โพลบลูมเบิร์ก ระบุ นักลงทุนและนักวิเคราะห์ทั่วโลกกว่า 31% ที่ยังมองเห็นโอกาสในการลงทุน และอีกกว่า 50% เลือกที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับมากกว่าเป็นฝ่ายรุก
สำนักข่าวบลูมเบิร์ก รายงานเมื่อวันอาทิตย์ว่า การพุ่งขึ้นไปของดัชนีหุ้นทั่วโลกในช่วง 8 เดือนที่ผ่านมา ซึ่งสูงถึง 68% ยังไม่สามารถปัดเป่าความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจการเงินโลกได้ เพราะจากการออกแบบสอบถามนักลงทุน และนักวิเคราะห์ทั่วโลกยังพบว่าการลงทุนในตลาดหุ้นยังเสี่ยงอยู่ และยิ่งเสี่ยงมากขึ้นเมื่อดัชนีราคาหุ้นพุ่งขึ้นไปจนเกือบจะติดยอดดอยเช่นนั้น คนเหล่านี้ยังเชื่อด้วยว่าการลงทุนในช่วงนี้อาจเป็เวลาการแบกรับความเสี่ยงแล้ว
ทั้งนี้ จากผลการสำรวจความเห็นนักลงทุนและนักวิเคราะห์ 1,452 ราย ในสหรัฐฯ ยุโรป และเอเชียที่เป็นสมาชิกของ บลูมเบิร์ก พบว่า มีผู้ตอบแบบสอบถามเพียง 31% ที่มองเห็นโอกาสในการลงทุน ซึ่งลดลงจาก 35% ในการสำรวจครั้งก่อน และเกือบ 40% ของผู้ตอบแบบสอบถามครั้งล่าสุด ระบุว่า มีความต้องการลงทุนน้อยลง โดยนักลงทุนสหรัฐฯ มีความระมัดระวังมากที่สุด ขณะที่ผู้ตอบแบบสอบถามกว่า 50% เลือกที่จะเป็นฝ่ายตั้งรับ
ผลสำรวจนี้ยังพบว่า นักลงทุน และ นักวิเคราะห์ทั่วโลก ยังมองว่าสหรัฐฯ เป็นจุดอ่อนของเศรษฐกิจโลก และตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีความเสี่ยงมากที่สุดในโลก ที่สำคัญ ผู้ตอบแบบสอบถาม 1 ใน 4 ยังคาดว่าการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ยังคงเป็นไปได้ยากตราบเท่าที่พวกเขายังมองว่า อัตราการว่างงานจะพุ่งขึ้นไปอยู่ที่ระดับสูงถึง 11% หรือมากกว่านั้นในระยะ 1 ปีนับจากนี้ ซึ่งเป็นอัตราการว่างงานที่สูงสุดในรอบ 26 ปี ทั้งนี้ จีน อินเดีย และบราซิล เป็นตลาดที่มีศักยภาพมากที่สุดในสายตาของนักลงทุน
นอกจากนี้ ผลสำรวจช่วงวันที่ 23-27 ต.ค. ที่ผ่านมา ยังแสดงให้เห็นว่า นักลงทุน และนักวิเคราะห์ในเอเชีย มีความรู้สึกคักคึกต่อการลงทุนมากที่สุด โดยส่วนมากคาดว่า ดัชนีหุ้นหลักๆในประเทศของตน จะพุ่งขึ้นอีกในช่วง 6 เดือนนับจากนี้ ตรงกันข้ามกับนักลงทุนในสหรัฐฯ และยุโรปที่เชื่อว่า ดัชนีหุ้นจะร่วงลงในช่วงเวลาเดียวกันต่อจากนี้
ผลสำรวจข้างต้นจะออกมาอย่างไรก็ตาม ธนาคารกลางนอร์เวย์ ก็ได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.5% เป็นครั้งแรกเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา และนับเป็นประเทศแรกในเขตยูโรโซนที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนับแต่เกิดวิกฤตการเงินโลกขึ้น โดยธนาคารกลางนอร์เวย์เห็นว่า สถานการณ์ต่างๆ บ่งชี้ว่าถึงเวลบาเหมาะสมแล้วที่จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย เมื่อเงินเฟ้ออยู่ในระดับสูงกว่าคาด ขณะที่กิจกรรมทางเศรษฐกิจในประเทศก็ฟื้นตัวเร็วกว่าที่ประเมินไว้





















