3 เดือนแรกซื้อบ้าน-ที่ดินเมืองนอกทะลัก นักธุรกิจไทยแห่ช็อปของถูก - ข่าวไทยรัฐออนไลน์
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2559

3 เดือนแรกซื้อบ้าน-ที่ดินเมืองนอกทะลัก นักธุรกิจไทยแห่ช็อปของถูก

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 12 เม.ย. 2553 06:15
10,286 ครั้ง


นักธุรกิจไทยเฮช็อปโรงแรม บ้าน ที่ดินเมืองนอกเลหลังราคาถูก ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลก แบงก์ชาติเผย 3 เดือนแรกขนเงินออกไปซื้อแล้วกว่า 3,200 ล้านบาท...

นางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายตลาดการเงินกล่าวว่า หลังจากที่ ธปท.ผ่อนคลายเกณฑ์การส่งเงินทุนออกนอกประเทศเพิ่มมากขึ้น ทำให้เริ่มเห็นแนวโน้มการส่งเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศของนักลงทุนและภาคธุรกิจของไทยเพิ่มมากขึ้น ทั้งในการไปลงทุนในภาคอุตสาหกรรมในลักษณะการขยายฐานธุรกิจ  การ ลงทุนโดยตรงในบริษัทต่างประเทศและการลงทุนตราสารทุนและตราสารหนี้ในต่างประเทศ นอกจากนั้นการลงทุนอีกส่วนหนึ่งที่กำลังเพิ่มขึ้น คือ การโอนเงินไปต่างประเทศเพื่อซื้ออสังหาริมทรัพย์ 

"หลังจากเกิดวิกฤติเศรษฐกิจในสหรัฐฯและยุโรป ราคาอสังหาริมทรัพย์ตกต่ำลงไปมากและหลายประเทศถึงขนาดลดราคาขายแบบเลหลัง ประกอบกับค่าเงินของสหรัฐฯอ่อนค่าลง ขณะที่ค่าเงินบาทแข็งค่า ทำให้นักธุรกิจไทยที่มีเงินสนใจที่จะไปลงทุนซื้อโรงแรม อพาร์ตเมนต์ รวมทั้งบ้านและที่ดินเพิ่มมากขึ้น โดยปี 2553 เพียง 3 เดือนแรก ได้มีภาคเอกชน ทำเรื่องขออนุญาต ธปท.เพื่อนำเงินไปลงทุนในอสังหาริมทรัพย์แล้วมากกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐฯ คิดตามอัตราแลกเปลี่ยนที่ 32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ จะเป็นเงินไทยมากกว่า 3,200 ล้านบาท" 

นางสุชาดากล่าวต่อว่า ในปีที่ผ่านมา ทั้งปีมีเงินลงทุนของนักลงทุนไทยไปลงทุนในต่างประเทศทั้งสิ้น 4,055.9 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 129,788.8 ล้านบาท เป็นเงินที่ไปลงทุนในภาคอสังหาริมทรัพย์ของต่างประเทศ ประมาณ 122.7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 3,926.4 ล้านบาท และเป็นการส่งเงินไปลงทุนในภาคอุตสาหกรรม หรือเป็นการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศ 1,749.5 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 55,984 ล้านบาท ไปลงทุนในหุ้นและตราสารหนี้ 424.2 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 13,574.4 ล้านบาท และเป็นการลงทุนในสถาบันการเงินต่างประเทศ 535.3 ล้านเหรียญสหรัฐฯ หรือ 17,129.6 ล้านบาท 

ทั้งนี้ ในช่วงที่ค่าเงินบาทยังคงมีแนวโน้มแข็งค่า ขณะที่ค่าจ้างแรงงานในประเทศไทยชนิดไม่มีฝีมือ เริ่มสูงกว่าประเทศเพื่อนบ้าน ทำให้ ความสามารถในการแข่งขันในด้านการผลิตลดน้อยลงนั้น เป็นหนทางปกติที่นักธุรกิจไทยจะต้องมองลู่ทางในการย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศมากขึ้นเพื่อหาต้นทุนที่ต่ำกว่าและสามารถที่จะแข่งขันได้ ในขณะเดียวกันก็ต้องยกระดับการผลิตในประเทศไทยขึ้นเป็นการผลิตที่ใช้ แรงงานที่มีทักษะ มีความเชี่ยวชาญพิเศษมากขึ้น  เพื่อให้ประเทศไทยกลายเป็นตลาดสินค้าที่มีคุณภาพและมีราคาที่ดีขึ้น ในขณะที่แรงงานในประเทศจะได้ค่าจ้างแรงงานที่สูงขึ้นตามทักษะฝีมือแรงงานที่สูงขึ้น เหมือนช่วงก่อนหน้านี้ที่ประเทศญี่ปุ่นย้ายฐานการผลิตมาที่ไทย ไปจีน อินโดนีเซีย เป็นต้น 

"ธปท.ยังคงสนับสนุนให้มีการนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง  ซึ่งเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ธปท.ได้ผ่อนคลายเกณฑ์เพิ่มเติมให้การลงทุนในต่างประเทศสะดวกขึ้นอีก เนื่องจาก ธปท.ต้องการเห็นการลงทุนของการไหลเข้าและไหลออกของเงินทุนที่สมดุลกัน ซึ่งจะช่วยสร้างความสมดุลของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาท หากมีการไหลออกของการลงทุนไทยไปต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ในช่วงต่อไปการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยทำให้เกิดการลงทุนทั้งภาครัฐและเอกชน การเกินดุลบัญชีเดินสะพัดจะค่อยๆลดลง  ทำให้ ค่าเงินบาทของไทยมีเสถียรภาพได้ในที่สุด".

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement