย่างแท้จริง

ขณะเดียวกันบทพระราชนิพนธ์ และหนังสือแปล ตลอดจนตำราต่างๆ ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เกือบทุกเรื่องล้วนแล้วแต่สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพอันล้ำเลิศ ในการถ่ายทอดองค์ความรู้ได้เป็นอย่างดี ทรงนิพนธ์เรื่องที่เขียนหรือพูดแล้วน่าเบื่อให้สนุก และสำคัญคือทรงเน้นย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของความอุตสาหะ มานะ พยายาม และไม่ย่อท้อต่ออุปสรรคใดๆ ดั่งเช่น บทพระราชนิพนธ์เรื่อง พระมหาชนก

จากวันนี้อีกเพียง 5 วัน ก็จะถึงวาระครบรอบวันครู ปีที่ 54 โดยเริ่มต้นจัดขึ้นครั้งแรกในวันที่ 16 มกราคม ปี พ.ศ.2500 ทั้งยังเป็นปีมหามงคลที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ 7 รอบ 84 พรรษา

ทีมการศึกษา จึงขอฉายภาพอนาคต และสิ่งต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นในแวดวงครู ในปีเถาะ พ.ศ.2554

แม้ว่ากระทรวงศึกษาธิการ โดยครูใหญ่ ชินวรณ์ บุณยเกียรติ ที่นั่งกุมบังเหียนบนเก้าอี้เสมา 1 จะประกาศเป็นนโยบายสำคัญ ในการเร่งเสริมสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครู เพราะครูเป็นกุญแจสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองให้ประสบความสำเร็จได้ จึงต้องมีการดูแลเอาใจใส่คุณภาพชีวิตของครูให้ดี เพื่อให้ปี 2554 เป็นปีแห่งคุณภาพครู และคุณภาพการศึกษา สารพัดโครงการมีการผลักดันให้เกิดผลในทางบวกกับคุณภาพครู และคุณภาพการศึกษา ตามที่ประกาศไว้ อาทิ การจัดทำโครงการ พัฒนาครูทั้งระบบ เริ่มตั้งแต่การสร้างแรงจูงใจให้คนดี คนเก่งมีศรัทธาเข้าสู่วิชาชีพครู ด้วยการทุ่มงบประมาณในปี 2553 เฉียด 6 พันล้านบาท เพื่อพัฒนาครูโดยเน้นการใช้นวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเป็นสำคัญ การจัดกิจกรรมการผลิตครูขั้นพื้นฐาน 5 ปี การพัฒนาระบบสารสนเทศเพื่อการบริหารทรัพยากรบุคคล 185 เขตพื้นที่การศึกษา การคืนครูให้กับนักเรียน จำนวน 30,923 คน การพัฒนาครูด้วยระบบ E–Training จำนวน 338,329 คน การจัดระบบทะเบียนประวัติอิเล็กทรอนิกส์ของครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 100,000 คน

ขณะเดียวกันก็มีการจัดโครงการเพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครู ทั้งการเสนอ พ.ร.บ.เงินเดือน เงินวิทยฐานะให้ครูได้รับการปรับเพดานขั้นเงินเดือนประมาณร้อยละ 8 โดยการแก้กฎข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ก.ค.ศ.) ให้ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาได้รับเงินเดือนสูงเทียบเท่าวิชาชีพแพทย์ และกฎหมาย เสนอเงินวิทยพัฒน์ฯปรับปรุงมาตรฐาน กำหนดตำแหน่งให้ผู้บริหารการศึกษาระดับจังหวัดเป็นระดับ ค.ศ.4 ที่สำคัญได้มีการปรับปรุงวิธีการประเมินวิทยฐานะแก่ครูและบุคลากรทางการศึกษา จากการมุ่งเน้นประเมินด้วยเอกสาร มาเป็นการประเมินผลงานเชิงประจักษ์ เน้นการสนับสนุนครูผู้สอนดี

แต่ความเป็นจริงที่คงไม่มีใครปฏิเสธได้ คือ แม้สารพัดโครงการกี่มากน้อยเหล่านี้ จะถูกกำหนดขึ้นโดยมุ่งหวังที่จะเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของครู และบุคลากรทางการศึกษาให้ดีขึ้น แต่ตราบใดที่ครูยังมีภาระเรื่องหนี้สิน โดยจากข้อมูลที่สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา พบว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษามีหนี้สินมากกว่า 460,000 คน ซึ่งแหล่งเงินกู้สำคัญที่ครูเป็นหนี้สินมากที่สุดได้แก่ สหกรณ์ออมทรัพย์ครู ส่วนเหตุผลที่ขอกู้ส่วนใหญ่ เป็นการกู้เพื่อปลูกสร้างและซ่อมแซมที่อยู่อาศัย และกู้ฉุกเฉินเพื่อใช้จ่ายในกรณีที่จำเป็น

แม้ในรอบปีที่ผ่านมากระทรวงศึกษาธิการ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะพยายามทุกวิถีทางในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยจัดคลินิกเคลื่อนที่ 10 จังหวัด สำรวจสภาพหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษากว่า 400,000 คน และอบรมพัฒนาชีวิตด้วยหลักเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาชีวิตด้วยการสร้างวินัยทางการเงิน จำนวน 1,760 คน เป็นต้น แต่ทั้งหมดทั้งปวงเหล่านี้ ก็เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของความพยายามในการแก้ไขปัญหาเท่านั้น

"ทีมการศึกษา" มองว่าตราบใดที่ปัญหาต่างๆ ของครูที่ถูกหมักหมมกันมานาน ยังคงไม่ได้รับการสะสางอย่างจริงจัง การจะปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สองที่สังคมมองว่า "ครู" เป็นกุญแจสำคัญในการปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง ก็คงจะประสบความสำเร็จได้ยาก

เราก็ได้แต่หวังว่า ผู้กุมบังเหียนบนเก้าอี้รัฐมนตรีศึกษาธิการ และผู้บริหารวังจันทรเกษมทุกคนจะไม่ถอดใจ และมีความทุ่มเทแบบเต็มร้อยที่จะตอบโจทย์หินต่างๆในการฟื้น "ขวัญ-กำลังใจ" แม่พิมพ์ให้ประสบความสำเร็จให้ได้โดยเร็ว

เพื่อก้าวไปถึงเป้าหมายให้ปีกระต่ายทองนี้เป็นปีแห่งคุณภาพครู และคุณภาพการศึกษา อย่างที่หวังตั้งใจ

และที่สำคัญกว่าอื่นใด คือ แม่พิมพ์ของชาติเองต้องแสดงความจริงใจ จริงจัง และทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ ในการบ่มเพาะเยาวชนให้เติบโตเป็นอนาคตที่ "เป็นคนเต็มคน" ทั้งเป็นการทำถวายพระผู้ทรงเป็นครูแห่งแผ่นดิน ในปีมหามงคลนี้

เพื่อให้ "วันครู" วันที่ 16 มกราคม ของทุกปี เป็นวันที่ทุกคนจะได้รำลึกถึงพระคุณของครูด้วยหัวใจอย่างแท้จริง!

ทีมการศึกษา

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement