คนกรุงชอบออม แต่มีเงินออมไม่ถึงหมื่นบาทต่อปี - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันพฤหัสบดีที่ 26 พฤษภาคม พ.ศ. 2559
advertisement

คนกรุงชอบออม แต่มีเงินออมไม่ถึงหมื่นบาทต่อปี

โดย 31 ต.ค. 2552 12:16
2,775 ครั้ง


“ศรีปทุมโพล” เผย คนกรุงกว่าร้อยละ 44.60 เก็บเงินออมปีละไม่เกินหมื่น โดยใช้วิธีฝากแบงก์มากกว่าครึ่ง ส่วนเหตุผลในการออมปชช.ส่วนใหญ่เห็นว่าต้องการเก็บไว้ใช้ยามฉุกเฉิน

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. "ศรีปทุมโพล" โดยสำนักวิจัย มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นประชาชนในเขตกรุงเทพมหานคร เกี่ยวกับการเก็บออมของประชาชน เนื่องด้วยวันออมแห่งชาติ ตรงกับวันที่ 31 ตุลาคมของทุกปี จากกลุ่มตัวอย่าง 3,000 คน พบว่าเมื่อถามถึงการออมเงินนั้นประชาชนส่วนใหญ่จะเก็บออมเงินเฉลี่ยปีละไม่ เกิน 10,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 44.60 รองลงมา 10,001-50,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 34.00  และอันดับสุดท้าย 50,001-100,000 บาท คิดเป็นร้อยละ 13.97

ในส่วนของการจัดส่วนเงินออมต่อรายได้ในแต่ละเดือนนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ไม่ได้กำหนดไว้แน่นอน ออมเงินตามที่เหลือ คิดเป็นร้อยละ 53.60 รองลงมาไม่ได้ออมเงินเลย คิดเป็นร้อยละ 15.27 และอันดับสุดท้าย ออมประมาณ ร้อยละ 1-5 คิดเป็นร้อยละ 14.37

สำหรับรูปแบบวิธีการออม เงินของประชาชนส่วนใหญ่นั้นจะใช้วิธีการออมเงินแบบบัญชีเงินฝากกับธนาคาร (ออมทรัพย์) คิดเป็นร้อยละ 51.37 รองลงมาออมเงินแบบเงินสด คิดเป็นร้อยละ 12.97 และอันดับสุดท้าย ออมเงินกับบัญชีเงินฝากกับธนาคาร (ฝากประจำ) คิดเป็นร้อยละ 12.80

โดยปัจจัยที่มีผลต่อการเลือกรูปแบบการออมของ ประชาชนส่วนใหญ่เห็นว่าเพราะมีความมั่นใจ คิดเป็นร้อยละ 27.03 รองลงมา เพราะความสะดวกสบายในการออม คิดเป็นร้อยละ 24.77 และอันดับสุดท้าย เพราะอัตราค่าตอบแทน คิดเป็นร้อยละ 20.43 ซึ่งการรับทราบข้อมูลในการเก็บออมเงินนั้น ส่วนใหญ่รับทราบจากสื่อโทรทัศน์ คิดเป็นร้อยละ 31.47 รองลงมาจากพนักงานธนาคาร คิดเป็นร้อยละ 16.30 และอันดับสุดท้าย การแนะนำแบบปากต่อปาก คิดเป็นร้อยละ 14.47

ส่วน เหตุผลหลักในการออมเงินนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ให้เห็นผลว่าเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน คิดเป็นร้อยละ 38.73 รองลงมา เพื่อวางแผนอนาคต เช่น การศึกษาของบุตร, การลงทุน, แผนการศึกษาของตนเอง คิดเป็นร้อยละ 21.70 และอันดับสุดท้าย เพื่อใช้ในยามเจ็บป่วย คิดเป็นร้อยละ 14.03

นายวิชิต อู่อ้น ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค กล่าวว่า ประชาชนส่วนใหญ่จะออมเงินเฉลี่ยต่อปีไม่เกิน 10,000 บาท ซึ่งยังเป็นการเก็บออมที่น้อยอยู่มาก โดยส่วนมากจะเป็นการเก็บออมที่ไม่ได้มีการกำหนดไว้อย่างแน่นอน จะเป็นการเก็บออมตามเงินที่เหลือใช้ แสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ กว่าร้อยละ 53.60 ไม่มีเกณฑ์ในการออมเงินอย่างจริงจัง และยังมีการเก็บออมที่น้อยอยู่มาก เฉลี่ยต่อเดือนไม่ถึง 1,000 บาท และการเก็บออมที่ประชาชนส่วนใหญ่เลือกใช้คือการฝากเงินออมทรัพย์กับธนาคาร ด้วยเหตุผลว่าสะดวกสบายในการออมและความมั่นใจ ซึ่งเหตุผลในการออมทรัพย์กับธนาคาร คือ เพื่อไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉินเป็นส่วนใหญ่

รองลงมาประชาชนจะเก็บออมโดย เก็บเงินสดไว้กับตัว โดยให้เหตุผลว่าสะดวกสบายในการเก็บออม และ เพื่อความมั่นใจ เหตุผลในการออมเป็นเงินสดไว้กับตัวเพื่อไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน รองลงมาเป็นการออมเงินฝากประจำกับธนาคารด้วยเหตุผลว่าเพราะความมั่นใจและ อัตราผลตอบแทน เป็นหลัก ซึ่งในกลุ่มคนที่ฝากประจำมีเหตุผลในการออมเพื่อใช้จ่ายยามฉุกเฉิน และเพื่อวางแผนอนาคต เช่น เพื่อการศึกษาของบุตร เพื่อการลงทุน และเพื่อแผนในการศึกษาต่อของตนเอง จะเห็นได้ว่าการออมในแต่ละแบบของประชาชนแตกต่างกันตามวัตถุประสงค์ในการออม และการออมที่ได้รับความนิยมมากที่สุดก็คือการออมทรัพย์กับธนาคาร เพราะว่ามั่นใจในการออมแบบนี้ และเพื่อไว้ใช้จ่ายยามฉุกเฉิน แต่อย่างไรก็ดีก็ยังถือว่าประชาชนยังมีนิสัยในการการเก็บออมเงิน

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement