'พุทธะอิสระ'ร่างแม่บทสภาชาวนาและเกษตรกรไทย เน้นสร้างรายได้ - thairath.co.th
ไทยรัฐออนไลน์
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2559
advertisement

'พุทธะอิสระ'ร่างแม่บทสภาชาวนาและเกษตรกรไทย เน้นสร้างรายได้

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 10 มี.ค. 2557 13:08
6,048 ครั้ง


"หลวงปู่พุทธะอิสระ" หารือชาวนา จัดทำแผนแม่บทสภาชาวนาและเกษตรกรไทย สรุปเบื้องต้นได้ 29 ข้อ หวังเกิดประโยชน์สูงสุดให้เกษตรกรไทย...

เมื่อวาน (9 มี.ค. 57) ที่ผ่านมา พระพุทธะอิสระ หรือ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" แกนนำ กปปส. เวทีแจ้งวัฒนะ ได้โพสต์ข้อความที่ปราศรัยบนเวทีลงในเฟซบุ๊ก ที่ใช้ชื่อว่า หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara) โดยระบุถึงการเขียนแผนแม่บท โดยมีเกษตรกรช่วยกันออกความคิดเห็น ไม่ว่าจะเป็นคนเลี้ยงหมู คนปลูกปาล์มน้ำมัน ผักสวนครัว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ข้าว ฯลฯ ต่างช่วยกันคิด ช่วยกันร่าง เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่เกษตรกรไทย จนกลายเป็นแผนแม่บท ชื่อว่าสภาชาวนาและเกษตรกรไทย

ทั้งนี้ ได้มีการคัดกรอง ทบทวน ตรวจสอบ จนกลายเป็นแผนแม่บทสภาพลังงานและทรัพยากรแห่งประเทศไทย และมีแผนว่าจะแต่งตั้งคณะกรรมการยกร่าง 16 ท่าน โดยเชิญมาแสดงตนบนเวที เพื่อให้คนไทยใช้พลังงานได้ในราคาถูก และรักษาส่งต่อให้ลูกหลานตราบนานเท่านาน



ทั้งนี้ พระพุทธะอิสระได้นำเสนอแม่บทของสภาชาวนาและเกษตรกรไทย ดังนี้  
1. พัฒนาคุณภาพ จัดพื้นที่เพาะปลูกให้เหมาะสมกับความต้องการของตลาดและผู้บริโภค
2. จัดทำแหล่งชลประทานให้ทั่วถึง
3. จัดให้เกษตรกรสามารถขายผลผลิตได้ด้วยสภาชาวนาและเกษตรกรเอง ที่ผ่านมาเราใช้บริการของรัฐบาล แต่เดี๋ยวนี้เราจะใช้บริการของตัวเราเองและสภาชาวนา
4. กำหนดคุณภาพของผลผลิตให้ตรงกับคุณภาพความต้องการของตลาดและผู้บริโภค เพราะปัจจุบัน ข้าวของไทยไม่สามารถขายได้เพราะเป็นข้าวนาปรัง หุงก็แข็ง ไม่ขึ้นหม้อ ต้มข้าวต้มกินก็ไม่อร่อย ไม่เหมือนข้าวนาปี หอมมะลิ ซึ่งเป็นข้าวชั้นหนึ่งของโลก เพราะทุกคนอยากได้เงินจำนำข้าว จึงเร่งผลิต เพื่อให้ได้เงินมากๆ สุดท้ายเงินก็ไม่ได้ ข้าวก็ไม่ได้ขาย ไม่มีใครซื้อ เป็นวงจรอุบาทว์ ชาวนาจนตรอก จากที่เคยขายเป็นอันดับหนึ่ง ก็เป็นอันดับแปด เป็นความล่มสลายของอาชีพชาวนา โดยนักการเมืองที่หวังแต่คะแนนนิยม โดยไม่สนใจว่าคนจะอยู่ได้หรือไม่ได้
5. จัดให้มีการวิจัยผลผลิตเกษตรกร ตามความต้องการของสภาชาวนาและเกษตร ที่ผ่านมาเราทำตามความต้องการของตัวเงิน โดยไม่สนใจผู้บริโภค จึงขายไม่ได้ เมื่อมีสภาชาวนาต้องมีการวิจัยตลาด ผู้บริโภค วิธีการเพาะปลูกเพื่อให้ขายได้ราคา เช่น ตัวอย่าง ข้าวสังข์หยด ราคาโลละ 150 บาท ข้าวนาปรังขายได้โลละ 6 บาท อย่างนี้ทำต่อไปไม่ได้แล้ว ข้าวหอมนิล ขายพันธุ์ข้าวโลละ 200 บาท ขายจมูกข้าวโลละ1,000 บาท
6. จัดอบรมความรู้เรื่องดิน และแก้ปัญหาดินและน้ำ ปัจจัยการผลิตที่ดี คือ ดิน ปุ๋ย น้ำ ..(5 ดี) อย่างใดอย่างหนึ่งหายไปก็ต้องเติม เมื่อเติมต้นทุนสูงขึ้น เราก็ขายได้กำไรน้อย เพราะทุนสูง ก่อนจะปลูกข้าวพันธ์ุอะไรต้องเอาดินมาดู เอาน้ำมาตรวจว่ามีความเหมาะสมกับการปลูกที่นี่หรือไม่ ต้องวิเคราะห์คำนวณ ไม่ปลูกส่งเดชแบบเทวดาบันดาล ต้องคิดให้เป็นต้องรู้จักนิสัยสันดานของพืช
7. จัดอบรมเทคนิคความรู้เรื่องเกษตรอินทรีย์ ชาวนาทำนาไปเบิกปุ๋ย ธ.ก.ส. แต่ ธ.ก.ส.ให้ปุ๋ยปลูกผักมา ข้าวใบงาม แต่ไม่มีรวง ผักมันต้องการใบและต้น ไม่ต้องการดอกผล กลายเป็นเคราะห์กรรมของชาวนา ถ้าต้องการรวงก็ต้องไปกู้มาใหม่ ซวยซ้ำซ้อน ถ้ามีสภาเกษตรกรจะทำหน้าที่คัดสรรปุ๋ยให้เหมาะสมกับชนิดพันธุ์พืช
8. จัดให้มีนักธรณีวิทยา มีความรู้ในที่กำหนดพื้นที่ความเหมาะสมในการปลูกพืช เป็นภาควิชาหนึ่งในมหาวิทยาลัยเกษตรฯ แต่มีคนเรียนน้อยมาก เพราะไม่รู้เอาไปทำอะไร วิชานี้สามารถบอกได้ว่าดินชนิดนี้ประกอบด้วยแร่ธาตุ และเหมาะกับพืชชนิดใด ไม่เหมาะกับชนิดใด ตำบลละไม่ต่ำกว่า 5 คน มีหน้าที่คอยชี้นำเกษตรกรว่าพื้นที่นั้นๆ ควรปลูกอะไร
9. ส่งเสริมให้ลดต้นทุนการผลิตเพื่อให้ได้คุณภาพและต้นทุนที่เหมาะสม เลิกการทำตามๆ กันไป เช่นการใส่ปุ๋ยยามากมายทำลายดินให้กลายเป็นดินดาน การลดต้นทุนได้ คือ มีอากาศดี พันธุ์พืชดี ดูแลรักษาดี (5 ดี ) นำมาซึ่งการลดต้นทุนการผลิตได้ ต้องศึกษาอบรม
10. ส่งเสริมการผลิต จัดหาปุ๋ยราคาถูก และปัจจัยการผลิตอื่นๆ โดยสภาชาวนาจัดหามาในราคาต้นทุน ไม่ต้องอาศัยบริการของร้านขายปุ๋ยอีกต่อไปแล้ว
11. จัดให้มีโรงงานผลิตปุ๋ยโดยสภาชาวนา เพื่อสมาชิกจะได้ใช้ปุ๋ยดีราคาถูกที่ทำโดยชาวนาเอง เราเคยมีบริษัทปุ๋ยแห่งชาติ ในสมัยรัฐบาลเกรียงศักดิ์ แต่เลิกทำ ทั้งๆ ที่เรามีการทำการเกษตร และประชากรทำเกษตรเป็นจำนวนมาก แต่ไต้หวันเขามีชาวนาไม่มาก แต่ผลิตปุ่ยออกมาขายคนทั่วโลก เพราะเราไปติดที่เบ็ดพ่อค้าปุ๋ย บริษัทปุ๋ย ต่อไปนี้ไม่ใช้บริการของรัฐบาลแล้ว ชาวนาจะทำเอง
12. จัดให้มี กฎหมายปฏิรูปจัดการที่ดินทำกิน โดยแบ่งจากนายทุนที่มีที่ดินมาก มาให้แก่ชาวนาและเกษตรกรที่ยังไม่มีที่ทำกิน โดยให้สภาชาวนาเป็นผู้จัดซื้อและขายให้ชาวนาที่ยังไม่มีที่ดินทำกิน ถ้าไม่ขายจะโดนภาษีสูง
13. กำหนดอัตราเช่าพื้นที่ทำกินของเกษตรกรที่ต้องเป็นธรรม มีกฎหมาย ข้อนี้ตั้งแต่ปี 2525 การกำหนดอัตราการเช่าที่ดินทำกินแก่เกษตรกรมีอยู่แต่ไม่ได้ใช้ เจ้าของที่ดินขึ้นราคาตามอำเภอใจ สมัยเด็กตาเช่าที่ไร่ละ 5 บาท ที่วัดเช่าไร่ละ 3 บาท เดี๋ยวนี้เช่าทีนึงเป็นหมื่นต่อปี
14. จัดให้มียุ้งฉางและลานตากผลผลิตให้เกษตรกรในแต่ละตำบล เมื่อเก็บเกี่ยวผลผลิต ขายให้สภาเก็บเอาไว้ในยุ้งฉาง เมื่อราคาตลาดสูงจึงขายออกไป มีส่วนต่างที่ได้กำไรจากต้นทุนที่รับซื้อไว้ก็คืนให้ชาวนา
15. ส่งเสริมให้ทุกครอบครัวปลูกไม้ยืนต้นเนื้อแข็ง ไว้เป็นสมบัติของลูกหลานในอนาคต สมัยก่อนจะปลูกต้นไม้ในหัวไร่ปลายนา เมื่อลูกหลานโตก็ให้ไม้มาเป็นเรือนหอ ให้มาเป็นทอดๆ เอาไปทำไม้กระดาน ไม้ฝา คนอีสานสมัยนั้นมีบ้านไม้อยู่โอ่อ่า ไม่ได้ตัดป่า แต่ตัดจากหัวไร่ปลายนาที่บรรพบุรุษปลูกไว้ ถือว่าเปืนสมบัติระยะยาว
16. ส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงให้ครอบครัวเกษตรกรยึดถือเป็นแบบปฏิบัติ มีที่ 5 ไร่ ทำนา ทำสวน เลี้ยงปลา มีคอกสัตว์
17. สภาชาวนาเป็นผู้รวบรวมผลผลิตด้วยตนเอง โดยไม่ต้องอาศัยคนกลาง ข้อนี้จะทำให้หลวงปู่หัวเป็นรู เพราะพวกพ่อค้าเขาจะลงขันกัน
18. จัดให้มีการอบรมความรู้การพัฒนาตลาดให้แก่เกษตรกร เช่น การปลูกข้าวหอมนิล จมูกข้าวมีราคาสูงมาก กิโลละเป็นพัน ถ้ามีความรู้ในเรื่องนี้ เราก็จะมีกระบวนการพัฒนาเรียนรู้ศึกษา
19. จัดให้มีเงินกองทุนชาวนาเกษตรกร จัดให้ลูกหลานชาวนาเกษตรกรเข้าถึงการศึกษาอย่างเท่าเทียมกันแต่เกิดจนตาย
20. จัดให้มีเงินบำนาญเกษตรกร โดยเกษตรกรต้องเข้ารับการอบรมในข้อที่กล่าวมา ถ้าไม่ทำ ก็ไม่มีสิทธิได้รับเงินบำนาญ
21. จัดให้มีการอบรมการผลิต การตลาด การเงิน บัญชี แก่เกษตรกรอย่างครบถ้วน เราจะมีนายธนาคารที่มาจากลูกหลานชาวนา
22. จัดให้มีธนาคารชาวนาและเกษตรกรแห่งประเทศไทยเป็นผู้จัดซื้อที่ดิน ให้ชาวนาซื้อผ่อนชำระโดยนำผลผลิตของตนแก่ธนาคารเป็นค่าที่ดิน เช่น ทำนาก็เอาข้าวมาผ่อนชำระซื้อที่
23. จัดให้มีภาษีการศึกษาโดยกำหนดเป็นกฎหมายจากภาษี ทุกคนได้เรีบนฟรีตั้งแต่เกิดจนตายทุกชั้นเรียน
24. ขอเพิ่มจำนวนการจัดโควตาการศึกษาให้ลูกหลานชาวนาเกษตรกรในมหาวิทยาลัยเพิ่มขึ้นอย่างน้อย สองในห้าของจำนวนนักศึกษาในสถาบัน
25. จัดอบรมส่งเสริมสุขภาพที่ดีแก่เกษตรกรและกสิกรรม เช่น เอายาฆ่าแมลงใส่ถังแล้วเอามือคน ฉีดยาไม่ใส่เสื้อผ้าแล้วตายผ่อนส่ง
26. ส่งเสริมวัฒนธรรมจารีตประเพณีในท้องถิ่นเพื่อให้มีความเข้มแข้ง ให้พี่น้องไม่แตกแยกกัน มาร่วมกันในงานศิลปวัฒนธรรมนั้น ลูกเสื้อแดงมาเจอลูกเสื้อเหลืองแต่งงานกันเพราะมาเจอกันที่งานก่อเจดีย์พระ ทราย เป็นต้น (ฮา)
27. ส่งเสริมการทำสื่อเพื่อเกษตรกร ให้เขาได้ออกทีวีบ้าง
28. จัดให้มีสถาบันการศึกษาส่งเสริมการทำอาชีพชาวนา มีโรงเรียนเฉพาะทาง
29. ยกย่องอาชีพชาวนาเกษตรกรว่าเป็นอาชีพที่ทรงเกียรติของประเทศไทย

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

ไทยรัฐทีวี

advertisement