advertisement

สธ.ออกโรงคุมเบิก-จ่ายยา ขรก.ป้องกันฮั้วเบิกเกินจริง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 6 ม.ค. 2554 21:45

สธ.ออกกฎเหล็กคุมจ่ายยาข้าราชการ แพทย์เฉพาะทางจ่ายได้ไม่เกิน 5 หมื่น ส่วนแพทย์ทั่วไปจ่ายได้ไม่เกิน 2 หมื่นบาท หลังพบหมอ-คนไข้- ญาติ ฮั้วเบิกจ่ายเกินจริงส่งผลรพ.เสียหาย...

เมื่อวันที่ 6 ม.ค.2554 นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวถึงมาตรการแก้ไขปัญหาการเบิกจ่ายยากลุ่มที่ใช้สิทธิ สวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการ หลังจากมีรายงานของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) ตรวจพบการทุจริตยาในโรงพยาบาลหลายแห่ง และมีผู้เกี่ยวข้องเป็นบุคลากรในโรงพยาบาล มีส่วนในการสั่งจ่ายหรือเบิกยาด้วย ก่อให้เกิดความเสียหายต่อโรงพยาบาล และระบบราชการรวมทั้งประเทศชาติในภาพรวม ว่า กระทรวงสาธารณสุข ได้ประชุมผู้เกี่ยวข้อง ทั้งเภสัชกร และแพทย์ผู้รักษา จากโรงพยาบาลศูนย์ โรงพยาบาลทั่วไป ขณะนี้ ได้มีข้อเสนอมาตรการแนวทางการเบิกจ่ายยาของโรงพยาบาลในสังกัดทั่ว ประเทศ โดยเฉพาะในกลุ่มที่ใช้สิทธิสวัสดิการรักษาข้าราชการ ทั้งประเภทเรื้อรังและยาที่ต้องควบคุมการจ่ายเสร็จเรียบร้อยแล้ว โดยคาดว่าปลัดกระทรวงสาธารณสุข จะลงนามเพื่อประกาศใช้เป็นแนวปฏิบัติเดียวกันทั่วประเทศภายในเดือนธันวาคม 2553 จะทำให้การใช้ยาของโรงพยาบาลในสังกัดกระทรวงสาธารณสุขทั่วประเทศ เป็นไปอย่างเหมาะสมและเกิดประสิทธิภาพต่อผู้ป่วยยิ่งขึ้น

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวต่อว่า มาตรการดังกล่าวกำหนดให้การสั่งจ่ายยาแต่ละรายการให้เป็นไปตามเงื่อนไขและ ข้อกำหนดที่คณะกรรมการแห่งชาติด้านยา และที่คณะกรรมการเภสัชกรรมและการบำบัด ของโรงพยาบาลแต่ละแห่งได้ประกาศใช้ โดยการสั่งจ่ายยารักษาผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่ใช้ต่อเนื่องและในปริมาณมาก จะต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เฉพาะทางที่เกี่ยวข้องโดยตรง หรือแพทย์ที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลมอบหมาย โดยจ่ายได้เฉพาะกรณีที่ผู้ป่วยมารับการรักษาที่โรงพยาบาล โดยในการจ่ายยาแพทย์เฉพาะทางสั่งจ่ายได้ครั้งละไม่ควรเกิน 3 เดือน วงเงินรวมไม่ควรเกิน 50,000 บาทคิดจากราคาขาย หากไม่ใช่แพทย์เฉพาะทางสามารถสั่งจ่ายได้ครั้งละไม่ควรเกิน 1 เดือน วงเงินไม่ควรเกิน 20,000 บาทคิดจากราคาขาย แต่กรณีที่มีเหตุจำเป็นที่ผู้ป่วยมารับการรักษาที่โรงพยาบาลไม่ได้ และมีความจำเป็นต้องรับยา จะสั่งจ่ายได้เฉพาะกรณีที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอนุญาตให้จ่ายได้

นพ.สุพรรณ กล่าวถึงกรณีการสั่งจ่ายยาที่ต้องควบคุมได้แก่ ยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตประสาทและยาที่มีค่าใช้จ่ายสูงว่า ให้มีการจำกัดจำนวนการจ่ายต่อครั้ง สำหรับกรณีที่มีการขอเบิกยาเดิมซ้ำ ในขณะที่จากการคำนวณแล้วยาเก่ายังเหลือพอใช้ได้จนถึงวันที่แพทย์นัด จะต้องระบุเหตุผลความจำเป็นไว้ในบัตรผู้ป่วยนอก กรณีที่แจ้งว่ายาหายจะต้องแจ้งให้โรงพยาบาลทราบเป็นลายลักษณ์อักษร โดยอาจทำแบบฟอร์มให้ผู้ป่วยกรอกและแนบเอกสารไว้กับบัตรผู้ป่วยนอก ในกรณีที่ผู้ป่วยไม่ได้มารับการตรวจจากแพทย์โดยตรงแต่มีญาติมาขอเบิกยาแทน จะต้องระบุเหตุผลความจำเป็นไว้ในบัตรผู้ป่วยนอกด้วย นอกจากนี้ กรณีที่ตรวจพบการสั่งจ่ายยาผิดปกติ ให้ผู้ที่พบเหตุการณ์สอบถามกลับไปยังผู้ป่วย แพทย์ผู้สั่งยา และผู้ที่เกี่ยวข้อง หากพบว่ามีความผิดปกติเกิดขึ้น ให้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ และให้โรงพยาบาลทำการสุ่มแฟ้มประวัติของผู้ป่วยเพื่อดูการสั่งจ่ายยาว่าเป็น ไปอย่างเหมาะสมหรือไม่ และห้องจ่ายยาจ่ายตรงตามที่แพทย์สั่งหรือไม่

โฆษกกระทรวงสาธารณสุข กล่าวอีกว่า ก่อนหน้านี้ กระทรวงสาธารณสุข ได้ลงนามร่วมกับกรมบัญชีกลาง แลกเปลี่ยนข้อมูลการรักษาพยาบาลของประชาชนในระบบหลักประกันสุขภาพ 3 กองทุน คือ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ระบบประกันสังคม และระบบสวัสดิการข้าราชการ ซึ่งในแต่ละปีร่วมค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลกว่า 200,000 ล้านบาท เพื่อหาทางกำหนดนโยบายการเงินการคลังควบคุมค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เฉพาะในส่วนระบบสวัสดิการข้าราชการ ที่สูงกว่า 60,000 ล้านบาทต่อปี หากไม่มีการดำเนินการใดๆ อาจจะถึง 1 แสน ล้านบาท และค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลของประเทศอาจจะเพิ่มเป็น 4 แสนล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า ส่วนการทุจริตเกี่ยวกับการเบิกจ่ายยาในระบบ สวัสดิการข้าราชการว่า ที่ผ่านมาเคยมีการฟ้องร้องข้าราชการที่ไปใช้สิทธิเบิกจ่ายยาใน รพ. โดยมิชอบ หรือ ช้อบปิ้งยา ไปแล้วประมาณ 10 ราย โดยมีการศึกษาข้อมูลทั้งระบบเบื้องต้นพบว่า มีรพ. หน่วยเบิกจ่าย เภสัชกร เกี่ยวข้อง

ด้าน นายมนัส แจ่มเวลา ที่ปรึกษาด้านพัฒนาระบบการเงินการคลัง กรมบัญชีกลาง กระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ผ่านมากรมบัญชีกลางได้วางมาตรการในการควบคุมค่ารักษาพยาบาลในส่วนระบบ สวัสดิการข้าราชการกว่า 10 มาตราการ ทั้งการดำเนินการกับผู้ที่กระทำผิดที่มีพฤติการณ์เข้ารักษาตามโรงพยาบาล ต่างๆ เพื่อเวียนรับยามาขาย 8 ราย และยังพบที่น่าสงสัยอีก 30 ราย ซึ่งอยู่ในการเฝ้าระวัง

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement