กรมบัญชีกลางเร่งแก้กฎหมายใหม่ให้ข้าราชการเบิกค่ารักษาได้2ทาง - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2559
บริการข่าวไทยรัฐ
advertisement

กรมบัญชีกลางเร่งแก้กฎหมายใหม่ให้ข้าราชการเบิกค่ารักษาได้2ทาง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 พ.ย. 2552 15:41
7,392 ครั้ง


กรม บัญชีกลางเตรียมแก้พระราชกฤษฎีกาเรื่องค่ารักษาพยาบาลข้าราชการโดยให้ ข้าราชการเบิกค่ารักษาพยาบาลได้ 2 ทาง คาดดำเนินการให้แล้วเสร็จภายใน 2-3 เดือนนี้

เมื่อวันที่ 21 พ.ย.นายพงษ์ภาณุ เศวตรุนทร์ อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวว่า นโยบายนโยบายการคลังของรัฐบาล ทุกวันนี้มีความสำคัญมาก เพราะเป็นเครื่องมือเศรษฐกิจมหภาค ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย โดยมีกรอบความยั่งยืน ในช่วงวิกฤตเศรษฐกิจปี51-52 เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบรุนแรงรัฐบาลจึงใช้นโยบายการคลังมาช่วยเนื่องจาก ฐานะการคลังของประเทศอ่อนแอลงมาก มีการขาดดุลการคลังเพิ่มขึ้น

ทั้งนี้ โครงการของรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ (แผนปฎิบัติการไทยเข้มแข็ง) ทั้ง SP1และ SP2 จำเป็นต้องใช้เม็ดเงินจำนวนมาก ทำให้รายจ่ายของรัฐบาลเพิ่มขึ้น ซึ่งมาตรการของรัฐบาลถือเป็นมาตรการชั่วคราว ต้องไม่สร้างภาระผูกพันระยะยาว ดังนั้นในปี 55 รัฐบาลควรหยุดการกู้ยืมได้แล้ว เพื่อให้ทุกอย่างเข้าสู่ภาวะปกติ สำหรับภาพรวมของระบบเศรษฐกิจไทย นั้นมองว่าไตรมาส4 ของปีนี้เริ่มฟื้นตัวบ้างแล้ว แม้ว่าฐานะการคลังของประเทศยังอ่อนแออยู่ก็ตาม

ส่วนระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลในประเทศไทยนั้น กรมบัญชีกลางรับภาระข้าราชการและครอบครัวข้าราชการอยู่ 4.3 ล้านคน สำนักงานประกันสังคมรับผิดชอบ 10.4 ล้านคน สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 47.1 ล้านคน หน่วยงานอื่น (รัฐวิสาหกิจ,ท้องถิ่น,องค์กรอิสระ) 2.5 ล้านคน ซึ่งจากตัวเลขประมาณการค่ารักษา พยาบาล พบว่า ในปี52 กรมบัญชีกลางมีค่าใช้จ่ายค่ารักษาพยาบาลสูงถึง 61,000 ล้านบาท

ในขณะที่ปี 50 อยู่ที่ 46,516 ล้านบาท และคาดว่าในปีหน้า ค่ารักษาพยาบาลจะเพิ่มเป็น 70,565 ล้านบาท และเพิ่มเป็น 105,220 ล้านบาทในปี58 และเพิ่มเป็น 156,623 ล้านบาทในปี 63 ซึ่งถือว่าสูงมากและเป็นภาระที่น่าเป็นห่วง เพราะฉะนั้นต้องทำอะไรบางอย่างออกมาแล้ว และเท่าที่สำรวจพบว่า ในปัจจุบันคนที่เป็นข้าราชการและได้เกษียณ อายุไปแล้วใช้สวัสดิการเรื่องเบิกค่ารักษาพยาบาลเยอะมาก และมีการเบิกยาเกินความเป็นจริง

“วิธีแก้ไขปัญหาของกรมบัญชีกลาง คือ ขอความร่วมมือให้ข้าราชการหันมาใช้บัญชียาหลักแห่งชาติ และในอนาคตจะกำหนดเกณฑ์เงื่อนไขการเบิกยา และให้ความสำคัญกับการตรวจสุขภาพมากขึ้น และใน 2-3 เดือนนี้กรม บัญชีกลางจะดำเนินการแก้ไขพระราชกฤษฎีกาเรื่องค่ารักษาพยาบาลข้าราชการให้ แล้วเสร็จ เนื่องจากได้มีการร่างหลักเกณฑ์เสร็จเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นจะเสนอให้กับคณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติต่อไป” อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว

นายพงษ์ภาณุ กล่าวด้วยว่า หลังจากมีผลบังคับใช้ก็จะออกหลักเกณฑ์เพื่อจูงใจให้ข้าราชการหันมาทำประกัน สุขภาพเพิ่ม โดยหลักๆ ของพรฎ. จะเพิ่มสิทธิการรักษาพยาบาลให้กับครอบครัวข้าราชการ ให้สิทธิข้าราชการเบิกหรือรับการรักษาพยาบาลในโรงพยาบาลเอกชนได้ ขยายสิทธิข้าราชการเพิ่มเติม และให้ข้าราชการเบิกสิทธิค่ารักษาพยาบาลได้ 2 ทางคือทั้งประกันและรัฐบาล ซึ่งระบบสวัสดิการรักษาพยาบาลในประเทศไทย ค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นปีละ25% เมื่อ2ปีที่ผ่านมา

“เรากำลังเร่งดำเนินการแก้ไขกฎหมายเกี่ยวกับการ ประกันสุขภาพใหม่คาดอีก 2-3 เดือนข้างหน้าจะออกมา เพื่อให้กฎหมายใหม่เข้ามาควบคุมค่าใช้จ่าย ซึ่งกฎหมายใหม่ กำหนดให้ข้าราชการและบุคคลในครอบครัวที่ทำประกันสุข ภาพ สามารถเบิกได้ทั้งจากบริษัทประกัน และกรมบัญชีกลาง คือเบิกได้ทั้ง 2 ทางได้ ทั้งนี้รวมกันแล้วต้องไม่เกินค่ารักษาพยาบาลที่เรียกเก็บ และหลังกฎหมายใหม่มีผลบังคับใช้ก็จะออกหลักเกณฑ์ให้ข้าราชการหันไปทำประกัน สุข ภาพเพิ่มเพื่อสร้างแรงจูงใจ โดยเฉพาะในเรื่องภาษีเป็นเครื่องมือจูงใจที่มีพลังสูงมาก แต่หลักของภาษีต้องเป็นกลาง ไม่บิดเบือนการตัดสินใจของคน รวมทั้งการเลือกซื้อ LTF และRMF” อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าว

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement