advertisement

มติ สกย.ไฟเขียวงดเก็บเงินสงเคราะห์4ด.อุ้มชาวสวนยาง

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 30 ส.ค. 2556 17:30

ก.เกษตรฯ เพิ่มมาตรการแก้ปัญหาราคายางตกต่ำ กล่อมบอร์ด ส.ก.ย. ไฟเขียวงดเก็บเงินเซสจากผู้ส่งออกยาง 4 เดือน มีผลทันที 2 ก.ย.นี้ หวังสร้างแรงจูงใจซื้อยางจากเกษตรกร หนุนราคาปรับเพิ่มขึ้น  สั่งกรมส่งเสริมเกษตรกรแจ้งชาวสวนยางขึ้นทะเบียนเตรียมพร้อมรับเงินอุดหนุนค่าปุ๋ยทันทีหลังครม.เห็นชอบสัปดาห์หน้า...

นายยุคล ลิ้มแหลมทอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการสงเคราะห์การทำสวนยาง (สกย.)ว่า  ที่ประชุมได้พิจารณาวาระเร่งด่วนตามข้อเสนอของผู้แทนเกษตรกรชาวสวนยาง เรื่อง การพิจารณาทบทวนการเก็บเงินสงเคราะห์ หรือเงินเซส โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบร่วมกันให้ยกเลิกการเก็บเงินสงเคราะห์เป็นเวลา 4 เดือน โดยคาดว่าจะมีผล 2 ก.ย.นี้ กำหนดระยะเวลาสิ้นสุดปลายเดือน ธ.ค.2556 ทั้งนี้ เพื่อสนับสนุนมาตรการเร่งด่วนในการส่งเสริมผู้ประกอบการส่งออกยางพารา ให้สามารถส่งออกสินค้าได้มากขึ้น ซึ่งจะช่วยลดปริมาณผลผลิตยางพาราในประเทศลงได้ และสามารถรับซื้อยางจากเกษตรกรได้ในราคาที่สูงขึ้น

“ที่ประชุมได้มีการหารือทบทวนการเก็บเงินเซส โดยนำข้อมูลสถานะการเงินของกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยางมาพิจารณา พบว่า สามารถบริหารจัดการโดยไม่กระทบการกับการดำเนินงานปกติของ  สกย.และการสนับสนุนการปลูกยางของเกษตรกรเป็นระยะเวลา 5-6 เดือน” รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรฯ กล่าว

อย่างไรก็ตาม สำหรับสาเหตุหลักที่กำหนดระยะเวลางดจัดเก็บเงินเซสเป็นเวลา 4 เดือน เพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผู้ส่งออกยางในการซื้อยางกับเกษตรกรด้วยการลดต้นทุน จากเดิมที่ผู้ประกอบการต้องจ่ายเงินเซสในอัตรา 2 บาท/กิโลกรัม เมื่องดจัดเก็บเงินเซส ต้นทุนค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ก็จะลดลง โอกาสที่ผู้ประกอบการส่งออกจะเพิ่มปริมาณการซื้อยางจากเกษตรกรก็มีมากขึ้น และเป็นการเพิ่มโอกาสการแข่งขันกับคู่ค้าในตลาดส่งออก

นอกจากนี้ยังมอบหมายให้องค์การสวนยาง (อสย.)ประสานผู้ส่งออก เพื่อหารือร่วมกันถึงแนวทางดังกล่าวในวันนี้ (30 ส.ค.2556) ที่ ก.เกษตรฯ พร้อมทั้งมอบหมายให้สถาบันวิจัยยางตรวจสต๊อกของผู้ส่งออกทุกรายที่มีอยู่ขณะนี้ว่ามีเท่าไหร่และอยู่ทีไหนบ้าง เพื่อให้การงดเก็บเงินเซสที่กำหนดขึ้นส่งประโยชน์ถึงเกษตรกรได้อย่างแท้จริง


ส่วนเรื่องการนำยางในสต๊อกที่มีอยู่ 2 แสนตันมาใช้สำหรับการบริโภคภายในประเทศนั้น ขณะนี้ก็มีความชัดเจนแล้ว โดยรัฐบาลกำหนดเป็นนโยบายให้นำยางพาราไปใช้ในด้านการคมนาคมและซ่อมแซมถนน โดยคาดว่าจะเห็นข้อมูลงานวิจัยการนำยางพาราไปทำถนน ของกรมทางหลวงในสัปดาห์หน้าว่าจะมีปัญหาทางด้านการจราจรหรือไม่ หากผลการวิจัยพบว่าไม่มีปัญหาใดๆ ก็สามารถดำเนินการได้ทันที

รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.เกษตรฯ กล่าวถึงการดำเนินงานตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ฝ่ายเศรษฐกิจที่ได้อนุมัติวงเงินช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกรที่ มีพื้นที่ยางเปิดกรีดไม่เกิน 10 ไร่ และเป็นที่ดินที่มีเอกสารสิทธิถูกต้องเท่านั้น ในอัตราการช่วยเหลือค่าปัจจัยการผลิตไร่ละ 1,260 บาท วงเงินรวม 5,268 ล้านบาทว่า จะเสนอ ครม.พิจารณา 3 ก.ย.นี้ โดยก.เกษตรฯมอบหมายให้กรมส่งเสริมการเกษตรแจ้งต่อเกษตรกรที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้แล้วให้ยื่นแสดงความจำนงร่วมโครงการ เพื่อให้การช่วยเหลือเกษตรกรสามารถดำเนินการได้ทันทีหลัง ครม.เห็นชอบ

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงเกษตรฯ ลงนามถึงผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด แต่งตั้งคณะกรรมการระดับตำบล ในการตรวจสอบพื้นที่ปลูกยางของเกษตรกร โดยให้ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ธ.ก.ส. และเกษตรตำบล เป็นกรรมการ และปลัดตำบลเป็นประธาน เพื่อร่วมกันลงตรวจสอบพื้นที่ปลูกยางเป็นรายแปลง และออกใบรับรองเพื่อเกษตรอำเภอส่งไปยัง ธ.ก.ส.และจ่ายเงินสดเข้าบัญชีเกษตรกรต่อไป

ส่วนข้อเรียกร้องของเกษตรกรที่ให้ช่วยเหลือปัจจัยการผลิตจาก 10 ไร่เป็น 25 ไร่ รวมถึงการให้ความช่วยเหลือเกษตรกรที่ไม่มีเอกสารสิทธินั้น จะรวบรวมข้อมูลที่ได้จากการขึ้นทะเบียนในครั้งนี้เสนอคณะกรรมการนโยบายยางแห่งชาติ (กนย.) พิจารณโดยเร่งด่วน และเสนอต่อไปยังคณะกรรมการกลั่นกรองฯ ตามขั้นตอนอีกครั้งต่อไป.

 

โหวตข่าวนี้