เจอเต่าตนุยักษ์เกยตื้นหาดบ้านกรูด คาดกินถุงพลาสติกจนเกิดการอุดตันในระบบย่อย ด้าน ทช.เผยปี 53 เต่าเกยตื้นอันดามัน90ตัว ระบุสาเหตุมาจากติดเครื่องมือประมง และกินถุงพลาสติกจนท้องอืดว่ายน้ำไม่ได้...
วันที่ 22 ก.ย. นายก้องเกียรติ กิตติวัฒนาวงศ์ หัวหน้ากลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลนภูเก็ต กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง(ทช.) กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(ทส.) กล่าวว่า ปี 2533 มีสัตว์ทะเลหายากจำพวกเต่ามาเกยตื้น จำนวนมาก โดย 40% ที่มาเกยตื้นจะตาย เพราะช่วยชีวิตไว้ไม่ทัน แต่ 60% จะรอดชีวิต เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาหลังจากกทช.มีการรณรงค์เรื่องให้ประชาชน หรือนักท่องเที่ยวช่วยกันแจ้งกรณีเจอสัตว์ทะเลหายากเกยตื้น ก็มีคนแจ้งกันมากขึ้น ทำให้สัตว์เหล่านั้นมีโอกาสรอดชีวิตมากขึ้นด้วย
หน.กลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเลและป่าชายเลนภูเก็ต กล่าวต่อว่า ตั้งแต่ต้นปี 2553 นั้นพบว่ามีเต่าทะเล ซึ่งส่วนใหญ่เป็นเต่าตนุ เกยตื้น มีคนแจ้งให้เข้าไปช่วยเหลือ และสามารถช่วยชีวิตไว้ได้ถึง 90 ตัว เฉพาะที่ฝั่งอันดามัน ขณะนี้เต่าทะเลทั้งหมดถูกอนุบาลอยู่ที่สถาบันวิจัยทรัพยากรทางทะเล ที่ภูเก็ต มีเกือบทุกขนาด โดยขนาดใหญ่สุดนั้นยาวประมาณ 1 เมตร น้ำหนักมากกว่า 70 กิโลกรัม
“ส่วนใหญ่ของสัตว์ทะเลที่เกยตื้นนั้น จะมีสาเหตุมาจากเครื่องมือประมง เช่น ติดเครื่องมือประมง โดยเฉพาะอวนลอย หรือ โดนใบพัดเรือ จนกระดองแตก และถูกคลื่นซัดเข้าฝั่ง นอกจากนี้ ยังเกิดจากการกินขยะในทะเลจนท้องอืดว่ายน้ำไม่ได้ โดยหากกินเข้าไปในปริมาณไม่มากเกินไป ทีมแพทย์สัตว์ทะเลหายาก ก็สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ หากเปรียบเทียบกับปีที่ผ่านมา พบว่ามีสัตว์ทะเลหายากเกยตื้นน้อยลง และในจำนวนที่เกยตื้นขึ้นมานั้น สามารถช่วยชีวิตเอาไว้ได้ในปริมาณที่มากขึ้นด้วย” นายก้องเกียรติ กล่าว
วันเดียวกัน ที่ชายหาดบ้านกรูด อ.บางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ นายจำเริญ พูนสวัสดิ์ ชาวประมงพื้นบ้านหาดบ้านกรูด ได้แจ้งต่อกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด ว่า ได้พบเต่าทะเลขนาดใหญ่ว่ายน้ำเข้าฝั่ง และกำลังเดินขึ้นหาดทรายบริเวณที่จอด เรือประมง และได้จับแช่น้ำไว้ในท้องเรือ จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่โครงการสัตว์หายากใกล้สูญพันธ์ของศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยตอนกลางชุมพร ให้เข้าตรวจสอบ พบว่า เป็นเต่าตนุ เพศผู้ อายุประมาณ 20 ปี เป็นเต่าธรรมชาติ กระดองยาว 90 เซนติเมตร กว้าง 77 เซนติเมตร น้ำหนักประมาณ 80 กิโลกรัม ช่วงหลังกระดองมีตะไคร่น้ำจับเต็ม ไม่มีร่องรอยของบาดแผล และอยู่ในสภาพอ่อนเพลีย จึงได้นำกลับศูนย์วิจัยฯเพื่ออนุบาลและรอดูอาการ
นายปราโมทย์ ฉิมหาด เจ้าพนักงานประมงระดับผู้ชำนาญการ จากศูนย์วิจัยฯชุมพร กล่าวว่า ปกติจะมีแต่เต่าตัวเมียจะเดินขึ้นหาดเพื่อวางไข่ในตอนกลางคืน เต่าตัวผู้เดินขึ้นหาดในช่วงกลางวัน ถือเป็นเรื่องผิดปกติสันนิษฐานเบื้องต้นว่าน่าจะกินขยะเข้าไป จนเกิดการอุดตันในระบบย่อย แต่จะรีบดำเนินการให้ยาเพื่อช่วยเหลือต่อไป




















