Thairath Logo
กีฬา

เอกชน คาดไทยเที่ยวญี่ปุ่นน้อย หลังยุ่นจ่อขึ้นภาษีอีกเท่าตัว

Share :

นายกสมาคมท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น ชี้ หากญี่ปุ่นเพิ่มแวตเป็น 10% จากเดิม 5% มีผล เม.ย.นี้ กระทบการตัดสินใจนักท่องเที่ยวแน่ หวั่นค่าเครื่องบินขึ้น คนหนีเที่ยวประเทศอื่น ยัน ยังไม่ปรับค่าแพ็กเกจทัวร์ญี่ปุ่น...

นายเอนก ศรีชีวะชาติ นายกสมาคมท่องเที่ยวไทย-ญี่ปุ่น (แอตต้า) เปิดเผยกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า จากกรณีที่รัฐบาลญี่ปุ่นมีนโยบายขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม (แวต) เป็น 8% จากเดิม 5% มีผลวันที่ 1 เม.ย.นี้ และในเดือน ต.ค. 2558 จะปรับเพิ่มขึ้นเป็น 10% นั้น หากเป็นการขึ้นเพียง 8% ก็จะไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปเที่ยวญี่ปุ่นมากนัก เพราะยังเป็นอัตราการปรับเพิ่มที่ยังสามารถรับได้อยู่

ขณะที่ค่าใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยวโดยรวมของประเทศญี่ปุ่นก็มีราคาใกล้เคียงกับของประเทศไทย ซึ่งในส่วนของราคาอาหารจะตกมื้อละ 1,000-1,200 เยน หากเทียบเป็นเงินไทยก็จะอยู่ที่ประมาณ 320-400 บาท แต่ถ้าเป็นในช่วงของเวลากลางคืน ก็จะมีราคาแพงขึ้นมาเล็กน้อย โดยตกอยู่ที่มื้อละ 1,500-2,500 เยน เมื่อเทียบเป็นเงินไทยก็จะอยู่ที่ประมาณ 480-800 บาท

ในส่วนของโรงแรมหรือที่พักจะตกประมาณคืนละ 8,000 เยน หรือคิดเป็นเงินไทยจะอยู่ที่ประมาณ 2,500 บาท แต่การเช่าห้องพักของประเทศญี่ปุ่นจะแตกต่างจากประเทศไทย คือ ห้องพักของประเทศญี่ปุ่นจะคิดค่าเข้าอยู่ต่อหัว เช่น ห้องละ 8,000 เยน หากพัก 1 คน ก็คิดราคา 8,000 เยน แต่ถ้าพัก 2 คน ก็จะคิดเพิ่มต่อคนอีก 8,000 เยน เท่ากับ พักสองคนจะต้องจ่ายเงินทั้งหมด 16,000 เยน จึงแตกต่างกับประเทศไทย เพราะประเทศไทย คิดเป็นห้อง ห้องละ 2,500 บาท สามารถอยู่ได้เลย 2 คน

ดังนั้น หากเพิ่มขึ้นมา 8% ก็คงจะไม่ส่งผลกระทบใดๆ มากนัก เพราะราคาค่าใช้จ่ายต่างๆ ก็คงจะขึ้นมาไม่มากนัก และนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นก็ยังคงมีกำลังจ่ายได้ แต่ถ้าเพิ่มขึ้นเป็น 10% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นมาอีก 1 เท่าตัว อาจจะกระทบต่อการตัดสินใจในการวางแผนเลือกประเทศในการท่องเที่ยวก็เป็นได้ เนื่องจากนักท่องเที่ยวก็จะต้องเปรียบเทียบในเรื่องของราคา เช่น เดินทางไปประเทศญี่ปุ่นต้องเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 40,000 บาท แต่ถ้าไปเกาหลีใต้เสียค่าใช้จ่ายแค่ประมาณ 20,000-25,000 บาท ไปจีนเสียค่าใช้จ่ายประมาณ 28,000-30,000 บาท ไปบาหลีจ่ายเพียง 20,000 บาท ดังนั้น จึงมีแนวโน้มสูงที่อาจจะทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจเลือกเดินทางไปประเทศอื่นๆ ที่ไม่ใช่ญี่ปุ่น เพราะเสียค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

ทั้งนี้ ปัจจัยที่สำคัญที่สุดในการตัดสินใจเดินทางมาท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นยังขึ้นอยู่กับค่าเครื่องบินเป็นหลักใหญ่ แม้ว่าราคาค่าโรงแรม ค่าอาหาร จะต้องถูกปรับขึ้นตามอัตราภาษีที่ถูกปรับขึ้น แต่ก็เป็นเพียงการขึ้นราคาจำนวนไม่มาก แต่ถ้าค่าเครื่องบินต้องปรับราคาขึ้นอย่างสูง จะต้องส่งผลกระทบต่อการตัดสินใจของนักท่องเที่ยวอย่างมาก และอาจกระทบต่อจำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปประเทศญี่ปุ่น แต่ปัจจุบันราคาตั๋วเครื่องบินไปประเทศญี่ปุ่นมีราคาถูกลง เพราะธุรกิจสายการบินมีการแข่งขันสูง จึงทำให้ผู้บริโภคมีตัวเลือก และได้ราคาตั๋วที่ไม่สูงมากนัก

อย่างไรก็ตาม ทางภาคเอกชนก็จะต้องจับตาดูสถานการณ์นี้ต่อไป เพื่อประเมินถึงภาพรวมต่างๆ อย่างรอบคอบ และค่อยปรับแผนการดำเนินงานหรือกลยุทธ์ต่างๆ อีกครั้งหนึ่ง แต่จะยังไม่ปรับเพิ่มค่าแพ็กเกจท่องเที่ยวประเทศญี่ปุ่นแต่อย่างใด.

อ่านเพิ่มเติม...