advertisement

เปิดฉากเทศกาลเบียร์ 'สิงห์-ช้าง'ลุ้นยอดขายโค้งสุดท้าย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 พ.ย. 2556 05:45

เปิด ฉากวันนี้!!! เทศกาลเบียร์สด ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ หลังล่าช้าออกไปเกือบ 1 เดือน ค่ายเบียร์ ลุ้นยอดขายช่วงโค้งสุดท้าย “สิงห์” รับห่วงชุมนุมทางการเมือง เสี่ยงกระทบหนักหากสถานการณ์รุนแรง ประเมินตลาดเบียร์ขยายตัวได้เท่าปีที่ผ่านมาถือว่าเก่ง!!!!!

เทศกาลเบียร์สด 2013 เปิดฉากขึ้นแล้วในวันนี้ (24 พ.ย56) ล่าช้ากว่าปีก่อนเกือบ 1 เดือนเต็มๆ ถ้าย้อนไปก่อนหน้านี้ซัก 2 ปี แม้เทศกาลเบียร์สดบริเวณลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์จะเริ่มต้นล่าช้าออกไป แต่ก็ไม่ค่อยส่งผลกระทบต่อยอดขายเท่าไหร่นัก แต่ในช่วงตลาดเบียร์ถดถอยเช่นนี้ ระยะเวลาในการจัดงานเทศกาลเบียร์จึงอาจมีผลต่อยอดขาย

สภาพอากาศในช่วง ฤดูหนาวที่มีอากาศเย็นกว่าปกติ มีผลในแง่จิตวิทยา ผู้บริโภคมักนิยมดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น เพื่อให้ร่างกายอบอุ่น อีกทั้งยังเป็นช่วงเทศกาลเฉลิมฉลอง และต่อเนื่องช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าขึ้นปีใหม่ ยอดขายในช่วง 3 เดือนสุดท้ายก่อนสิ้นปีจึงมีสัดส่วนถึง 30-35% ของยอดขายทั้งปี

วงการน้ำเมา ถือเอาข่วงไตรมาสสุดท้ายของปี อัดกิจกรรมทางการตลาด และกิจกรรมส่งเสริมการขายในทุกรูปแบบ เพื่อหวังดึงดูดลูกค้าและสร้างยอดขายก่อนปิดบัญชีงบประมาณประจำปี ช่วงโค้งสุดท้ายไตรมาส4 ตลาดเบียร์จึงค่อนข้างมีสีสัน และส่วนใหญ่งบการตลาดที่ใช้ในช่วงไตรมาส 4 จะเป็นงบที่ทุ่มลงไปในการจัดเทศกาลเบียร์สด

ลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ ถือเป็นทำเลทองในการจัดเทศกาลเบียร์สด ในปีนี้ลานเบียร์ขนาดใหญ่เกิดขึ้นอีก 1 จุด ที่เอเชียทีค แต่ระยะเวลาในการจัดเทศกาลเบียร์สดในปีนี้สั้นกว่าเดิม จากปีก่อนหน้าที่กำหนดจัดขึ้นระหว่าง 5 พ.ย.-31 ธ.ค. รวมระยะเวลาเกือบ 2 เดือน แต่ในปีนี้ระยะเวลาในการจัดเทศกาลเบียร์สดลดลงเหลือเพียง 1 เดือนเศษๆ เท่านั้น โดยกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 24 พ.ย.-31 ธ.ค.56 เนื่องจากตรงกับช่วงของการน้อมถวายอาลัยสมเด็จพระสังฆราช

นายฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ผู้อำนวยการตลาด บริษัท สิงห์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ สิงห์ และ ลีโอ กล่าวกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า เบียร์สิงห์และลีโอไม่ได้ตั้งเป้ายอดขายจากช่วงเทศกาลเบียร์สด แต่จะพยายามผลักดันยอดขายให้ได้สูงที่สุด โดยกลยุทธ์หลักที่นำมายังคงอยู่ที่คุณภาพของสินค้าและมาตรฐานการให้บริการ เป็นหลัก โดยยอมรับว่าปีนี้ระยะเวลาในการจัดงานเทศกาลเบียร์สั้นลงกว่าเดิมเกือบ 1 เดือน แต่สภาพอากาศที่ค่อนข้างเย็นกว่าทุกปี น่าจะสร้างแรงดึงดูดใจให้ลูกค้าหันมาบริโภคเบียร์มากขึ้น

ในขณะที่ นายสรกฤต ลัทธิธรรม ผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ มาร์เก็ตติ้ง ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเบียร์ช้าง เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า ในปีนี้บริษัททุ่มงบ 50 ล้านบาท สำหรับการตัดงานเทศกาลเบียร์สดบริเวณลานด้านหน้าเซ็นทรัลเวิลด์ และเอเชียทีค ภายใต้ concept "Everyday is a Celebration" โดยตั้งเป้ายอดขายใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาที่ 1.5 แสนลิตร และพิเศษสุดในปีนี้สำหรับครั้งแรกของการเปิดตัว "Chang Export Soft Serve" ไอศครีมเบียร์สดครั้งแรกในไทย ซึ่งคาดว่าจะได้รับความสนใจจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม โดยปกติในแต่ละปีตลาดน้ำเมาจะมีอัตราการเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดเบียร์ที่มีอัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่าตัวเลข 2 หลักในแต่ละปี แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ตลาดเบียร์ เริ่มส่งสัญญานการชะลอตัวลง การเติบโตของตลาดเบียร์โดยรวม ด้วยตัวเลข 2 หลัก ดูเหมือนจะเป็นเรื่องยาก ผู้อำนวยการตลาด บริษัท สิงห์คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายเบียร์ สิงห์ และ ลีโอ เปรยว่า "ปีนี้ถ้าตลาดเบียร์โตได้เท่ากับปีที่ผ่านมา ถือว่าเก่ง!!!!!!"


คำถามคือ ... เกิดอะไรขึ้นกับตลาดเบียร์ !!!!?!!!!??!!!!

ผู้อำนวยการตลาด สิงห์คอร์ปอเรชั่น กล่าวกับว่า ปัจจัยลบที่ส่งผลกระทบต่อตลาดเบียร์ในปีนี้มีถึง 3 ปัจจัย นับตั้งแต่การปรับภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ โดยภาษีเบียร์ ปรับเพิ่มขึ้นจาก 55 บาทต่อลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เป็น 60 บาทต่อลิตรแอลกอฮอล์บริสุทธิ์ เพิ่มขึ้นกว่า 5.5% ทำให้ต้องสูญเสียโอกาสในการขายไปเกือบ 1 เดือนเต็มๆ เพราะไม่สามารถนำสินล็อตใหม่วางจำหน่ายในท้องตลาดได้ จนกว่ากรมสรรพสามิตจะเห็นชอบราคาขายใหม่ ที่คำนวณตามต้นทุนภาษีที่ปรับขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นตามมาคือราคาขายที่ต้องปรับขึ้นอีก 4-5 บาทต่อขวด ปรับขึ้นรวดเดียวทันที!!!

ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ผันผวน ประกอบกับผู้บริโภคชะลอการจับจ่ายใช้สอย การขึ้นราคาขาย 4-5 บาทต่อขวด อาจมีผลต่อยอดขาย!!!

อีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของตลาดเบียร์ คือ สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในหลายจังหวัดของประเทศ แม้ไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายโดยตรง แต่เป็นการทำลายบรรยากาศในการบริโภคสินค้า ส่งผลกระทบทางอ้อมต่อยอดขาย

อย่างไรก็ตาม ผู้อำนวยการตลาด สิงห์คอร์ปอเรชั่น กล่าวแสดงความเป็นห่วงต่อปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง และสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มที่ต่อต้านรัฐบาล และกลุ่มที่ให้การสนับสนุนรัฐบาล ซึ่งในวันนี้ทั้ง 2 กลุ่มนัดรวมตัวครั้งใหญ่ และอาจะเป็นชนวนเหตุที่นำไปสู่ความรุนแรงได้ ซึ่งหากการชุมนุมทางการเมืองเกิดความรุนแรงขึ้น จะส่งผลกระทบต่อยอดขายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งจะเป็นการซ้ำเติมให้ตลาดเบียร์ ชะลอตัวมากขึ้นไปอีก โดยขณะนี้"สิงห์"จับตาสถานการณ์การชุมนุมอย่างใกล้ชิด

ปัจจุบันตลาดเบียร์มีมูลค่ารวมประมาณ 12,000 ล้านบาท  โดย สิงห์ ครองส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 70-72%​ โดยผู้จัดการฝ่ายการตลาดอาวุโส ไทยเบฟฯ เคยให้สัมภาษณ์ก่อนหน้านี้ว่า การปรับขึ้นภาษีสรรพสามิต และภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ทำให้ตลาดเบียร์ในปีนี้น่าจะมีอัตราการเติบโตเพียง 4%.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement