สั่งแบงก์ยึดทรัพย์ "ทักษิณ" วันนี้ โอนเงินฝาก 32 บัญชี 4.6 หมื่น ล.เข้าคลังทันที - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอาทิตย์ที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

สั่งแบงก์ยึดทรัพย์ "ทักษิณ" วันนี้ โอนเงินฝาก 32 บัญชี 4.6 หมื่น ล.เข้าคลังทันที

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 31 มี.ค. 2553 06:15
13,164 ครั้ง


พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร

"กรมบัญชีกลาง" เอาจริงยึดทรัพย์อดีตนายกฯทักษิณ และครอบครัวแล้ว วันนี้ (31 มี.ค.) สั่ง 6 แบงก์กดปุ่มโอนเงิน 46,203 ล้านบาท เข้าคลังทันที ..... 

นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยถึงความคืบหน้าในการยึดทรัพย์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีและครอบครัว จำนวน 46,373 ล้านบาท ว่าขณะนี้ กรมบัญชีกลางได้แยกแยะเอาสินทรัพย์ไว้ทั้งหมดแล้ว โดยในส่วนของเงินในบัญชีทั้งหมดของ พ.ต.ท. ทักษิณและครอบครัว ที่ถืออยู่ในธนาคารต่างๆ โดยมีรายการบัญชีที่ต้องโอนเข้ารัฐตามคำสั่งของศาลจะต้องยึดเพื่อนำเข้าเป็นเงินคงคลัง ขณะที่ทรัพย์สินที่เหลืออยู่ระหว่างดำเนินการ 

"วันนี้ (31 มี.ค.) กรมบัญชีกลางจะมีหนังสือไปยังธนาคารทั้ง 6 แห่งที่มีบัญชีเงินฝากของ พ.ต.ท.ทักษิณ และครอบครัวเพื่อให้โอนเงินจากประมาณ 30 กว่าบัญชี เข้ามาในบัญชีรายได้ของคลัง ซึ่งเป็นไปตามคำตัดสินของศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เป็นเงินรวมเกือบ 46,300 ล้านบาท ทั้งนี้ คิดว่าไม่น่ามีปัญหา 

ในการดำเนินการยึดทรัพย์ เพราะขณะนี้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) มอบอำนาจให้กรมฯ ในการบังคับคดี โดยไม่ต้องรออุทธรณ์ ส่วนผลการอุทธรณ์จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ถึงเวลานั้นค่อนพิจารณากันอีกครั้ง และเงินที่ยึดเข้าคลังแล้วจะนำมาใช้จ่ายก็ผ่านกระบวนการของงบ ประมาณ" นางพงษ์ภาณุกล่าว 

สั่งโอนทันที 32 บัญชี 4.6 หมื่น ล. 

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับบัญชีเงินฝากที่กรมบัญชีกลางจะสั่งให้ธนาคารพาณิชย์โอนเงินเข้าคลัง ในวันนี้ (31 มี.ค.) นั้นเป็นไปตามคำพิพากษาศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง คดีดำหมายเลข อม.4/2551 ที่ให้บังคับยึดทรัพย์จำนวน 46,373.69 ล้านบาท จาก 32 บัญชีพร้อมดอกผลที่ได้รับจากบัญชีจนถึงวันที่ธนาคารส่งเงินจำนวนดังกล่าวตกเป็นของแผ่นดิน ในธนาคารพาณิชย์ 6 แห่งคือ ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ธนาคารทหารไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารนครหลวงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) มียอดเงินฝากรวมกัน 46,203 ล้านบาท โดยธนาคารไทยพาณิชย์มียอดเงินฝากสูงสุดกว่า 30,000 ล้านบาท 

โดยเมื่อหนังสือที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งให้ ดำเนินการบังคับคดีส่งถึงกรมบัญชีกลางในช่วงเช้าของวันที่ 31 มี.ค. กรมบัญชีกลางจะมีคำสั่งถึงธนาคารพาณิชย์ทั้ง 6 แห่ง เพื่อให้โอนเงินดังกล่าวทันทีที่ได้รับคำสั่ง เพราะเป็นการปฏิบัติตามกฎหมาย ส่วนยอดเงินที่เหลืออีก 170 ล้านบาท ถึงจะครบ 46,373 ล้านบาทนั้น เป็นหน่วยลงทุนและหุ้น กรมบัญชีกลางมีข้อมูลพร้อมดำเนินการยึดทรัพย์ แต่ยังไม่ยึดเข้าคลังในขณะนี้  

สำหรับบัญชีเงินฝาก 32 บัญชี และหน่วยลงทุน 3 รายการที่ศาลมีคำสั่งบังคับทรัพย์ 1. บัญชีเงินฝากธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ และสาขาราชวัตร ชื่อบัญชี น.ส.พิณทองทา ชินวัตร 2. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาชิดลม 1 บัญชี และสำนักรัชโยธิน 3 บัญชี ชื่อบัญชี น.ส.พิณทองทา ชินวัตร 3. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพหลโยธิน ชื่อบัญชี น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร 2 บัญชี 4. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาพหลโยธิน ชื่อบัญชี นายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ 3 บัญชี  

5. ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักรัชโยธิน 4 บัญชี สาขาชิดลม 1 บัญชี สาขาซอยอารีย์สัมพันธ์ 1 บัญชี ชื่อบัญชี คุณหญิงพจมาน ชินวัตร 6. ธนาคารกรุงเทพ สาขาซอยอารีย์ ชื่อบัญชี นายพานทองแท้ ชินวัตร 2 บัญชี 7. ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาชิดลม สาขาย่อยเซ็นจูรี่ สาขาละ 1 บัญชี และบัญชีเงินสำนักรัชโยธิน 2 บัญชี ชื่อบัญชีนายพานทองแท้ ชินวัตร 8. ธนาคารไทยพาณิชย์ สำนักรัชโยธิน ชื่อบัญชี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 9. ธนาคารกรุงเทพ สาขาราชวัตร ชื่อบัญชี พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร 10. ธนาคารกรุงเทพ สาขาถนนสุขสวัสดิ์ และสาขาราชวัตร ชื่อบัญชีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร 11. ธนาคารกรุงศรีอยุธยา สาขาสะพานควาย ชื่อบัญชีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร 12. ธนาคารทหารไทย สาขาย่อยเพเนซูล่า ชื่อบัญชีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร 13. ธนาคารนครหลวงไทย สาขาสะพานควาย ชื่อบัญชีคุณหญิงพจมาน ชินวัตร 14. ธนาคารยูโอบี สาขาย่อยถนนพหลโยธิน ชื่อบัญชีนายบรรณพจน์ ดามาพงศ์ 2 บัญชี  

สำหรับหน่วยลงทุน ประกอบด้วย หน่วยลงทุนของ น.ส.พิณทองทา ชินวัตร ในบัญชีกองทุนเปิดไทยพาณิชย์สะสมทรัพย์ตราสารหนี้ จำนวน 13,215,843.15 หน่วย หน่วยลงทุนของนายพานทองแท้ ชินวัตร ในกองทุนเดียวกัน จำนวน 70,815,104.77 หน่วย และหน่วยลงทุนของคุณหญิงพจมาน ชินวัตร ในกองทุนเดียวกัน จำนวน 57,799,458.99 หน่วย 

ห่วงเงินถอนอายัดถูกเบิกจนเกลี้ยง

นายพงษ์ภาณุยังกล่าวว่า ตอนนี้ กรมฯ มีความกังวลว่า การทยอยถอนเงินที่เหลือ ซึ่งศาลสั่งให้ถอนอายัด อาจมีผลต่อเม็ดเงินที่จะนำมาชำระค่าความเสียหายของหน่วยงานรัฐ ทั้งบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) และบริษัท กสท โทรคมนาคม จำกัด (มหาชน) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างพิจารณาความเสียหายจากการแก้สัญญาสัมปทานในช่วง พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นนายกรัฐมนตรี 

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ทรัพย์สินที่กรมบัญชีกลางเป็นห่วงคือ ทรัพย์สินที่เหลือประมาณ 30,000 ล้านบาท ซึ่งศาลสั่งถอนอายัดจากเดิมที่อายัดเงินไว้ทั้งสิ้น 76,000 ล้านบาท หลังจากที่มีคำสั่งยึดทรัพย์จำนวน 46,373 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้เจ้าทรัพย์เร่งทยอยเบิกถอนเงิน เนื่องจากก่อนหน้านี้ กรมสรรพากรได้ขออายัดทรัพย์สินเพื่อนำมาชำระภาษีค้างจ่ายของนายพานทองแท้ และนางสาวพินทองทา ชินวัตร ในคดีเลี่ยงภาษีการซื้อขายหุ้นแอมเพิลริช 12,000 ล้านบาท แต่ไปทับซ้อนกับเงินที่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ (คตส.) ผู้ฟ้องคดีให้ยึดทรัพย์ พ.ต.ท.ทักษิณอายัดไว้ 

เมื่อศาลสั่งถอนอายัดเงินในบัญชีดังกล่าว และการอายัดทรัพย์สินของกรมสรรพากรไม่เกี่ยวข้องกับการอายัดทรัพย์ของ คตส. จึงทำให้เกรงว่าอาจจะมีการถอนเงินสดในส่วนที่ยังเหลืออยู่ในบัญชีทั้งหมด จนไม่มีเงินเพียงพอต่อการชำระความเสียหายที่จะเกิดขึ้นในอนาคต เมื่อคดีถึงที่สุดแล้ว 

ด้านนางองค์อร อาภากร ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ สายงานบริหารงานสื่อสารองค์กร ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้หมายบังคับคดีจากหน่วยงานราชการใดสั่งโอนเงินของตระกูลชินวัตรให้กับกรมบัญชีกลาง อย่างไรก็ตาม หากมีคำสั่งพร้อมจะโอนเงินให้กับกรมบัญชีกลางทันที และหลังจากการโอนเงินที่อายัดเข้ากรมบัญชีกลางแล้วจะไม่มีผลกระทบต่อธนาคาร ทั้งเรื่องฐานะการเงิน สภาพคล่อง และระบบรองรับ เนื่องจากธนาคารมีความมั่นคงทางการเงินสูง มีขนาดสินทรัพย์รวม 1.3 ล้านล้านบาท มีเงินฝาก 900,000 ล้านบาท และมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง 153,370 ล้านบาท.

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement