advertisement

สมาชิกสหกรณ์คลองจั่น จ่อตั้งม็อบร้องนายกฯ ปลด 'ศุภชัย'

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 12 ก.ย. 2556 02:50

สมาชิกสหกรณ์คลองจั่น สุดทน 'ศุภชัย' โกหกรายวัน ไม่จ่ายเงินสมาชิก เดือดร้อนหนัก  ด้านเผด็จ เตรียมเสนอ 3 แนวทางขอมติสมาชิก ชี้หาก ก.เกษตรฯ ยังนิ่งเตรียมก่อม็อบร้องนายกฯ ช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 11 ก.ย. นายเผด็จ มุ่งธัญญา แกนนำคณะกรรมการเครือข่ายสมาชิกสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่น เปิดเผย “ไทยรัฐออนไลน์ ว่า ความคืบหน้าการนัดหารือระหว่างสมาชิกสหกรณ์ฯ ที่ได้รับความเดือดร้อน ในวันอาทิตย์ ที่ 22 ก.ย. นี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างการประสานงานกับทางสภาทนายความ เพื่อร่วมหารือถึงความเป็นไปได้ว่า สมาชิกจะสามารถฟ้อง กระทรวงเกษตร และสหกรณ์การเกษตร ตามมาตรา 157 ได้หรือไม่  เพราะที่ผ่านมาเกิดคำถามในแวดวงสมาชิกถึงการทำงานของภาครัฐ อย่างกระทรวงเกษตรฯ ที่ดูแลโดยตรง ว่าไม่สามารถเข้ามาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นภายในสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นได้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งที่เวลาก็ผ่านมานานพอสมควร ฉะนั้น การหารือกับตัวแทนสภาทนายความจึงจะเป็นไปในทิศทางที่ว่า สมาชิกจะสามารถฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาย ได้หรือไม่ อย่างไร

ทั้งนี้ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 ผู้ใดเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ หน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติ หรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ โดยทุจริต ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ หนึ่งปีถึงสิบปี หรือปรับตั้งแต่สองพันบาทถึงสองหมื่นบาทหรือ ทั้งจำทั้งปรับ

"ประเด็นที่จะหารือกับสมาชิกในวันที่ 22 ก.ย. ที่จะถึงนี้ ประกอบด้วย การหารือด้านกฎหมายกับสภาทนายความ และการประชุมเพื่อขอมติจากสมาชิกถึงทิศทางในอนาคต ซึ่งมีทั้งหมด 3 แนวทางด้วยกันคือ 1. ให้นาย ศุภชัย ศรีศุภอักษร ดำรงตำแหน่งประธานสหกรณ์ ต่อไป 2. นำทรัพย์สินทั้งหมดของสหกรณ์ขายทอดตลาด เพื่อนำเงินที่ได้มาแบ่งคืนสมาชิก และ 3. ปลดนาย ศุภชัย ให้พ้นจากตำแหน่ง แล้วเลือกประธานคนใหม่ขึ้นมาบริหารแทน" นายเผด็จ กล่าว

นายเผด็จ กล่าวด้วยว่า สำหรับโอกาสที่สมาชิกผู้ได้รับความเดือดร้อนจากการเบิกถอนเงินที่สหกรณ์ไม่ได้ มาตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา จะยกระดับกลายเป็นม็อบชุมนุมเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมเหมือนกับม็อบประท้วงราคายางหรือไม่นั้น ตนคิดว่า ต้องดูท่าทีจากนายโอฬาร พิทักษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ ว่าจะมีแนวทางแก้ไขอย่างไร แต่ถ้ากระทรวงเกษตรฯ ไม่สามารถที่จะแก้ไขความเดือดร้อนนี้ได้ สมาชิกก็อาจจะมีการนัดรวมตัวกันเพื่อไปประท้วงที่บ้านของ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ต่อไป

ด้านนางสมบูรณ์ สมาชิกรายหนึ่ง เล่าว่า ตนได้เข้าร่วมเป็นสมาชิกสหกรณ์มาตั้งแต่ปี 2550 เนื่องจากเห็นว่า สหกรณ์ให้ผลตอบแทนสูงกว่าธนาคารทั่วไป อีกทั้งก่อนหน้านี้เธอได้ศึกษาระบบ การบริหารงานของสหกรณ์มานานกว่า 3 ปี จึงตัดสินใจนำเงินมาฝากไว้ที่นี่ โดยเริ่มจากการจ่ายขั้นต่ำที่เดือนละ 100 บาท แต่เมื่อเห็นผลตอบแทน และเกิดความเชื่อมั่นในตัวผู้บริหาร คือนายศุภชัย ที่ตอนนั้นตนมองว่าเป็นนักบุญ ชอบทำบุญกับวัดชื่อดังย่านปทุมธานีเสมอ ก็ยิ่งทำให้มั่นใจ ว่าควรจะลงทุนกับที่นี่ ปัจจุบัน ตนเปิดไว้ 3 บัญชี คือบัญชีออมทรัพย์ (ให้ดอกเบี้ย ร้อยละ 2 ต่อปี) บัญชีออมทรัพย์พิเศษ (ให้ดอกเบี้ย ร้อยละ 5.5 ต่อปี) และการสะสมหุ้นทุน (ให้ดอกเบี้ย ร้อยละ 10 ต่อปี) ซึ่งมียอดเงินรวมทั้งหมดประมาณ 25 ล้านบาท

"ตอนนี้เราอยากได้เงินต้นคืนเท่านั้น เพราะเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทำให้เครียดมาก ถึงขนาดนอนไม่หลับมาหลายเดือนติดต่อกัน เพราะคิดไม่ตกว่าจะมีโอกาสได้เงินคืนหรือเปล่า ซึ่งทางผู้บริหารเองก็ผลัดเปลี่ยนไปเรื่อยวันนี้บอกจะได้ ถึงเวลาก็ไม่ได้ ผลัดไปเรื่อย จนไม่อยากจะเชื่อถือในตัวเขาอีกแล้ว เหมือนโกหกรายวัน หนำซ้ำภาครัฐ กรมส่งเสริมการเกษตร ก็ไม่เห็นจะเข้ามาช่วยเหลืออะไร ทั้ง ๆ ที่ดีเอสไอได้ออกมาชี้มูลความผิดแล้ว"

นางสมบูรณ์ เล่าว่า ตนได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก เนื่องจากเงินที่นำมาสะสมหุ้นทุนกับสหกรณ์  จำนวนกว่า 20 ล้าน ไม่ใช่เงินตนเองทั้งหมด แต่เป็นเงินที่เพื่อน ๆ ชาวต่างชาติฝากมาลงทุนด้วย เพราะหวังว่าจะได้ผลตอบแทนที่ดี แต่ทุกวันนี้กลายเป็นว่าตนต้องรับผิดชอบเงินก้อนนั้นทั้งหมด โดนทวงเงินบ่อยครั้งจนเกิดความเครียด อีกทั้งรายได้ก็แทบจะไม่พอรายจ่าย อย่างเดือนนี้ค่าผ่อนรถ เดือนละหมื่นกว่าบาท แต่เงินในบัญชีกลับเหลืออยู่แค่พันกว่าบาท นี่คือปัญหาที่ตนรู้สึกว่าผู้บริหาร และภาครัฐไม่ได้เข้ามาใส่ใจดูแลจริงจัง ทั้งที่ตนก็เป็นประชาชนคนหนึ่งเหมือนกัน ฉะนั้น เมื่อถึงที่สุดแล้วตนและเพื่อนสมาชิกที่ได้รับความเดือดร้อนคิดว่า บางทีคงต้องรวมตัวกันเพื่อประท้วง เพื่อให้ภาครัฐได้รับรู้ว่าปัญหาที่เกิดขึ้นไม่ใช่เรื่องเล็กๆ มีคนเดือดร้อนจำนวนมาก หลาย ๆ คนไม่กล้าออกมาปรากฏในสื่อเพราะกลัวว่าจะโดนกลั่นแกล้งจนไม่สามารถเบิกเงินตัวเองได้ ทั้ง ๆ ที่ทุกคนก็อยากจะได้เงินคืนเหมือน ๆ กัน

ขณะที่ นางเปิ้ล สมาชิกผู้ได้รับความเดือดร้อน อีกรายหนึ่ง เผยว่า  เงินออมทั้งชีวิตของตนไปจมกับสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นเกือบสิบล้าน โดยช่วงแรก ๆ ยอมรับว่าได้รับเงินปันผลตามปกติ จนเกิดความเชื่อมั่น ทุกครั้งที่ได้เงินปันผล ตนไม่เคยเอากลับมา แต่จะทุ่มลงทุนกับการสะสมหุ้นทุนสหกรณ์เพิ่มไปเรื่อย ๆ เพราะเห็นว่าให้อัตราดอกเบี้ยสูงถึงร้อยละ 10 แต่พอมาเกิดเรื่องสหกรณ์ขาดสภาพคล่อง ไม่จ่ายเงินสมาชิกทั้งปันผล และถอนปิดบัญชี ก็ทำไม่ได้ ทุกวันนี้ตนได้รับผลกระทบอย่างมาก ชีวิตพังทลาย  ทุกอย่างเปลี่ยนไปหมด เพราะก่อนหน้านี้เคยวางแผนไว้แล้วว่า จะนำเงินที่ได้ไปทำอะไรบ้าง ทั้งค่าเล่าเรียนของลูกสาว ลูกชาย โดยเฉพาะลูกสาว ที่มีความฝันว่าอยากจะไปเรียนต่อต่างประเทศ แต่พอเงินก้อนนี้ไม่สามารถเบิกถอนมาได้ก็ต้องล้มเลิกไป ยิ่งตอนนี้ สามีเพิ่งมารู้ความจริงว่าตนเอาเงินเก็บมาลงทุนตรงนี้หมด ก็โกรธขนาดทำร้ายร่างกาย พร้อมกับไล่ออกจากบ้าน ตอนนี้รู้สึกท้อแท้ไปหมด คือเงินก้อนนี้ตนเก็บมาทั้งชีวิต แต่สหกรณ์มาทำแบบนี้ จะไม่ให้เครียดได้ยังไง

ตอนนี้เชื่อว่าสมาชิกทุกคนเดือดร้อน แต่ที่ยังนิ่งกันอยู่เพราะกลัวว่าหากโวยวายมากไปก็จะไม่ได้เงินคืน ส่วนตนคิดว่าอยากให้มีใครสักคนเป็นแกนนำเพื่อนัดชุมนุม เอาที่หน้ากรมส่งเสริมสหกรณ์ก้ได้ เพื่อทวงถามอธิบดีกรมส่งเสริมฯ ว่า จะแก้ไขปัญหานี้อย่างไร ที่สำคัญที่สุด คือต้องการให้นายทะเบียนปลดนายศุภชัย พ้นจากตำแหน่งประธานสหกรณ์  โดยที่สหกรณ์ยังคงอยู่ต่อไปเหมือนเดิม ซึ่งเชื่อว่าหากสมาชิกกล้าที่จะออกมารวมตัวกันปัญหาก็น่าจะมีทางออกได้.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement