advertisement

จ่อยื่น30,000รายชื่อเสนอ"ปู"ตั้งคณะกรรมการอิสระสอบกรณีท่อส่งน้ำมันรั่ว

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ส.ค. 2556 11:45

ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนเตรียมยื่น 30,000 รายชื่อ เสนอนายกฯ ตั้งคณะกรรมการอิสระพหุภาคี ตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีท่อส่งน้ำมันดิบ PTTGC รั่วกลางทะเล พร้อมยื่นสอบ รมว.พลังงาน สั่ง PTTGC ตั้งคณะกรรมการอิสระสอบเหตุท่อน้ำมันรั่ว ภายในสัปดาห์นี้ ชี้มีผลประโยชน์แอบแฝง...

ความไม่ชัดเจนและความไม่จริงใจของกลุ่ม ปตท. และ บมจ.พีทีที โกลบอล เคมิคอล (PTTGC) ในการเปิดเผยข้อเท็จจริงกรณีท่อส่งน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล จ.ระยอง ในช่วงรุ่งเช้าของวันที่ 27 ก.ค.ที่ผ่านมา กลายเป็นจุดเริ่มต้นของความไม่ไว้วางใจต่อพฤติกรรมของกลุ่ม ปตท. ที่พยายามสร้างภาพลักษณ์ความเป็นองค์กรเพื่อสิ่งแวดล้อมในขณะที่ในทางปฏิบัติกลับตรงกันข้าม

กลุ่มนักอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจาก หลายหน่วยงาน รวมทั้งนักวิชาการ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน จึงรวมตัวเคลื่อนไหวผ่านช่องทางโซเชียลมีเดีย เพื่อเรียกร้องให้ PTTGC ออกมาแสดงความจริงใจในการเยียวยาและฟื้นฟูสภาพแวดล้อม ทั้งในระยะสั้น ระยะกลางและระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม

ภาคีเครือข่ายภาคประชาชนรวมตัว ผ่านเฟซบุ๊ก ภายใต้ชื่อกลุ่ม “จับตาน้ำมัน ปตท.รั่ว” ซึ่งประกอบด้วย มูลนิธิิบูรณะนิเวศ (EARTH), มูลนิธินิติธรรมสิ่งแวดล้อม (Enlaw), กรีนพีซ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Greenpeace Southeast Asia), และสถาบันธรรมรัฐเพื่อการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อม (GSEI) ภายใต้ความร่วมมือของวิทยาลัยวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต, สมาคมวิทยาศาสตร์ทางทะเลแห่งประเทศไทย และศูนย์วิจัยนโยบายพลังงานและทรัพยากร มหาวิทยาลัยรังสิต เพื่อทวงถามมาตรฐานของคณะกรรมการอิสระชุด เป็นประธาน และเรียกร้องให้ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน ตอบคำถามถึงสาเหตุที่มอบหมายให้ นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ กรรมการ PTTGC แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระฯ ชุดดังกล่าว เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีท่อส่งน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเล จ.ระยอง

มอบอำนาจให้ PTTGC ในฐานะผู้ก่อเหตุ ตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อตรวจสอบการทำงานของตัวเอง ซึ่งไม่มีรัฐบาลใดในโลกเคยปฏิบัติมาก่อน!!!!!!!!

น.ส.เพ็ญโฉม แซ่ตั้ง ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) กล่าวกับ “ไทยรัฐออนไลน์” ว่า  การมอบหมายให้ PTTGC แต่งตั้งคณะกรรมการอิสระ เพื่อตรวจสอบเหตุอันเกิดจากสิ่งที่ PTTGC ได้ก่อไว้ ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นสิ่งที่ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน และนักวิชาการตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบมาพากล ถึงผลประโยชน์แอบแฝงระหว่างกลุ่ม ปตท., รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน และรัฐบาล โดยเฉพาะการที่นายประเสริฐ บุญสัมพันธ์ เชิญคุณหญิงทองทิพ รัตนะรัต ผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรมอุตสาหกรรมปิโตรเลียมและปิโตรเคมี เป็นประธานคณะกรรมการอิสระชุดดังกล่าว โดยอ้างว่าคุณหญิงทองทิพเป็นคนกลาง ทั้งๆ ที่คุณหญิงทองทิพมีสายสัมพันธ์ที่เหนียวแน่นกับกลุ่ม ปตท. เพราะโดยตำแหน่งอีกหมวกหนึ่งของคุณหญิงทองทิพ คือ ที่ปรึกษาผู้ทรงคุณวุฒิของสถาบันวิทยาการพลังงาน ซึ่งเป็นที่รู้กันว่า ปตท. และกระทรวงพลังงานร่วมกันก่อตั้งขึ้นมา ไม่นับรวมกับสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่าง ปตท. กับตระกูลรัตนะรัต ที่ทำธุรกิจน้ำมันหล่อลื่น และ ดร.ทองฉัตร หงศ์ลดารมภ์ ผู้เป็นพี่ชายของคุณหญิงทองทิพ เคยดำรงตำแหน่งผู้ว่าการการปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย (ปตท.) เมื่อสมัยที่ ปตท.ยังไม่แปรรูป 

“การแต่งตั้งคุณหญิงทองทิพเป็นประธานคณะกรรมการอิสระฯ เพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริงกรณีท่อส่งน้ำมันดิบ PTTGC รั่วกลางทะเล จึงหาความชอบธรรมไม่ได้ คณะกรรมการชุดดังกล่าวไม่มีความเหมาะสม และไม่น่าเชื่อถือ โดยจะเชิญชวนประชาชนร่วมลงรายชื่อ เพื่อยื่นนากยกฯ ให้ตรวจสอบที่มาของคณะกรรมการอิสระฯชุดดังกล่าวด้วย” น.ส.เพ็ญโฉมกล่าว

ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า กลุ่มนักอนุรักษ์ นักวิชาการ และภาคีเครือข่ายภาคประชาชน ตั้งข้อสังเกตกรณีเหตุท่อส่งน้ำมัน PTTGC รั่วไหลกลางทะเล ระยอง ประเด็นแรกคือ ความเชื่อมโยงและความสัมพันธ์ระหว่าง กลุ่ม ปตท. กับ นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ที่อาจมีผลประโยชน์ร่วมกันจนทำให้รัฐนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ออกมาปกป้องกลุ่ม ปตท. แทนที่จะเรียกร้องให้กลุ่ม ปตท.แสดงความรับผิดชอบต่อสิ่งที่เกิดขึ้น

ประเด็นที่ 2 คือข้าราชการระดับสูงหลายคนมีตำแหน่งในคณะกรรมการ ปตท. หรือมีหุ้นในกลุ่ม ปตท.และบริษัทลูก ดังนั้น การออกมาเรียกร้องค่าเสียหายแทนประชาชน อาจทำให้ตัวเองได้รับผลกระทบซึ่งหมายถึงค่าใช้จ่ายจำนวนมหาศาล ที่ PTTGC และกลุ่ม ปตท. ต้องรับผิดชอบในการเยียวยาให้กับผู้ได้รับผลกระทบทั้งในระยะสั้นและระยะยาว รวมทั้งการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้นเป็นเงินหลายพันล้านบาท  กระทบรายได้และผลกำไรของบริษัท และแน่นอนว่าผู้ถือหุ้นและบอร์ด ปตท. ย่อมได้รับผลกระทบตามไปด้วย 

น.ส.เพ็ญศรี กล่าวถึงการยื่นฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจาก PTTGC ว่า การเคลื่อนไหวของภาคประชาชนและผู้ที่เกี่ยวข้องในเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และต้องใช้ความรอบคอบพอสมควร  ต้องหารือเป็นขั้นตอนจากผู้เชี่ยวชาญด้านต่างๆ จึงจะสามารถดำเนินการได้

อย่างไรก็ตาม จากการจัดเวทีสาธารณะ “คำถามที่ปตท.ต้องตอบ... ก่อนที่ความจริงจะหายไปพร้อมกับคราบน้ำมัน” ในวันนี้ (21 ส.ค.2556) จะมีความชัดเจนในเรื่องดังกล่าวมากขึ้น และจะได้ข้อสรุปในการกำหนดโครงสร้างองค์ประกอบของคณะกรรมการอิสระพหุภาคี และกลไกการทำงานของคณะกรรมการชุดดังกล่าว ก่อนยื่นเสนอ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีและรัฐนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม พิจารณาภายในสัปดาห์นี้ 

หลังจากเชิญชวนประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติร่วมลงรายชื่อ 30,000 รายชื่อ ยื่นเสนอนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เพื่อขอให้พิจารณาแต่งตั้งคณะกรรมการอิสระฯ ชุดดังกล่าว ซึ่งขณะนี้มีผู้แสดงเจตจำนงร่วมลงชื่อแล้วกว่า 20,000 ราย จากเป้าหมายเดิมที่กำหนดไว้ 10,000 รายชืื่อ โดยคาดว่าเมื่อยื่นเสนอต่อนายกรัฐมนตรีจำนวนผู้ร่วมลงรายชื่อจะเพิ่มสูงเป็นกว่า 30,000 รายชื่อ  ซึ่งจะมีการเปิดเผยรายชื่อทั้งหมดในช่วงบ่ายของวันนี้

ทั้งนี้แนวทางในเบื้องต้น ภาคีเครือข่ายภาคประชาชน พร้อมด้วยนักวิชาการ และตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุท่อส่งน้ำมันดิบรั่วไหลกลางทะเลระยอง จะสรุปองค์ประกอบของคณะกรรมการฯ ซึ่งต้องมีผู้แทนจากฝ่ายรัฐบาล ตัวแทนจากนักวิชาการผู้เชี่ยวชาญ ผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ตัวแทนภาคประชาชน และตัวแทนผู้ได้รับผลกระทบ ซึ่งในกลุ่มหลังนี้จะต้องมีจำนวนมากกว่า 1 คน เพราะผลกระทบที่เกิดขึ้นเกิดกับกลุ่มคนหลากหลายอาชีพ และในแต่ละกลุ่มอาชีพปัญหาความเดือดร้อนแตกต่างกัน ดังนั้นการเยียวยาก็ควรพิจารณาตามความเสียหายจริง และให้เหมาะสมตามกลุ่มอาชีพด้วย

ผู้อำนวยการมูลนิธิบูรณะนิเวศ กล่าวว่า เวทีสาธารณะในวันนี้ได้เชิญตัวแทนประชาชนชาวเกาะเสม็ดผู้ได้รับผลกระทบ และผู้เชี่ยวชาญในสาขาต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง มาร่วมกันให้ข้อมูลแลกเปลี่ยนคววามคิดเห็น และวิเคราะห์แนวทางร่วมกัน โดยข้อสรุปที่ได้จะนำไปใช้เป็นข้อมูลพื้นฐานกำหนดกลไกและแนวทางการดำเนินงานต่อไป.

โหวตข่าวนี้