advertisement

"คลิปชาบูชิ" อีก 1 บทพิสูจน์ที่เอกชนไม่ควรมองผ่านโซเชียลมีเดีย

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ก.ย. 2556 09:00

ผู้บริหารเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ระบุ คลิปชาบูชิ ได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในเวลาอันรวดเร็วเหตุความสมจริงของหลักฐานที่นำมาเผยแพร่ทั้ง คลิป และภาพนิ่ง เชื่อยังอยู่ในความสนใจของประชาชนอีกนาน...

กำลังเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างกว้างขวางในโซเชียลมีเดีย หลังมีผู้โพสต์คลิปภาพหนอนจำนวนมากที่ปะปนมากับอาหาร ภายในร้านอาหารชื่อดังแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในห้างสรรพสินค้า ซึ่งผู้โพสต์กระทู้ดังกล่าวระบุชัดเจนว่าเป็นร้านชาบูชิ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว

กระทู้ดังกล่าวถูกเผยแพร่ผ่านหน้าเว็บไซต์พันทิปดอทคอม เมื่อเวลา 22.05 น. วันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา  โดยไม่ปรากฏนามของผู้โพสต์ ซึ่งระบุแต่เพียงว่าขอยืมเพื่อนมาโพสต์ และตั้งหัวข้อกระทู้ว่า “เกิดอะไรขึ้นที่ชาบูชิ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าวมาดูครับ !” http://pantip.com/topic/30998413

ภายหลังจากกระทู้ดังกล่าวเผยแพร่ออกไป ได้มีการแชร์ข้อความพร้อมคลิปและภาพนิ่งผ่านโซเชียลมีเดียอย่างแพร่หลาย ทั้งเฟซบุ๊ก และทวิตเตอร์ ภายในระยะเวลาไม่ทันข้ามคืน "คลิปชาบูชิ" ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในโซเชียลมีเดีย เกี่ยวกับคลิปหนอนที่ปนเปื้อนมากับอาหาร โดยระบุสถานที่พร้อมชื่อร้านอาหารชัดเจนว่าเป็นร้านชาบูชิ โออิชิ สาขาเซ็นทรัลลาดพร้าว

นายอภิศิลป์ ตรุงกานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งเว็บไซต์พันทิปดอตคอม แสดงความเห็นเรื่องดังกล่าวกับ "ไทยรัฐออนไลน์" ว่า  สาเหตุที่ทำให้กระทู้ดังกล่าวได้รับการวิพากษ์วิจารณ์อย่างแพร่หลายในระยะเวลาอันรวดเร็ว เป็นผลมาจากความสมจริงของหลักฐานที่นำมาเผยแพร่ในกระทู้ ทั้งภาพถ่าย และคลิปวิดีโอ ทำให้มีการแชร์ข้อมูลจากกระทู้ดังกล่าวอย่างรวดเร็ว โดยประเมินว่า กระแสวิพากษ์วิจารณ์เรื่องนี้จะเป็น "Hot Topic" ที่สังคมหยิบยกมาเป็นประเด็นในการสนทนาไปอีกหลายวัน นานกว่ากรณีกระทู้ของดาราสาว "เจนี่ เทียนโพธิ์สุวรรณ" ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในช่วงเพียงแค่ระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงที่มีการตั้งกระทู้ และค่อยๆ ซาไปหลังจากดาราสาวแถลงข่าวอย่างเป็นทางการ

ประเด็นที่ทำให้คนสนใจ "คลิปชาบูชิ" จนกลายเป็น "Talk of The Town" ชั่วเวลาไม่ทันข้ามคืน และมีแนวโน้มว่าจะอยู่ในกระแสสนทนาต่อไปอีกระยะหนึ่ง เป็นเพราะกระทู้ดังกล่าวเป็นเรื่องของอาหารการกิน เป็นปัญหาปากท้อง และที่สำคัญคือสถานที่เกิดเหตุ ซึ่งผู้โพสต์กระทู้ระบุชัดเจนว่าเป็น ร้านอาหารชั้นนำที่มีสาขาในห้างสรรพสินค้า ดังนั้น ผู้บริโภคย่อมมีความคาดหวังต่อมาตรฐานของอาหารค่อนข้างสูง เมื่อเห็นกระทู้ดังกล่าวจึงย่อมมีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เกิดขึ้นตามมาอย่างต่อเนื่อง

ผู้บริหารเว็บไซต์พันทิปดอทคอม กล่าวแสดงความเห็นต่อเรื่องดังกล่าวว่า กรณีคลิปชาบูชิ เป็นเคสล่าสุดที่แสดงให้เห็นว่า ภาคธุรกิจจะเพิกเฉยต่อโซเชียลมีเดียไม่ได้อีกต่อไป ในแต่ละองค์กร โดยเฉพาะองค์กรที่มีหน่วยธุรกิจขนาดใหญ่ควรมีทีมงานเฉพาะขึ้นเพื่อดูแลโซเชียลมีเดียโดยตรง ทั้งในเรื่องภาพลักษณ์ และประโยชน์ในแง่ของการตลาด

คลิปชาบูชิ เป็นอีกเคสหนึ่งที่น่าชื่นชมในความใส่ใจของโออิชิกรุ๊ปต่อเรื่องโซเชียลมีเดีย เพราะหลังจากคลิปดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปเพียงไม่นาน โออิชิกรุ๊ป โต้ตอบกลับโดยการชี้แจงในเรื่องที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็ว โดยทำหนังสือชี้แจงในเรื่องดังกล่าว พร้อมกล่าวขอโทษในสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมไทยยอมรับได้ เท่ากับ โออิชิกรุ๊ปเลือกทำในสิ่งที่ถูกต้อง แทนการปล่อยให้เรื่องดังกล่าวกลายเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์ในด้านลบต่อไปเรื่อยๆ ซึ่งจะส่งผลกระทบในด้านลบต่อแบรนด์สินค้าและองค์กรมากกว่านี้

นายอภิศิลป์ ยังกล่าวถึงกรณีผู้บริหารโออิชิ กรุ๊ป ระบุว่าจะประสานกับเว็บไซต์พันทิปดอทคอมเพื่อขอความร่วมมือในการตรวจสอบว่าใครเป็นผู้โพสต์กระทู้ดังกล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ได้รับการติดต่อจากโออิชิเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว แต่หากขอความร่วมมือมาจริงๆ ก็พร้อมดำเนินการให้ แต่โออิชิกรุ๊ปต้องทำตามขั้นตอนที่กำหนดไว้ใน พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ โดยต้องเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจมีคำสั่งหรืออกหนังสือเป็นลายลักษณ์อักษรว่าต้องการข้อมูล เว็บไซต์พันทิปจึงจะทำการตรวจสอบให้ได้ โดยหลังจากได้ข้อมูลแล้วก็จะนำส่งต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจในฐานะผู้ยื่นความจำนง หากโออิชิกรุ๊ปต้องการทราบรายละเอียดก็ต้องขอข้อมูลผ่านทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกครั้ง และข้อมูลที่ทางเว็บจะจัดส่งให้ได้ก็ไม่สามารถระบุ ชื่อ นามสกุล ของผู้โพสต์ได้ เพราะข้อจำกัดของขั้นตอนการตรวจสอบที่ซับซ้อนและยุ่งยาก โดยจะมีเพียงแค่ข้อมูล e mail และหมายเลข IP เท่านั้น

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ ผู้บริหารโออิชิกรุ๊ป โดยนายไพศาล อ่าวสถาพร รองกรรมการผู้จัดการ กลุ่มธุรกิจอาหาร บริษัท โออิชิ จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้บริหารแบรนด์ร้านอาหารชาบูชิ ให้สัมภาษณ์ถึงคลิปดังกล่าวว่า หลังจากคลิปถูกเผยแพร่ผ่านทางโซเชียลมีเดียในช่วงกลางคืนวันที่ 18 ก.ย.ที่ผ่านมา ได้กำชับไปยังพนักงานร้านของสาขาที่ถูกระบุไว้ในกระทู้ ให้ทำการตรวจเช็กและทำความสะอาดร้านทุกโต๊ะทันทีว่ามีสิ่งผิดปกติหรือไม่ โดยถอดหม้อน้ำร้อนที่ฝังอยู่กับโต๊ะทุกตัวออกมาตรวจสอบอย่างละเอียดว่ามีหนอนหรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ หรือไม่ แต่ก็ไม่พบร่องรอยความผิดปกติแต่อย่างใด
นอกจากนี้ยังยืนยันสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค โดยในช่วงสุดสัปดาห์นี้จะให้บริษัทกำจัดแมลงฉีดพ่นทำความสะอาด และซีลรอบขอบหม้อกับพื้นโต๊ะให้สนิท  เพื่อไม่ให้มีช่องว่างให้สิ่งแปลกปลอมเล็ดลอดเข้าไป และจะดำเนินการในลักษณะเดียวกันกับสาขาอื่นๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศด้วย โดยย้ำว่า การทำความสะอาดในทุกรูปแบบ และการฉีดพ่นยาฆ่าแมลงเป็นสิ่งที่ทางร้านปฏิบัติอยู่เป็นประจำไม่ได้ทำเฉพาะในช่วงที่มีข่าวเท่านั้นแต่ทำเป็นประจำ เพราะการทำธุรกิจร้านอาหารนอกจากรสชาติแล้ว หัวใจสำคัญคือมาตรฐานด้านความสะอาดและบริการ

ผู้บริหารโออิชิกรุ๊ปยังปฏิเสธด้วยว่า จากการตรวจสอบร้านชาบูชิโออิชิ สาขาดังกล่าวไม่มีเส้นโซบะจำหน่าย มีแต่เส้นอุด้งกับเส้นชิตารากิ และตั้งข้อสังเกตว่ามีหนอนอยู่รอบขอบหม้อได้อย่างไร เพราะบริเวณดังกล่าวเป็นจุดที่มีความร้อนจากเตา พร้อมประสานไปยังเว็บไซต์พันทิปให้ช่วยตรวจสอบว่าใครเป็นผู้โพสต์กระทู้ดังกล่าว.

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement