บริการข่าวไทยรัฐ

SME มีแวว : "Just Jela ปั้น "ไอศกรีม" ให้เป็นตัว (การ์ตูน)"

ไอเดียสร้างสรรค์อยู่ได้ทุกที่ และมีมูลค่า ไม่เว้นแม้แต่ไอศกรีมที่ปั้นไอศกรีมขึ้นมาเป็น "การ์ตูน"

ไอศกรีมเฟอร์บี้ หมีบราวน์ กระต่ายโคนี่ มินเนี่ยน และคัพเค้กไอศกรีมหมีพูห์ เหล่านี้เป็นไอศกรีมแบรนด์ Just Jela ไอศกรีมกึ่งเบเกอรี่ ที่ใครเห็นแล้ว คิดอยากจะลอง!!

จุดเริ่มต้นธุรกิจมาจากอุปนิสัยส่วนตัว ที่ชื่นชอบไอศกรีมเป็นชีวิตจิตใจ "กุลณัฐฐา วีวัยวุธภิญโญ" จึงได้บินไปร่ำเรียนวิชาถึงประเทศอิตาลี นำสูตรที่ได้มาปรับเปลี่ยนให้เข้า กับผู้บริโภคชาวไทย จึงกลายเป็นไอศกรีมแบบเนื้อแน่น เหนียวหนืด ปราศจากน้ำตาล ทำจากนมโคสด และมีจำนวนไขมันเพียง 1 ใน 3 เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย และสาวๆ คนที่กลัวเรื่องน้ำหนัก

ส่วนเงินลงทุนก้อนแรก ใช้ไปกับการซื้อเครื่องจักรหนัก 6-7 ล้านบาท รองรับการผลิตไอศกรีมได้ 400-500 กิโลกรัมต่อสัปดาห์

"ความต่าง" มาจากโจทย์ของลูกค้า ที่อยากได้อะไรแปลกใหม่ จึงได้ลงมือทำตามออเดอร์หลากหลาย และเปิดช่องทางการขายผ่านเฟซบุ๊ก จากนั้นจึงเริ่มหาทำเลในย่านธุรกิจ ลดต้นทุนในการจัดส่ง โดยให้ลูกค้ามารับที่ร้าน

“... ถ้าอยากอยู่รอดทางธุรกิจ เราต้องหาจุดแตกต่าง หาช่องทางการตลาดเล็กๆ เราได้ตั้งสโลแกน Just jela More than just Gelato ไอศกรีมที่ไม่เหมือนในท้องตลาด จึงกลายเป็นที่มาของสินค้าในร้านที่มองภายนอกเหมือนเบเกอรี่แต่ภายในเป็นไอศกรีม ...”

ตั้งจุดยืนในตลาด เป็นไอศกรีมระดับพรีเมียม ดังนั้น กลยุทธ์การตั้งราคาขายจะพยายามไม่ให้สูงเกินไป โดยเริ่มที่ 59 บาท ไปจนถึง 1500 บาท อย่างเค้กไอศกรีมคิตตี้ แต่สินค้าขายดี คือ ไอศกรีมแท่ง ที่มีราคาขาย 79 บาท ต่อแท่ง

การสำรวจตลาดก่อนทำธุรกิจ เป็นสิ่งที่ กุลณัฐฐา ทำมาตลอด ซึ่งพบว่าการแข่งขันในตลาดไอศกรีมมีสูงมาก และมีเจ้าใหม่ ๆ เข้ามาเสมอ

"แต่การทำธุรกิจไอศกรีม ต้องสร้างความแตกต่าง ทั้งรสชาติที่ต้องคิดสูตรโดนใจ-ถูกปากผู้บริโภค หน้าตาของไอศกรีมต้องไม่ซ้ำใคร ราคาขายสมต้องเหตุสมผล แม้แต่ทำเลที่ตั้งของร้านก็มีส่วนสำคัญ "

ผลที่ได้ เพียง 6 เดือนของการเปิดร้าน ... "Just Jela" มีรายได้เติบโตแบบก้าวกระโดด และคาดว่าจะคืนทุนได้ใน 3 ปี