advertisement

ลีสซิ่งกสิกรไทยปลื้ม 9 เดือนกำไร 115 ล้านบาท

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 29 ต.ค. 2556 20:04

ลีสซิ่งกสิกรไทย ปลื้ม 9 เดือนแรก ปล่อยกู้ 55,732 ล้านบาท รุกตลาดรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ช่วงไตรมาสสุดท้ายปลายปี คาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ฟื้นตัวครึ่งปีหลังปี 57...

เมื่อวันที่ 29 ต.ค.56 นายอัครนันท์ ฐิตสิริวิทย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด เปิดเผยถึงผลการดำเนินงาน 9 เดือนแรกของปีนี้ว่า  บริษัทสามารถปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อและลีสซิ่งรถยนต์ใหม่ได้ 55,732 ล้านบาท ทำให้ยอดสินเชื่อคงค้างในระบบอยู่ที่ 86,809 ล้านบาท จากเป้าหมายที่ตั้งไว้ 96,794 ล้านบาท หรือคิดเป็น 89.68% ของเป้าหมาย และมีสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ที่ 0.83% ส่งผลให้มีกำไร 274 ล้านบาท และเมื่อตั้งสำรองพิเศษ เพื่อรองรับความผันผวนของสภาวะเศรษฐกิจและผลกระทบต่อลูกค้าในอนาคต ทำให้ 9 เดือนแรกปีนี้ บริษัทมีกำไรสุทธิ 115 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ตลาดรถยนต์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ ยังคงชะลอตัวจากผลกระทบด้านการส่งมอบรถในโครงการรถยนต์คันแรกสิ้นสุดลง อีกทั้งแรงกดดันด้านราคาในตลาดรถยนต์มือสองที่ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น ลีสซิ่งกสิกรไทย จึงเน้นทำการตลาดในกลุ่มรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ หลังจากศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมินว่า ปีนี้ตลาดบิ๊กไบค์จะขยายตัวออกไปได้อีกมาก จากการที่ค่ายรถจักรยานยนต์ต่างประเทศทยอยมาตั้งโรงงานผลิตในไทย  เพื่อรองรับการปิดเสรีภายใต้กรอบเออีซี ส่งผลให้ราคาขายบิ๊กไบค์ถูกลง รวมทั้งมีกลุ่มเป้าหมายที่นิยมบิ๊กไบค์มากขึ้น ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ที่มีรายได้สูง มีงานอดิเรกชอบการเดินทางท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยคาดว่าตลาดรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์ปีนี้น่าจะมีไม่ต่ำกว่า 70,000 คัน เติบโตจากปีที่แล้วประมาณ 45%

ด้านนายอิสระ วงศ์รุ่ง ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ลีสซิ่งกสิกรไทย จำกัด กล่าวว่า ทิศทางสินเชื่อเช่าซื้อจะเพิ่มขึ้นในอัตราชะลอลง และคาดว่าจะต่อเนื่องถึงครึ่งแรกปีหน้า โดยการกระตุ้นยอดขายของค่ายรถยนต์ในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ จะส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมรถยนต์ไทย และมีส่วนช่วยประคองตัวเลขยอดขายรถยนต์ในช่วงที่เหลือของปีนี้ได้  ในขณะที่ สถาบันการเงินระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น เพื่อหลีกเลี่ยงการผิดนัดชำระหนี้ โดยคาดว่าตลอดทั้งปีนี้สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะขยายตัว 18%​จากปีก่อนหน้าซึ่งโตถึง 34%

อย่างไรก็ตาม ทิศทางอัตราดอกเบี้ยในช่วงไตรมาสสุดท้าย แม้อัตราดอกเบี้ยนโยบายยังคงทรงตัวที่ระดับ 2.5% แต่สภาพคล่องทางการเงินที่ตึงตัวขึ้น ทำให้สถาบันการเงินมุ่งระดมเงินฝากโดยเสนอดอกเบี้ยพิเศษ เพื่อรองรับความต้องการสินเชื่อและเตรียมความพร้อมด้านสภาพคล่องในกรณีที่อาจเกิดความผันผวนทางการเงิน ในขณะที่ การแข่งขันระหว่างผู้ให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อที่ดำเนินมาติดต่อกันนานกว่า 5 ปี ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อจัดเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำที่สุด โดยผู้ประกอบการมีส่วนต่างของอัตราดอกเบี้ยที่น้อยมากอยู่แล้ว ทำให้โอกาสที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยสินเชื่อเช่าซื้อเป็นการทั่วไปจะยังไม่เกิดขึ้นในปีนี้.

โหวตข่าวนี้