advertisement

เปิดมุมมองเศรษฐกิจครึ่งปีหลังกับ"ดร.โกร่ง"

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 ส.ค. 2556 20:00

เศรษฐกิจโลกที่ผันผวน โดยเฉพาะการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจจีน ประกอบกับเสถียรภาพการเมืองในประเทศ เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ "ดร.โกร่ง" ระบุชัดเจนว่าส่งผลกระทบต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งปีหลัง พร้อมทวงถามความพร้อมของรัฐบาลในการรับมือกับสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น...

“น่าคิดนะว่ามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยปีที่แล้ว ทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้หมดแรงกระตุ้น” ข้อคิดที่กูรูเศรษฐกิจ ดีกรีอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง อย่าง ดร.วีรพงษ์ รามางกูร หรือ ดร.โกร่ง โยนให้ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ ได้คิดกัน หลังถูกถามถึงแนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังของปีนี้


***แนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง***

ไม่รู้ว่าสำนักเศรษฐกิจใดจะคาดการณ์แม่นยำ!!! ใกล้เคียงมากที่สุด
แต่ที่รู้ทุกแห่งฟันธงเหมือนกันว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งหลังของปีนี้ ชะลอตัวลงแน่!!

เป็นเพราะสาเหตุใด เศรษฐกิจไทยจึงไปไม่ถึงฝั่ง ดร.โกร่ง แจกแจงว่า มีหลายปัจจัยที่เข้ามากดดันเศรษฐกิจไทย ปัจจัยภายนอกคือ ภาวะเศรษฐกิจโลก ที่ยังคงผันผวน ไม่แน่นอน ทั้งสหรัฐฯ ยุโรป และโดยเฉพาะยักษ์ใหญ่ อย่างจีน ที่บริโภคลดลง สั่งสินค้าเข้าประเทศน้อยลง ส่งผลกระทบต่อประเทศคู่ค้าของจีน รวมถึงไทยทันที

นอกจากนี้ การดำเนินนโยบายทางการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ที่ยังไม่รู้จะใช้มาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE3) หรือจะพูดให้เข้าใจง่าย ๆ ว่าคือการใส่เงินเข้าไปในระบบเศรษฐกิจ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้เติบโตต่อไปได้ ก็ยังไม่ค่อยชัดเจน สร้างความอึมครึมต่อตลาดเงินตลาดทุนทั่วโลก แต่ดร.โกร่ง คาดว่า หากจะมี QE3 เฟดคงจะไม่ใส่เงินเข้าระบบเศรษฐกิจมากเท่าเดิม และที่แน่นอน เงินจะไม่ไหลเข้ามาจนทำให้ไทยมีปัญหา

ส่วนปัจจัยภายใน ค่าเงินบาทที่แข็งค่าช่วงต้นปีที่ผ่านมา สร้างผลกระทบที่เรื้อรัง เพราะทำให้คำสั่งซื้อล่วงหน้าหดหาย แม้ปัจจุบันค่าเงินบาทจะอ่อนค่า มาเคลื่อนไหวเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 30-31 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐฯ แต่ก็กลายเป็นความลำบากของผู้ส่งออกไปเสียแล้ว เพราะส่วนใหญ่การส่งออกค้าขายจะสั่งซื้อล่วงหน้า 3-6 เดือน

“ออเดอร์มันหดหายไปแล้ว แม้จะฟื้นกลับมาก็ลำบากแล้ว ดังนั้น การขยายตัวของตัวเลขการส่งออก “แย่” ตัวเลขที่กำหนด 7-7.5% จะทำได้ คงต้องขายข้าวนสต๊อกให้หมด 17 ล้านตัน อาจช่วยได้” ดร.โกร่ง กล่าว

ไม่ต่างกับการลงทุนที่หดหาย เอกชนลงทุนน้อย แทบจะไม่ขยายตัว ขณะที่การลงทุนภาครัฐ ที่จะเป็นตัวหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยังคงล่าช้า


***เศรษฐกิจไทยจะขยายตัวตามเป้าหมายหรือไม่***

ปัจจัยต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น หลายสำนักเศรษฐกิจ จึงต่างปรับลดคาดการณ์อัตราการขยายตัวเศรษฐกิจไทย (จีดีพี) ปีนี้ เหลือตั้งแต่ 1-4% แต่ส่วนตัวคาดว่า จะขยายตัวเพียง 2.5% ถือว่า “สาหัส” เพราะตามปกติการขยายตัวของเศรษฐกิจ หากขยายตัว 6-7% ก็ถือว่าไม่ค่อยดี ต่ำกว่า 5% ก็เริ่มต่ำแล้ว ถ้าต่ำกว่า 3% จัดว่าแย่ และหากทำได้แค่ 1% เรียกว่าไม่ขยายตัวเลย  

สิ่งที่จะช่วยเศรษฐกิจไทยได้ ไม่ทำให้จีดีพีของไทยในปีนี้แย่ลงไปกว่านี้ หรือเรียกว่าเป็นพระเอกของเศรษฐกิจไทย หลังจากนี้คือ ภาคการท่องเที่ยว โดยนักท่องเที่ยวกลุ่มหลักที่เดินทางมาไทยคือ ชาวจีน และโอกาสที่จะมาเที่ยวมากขึ้นก็มี ซึ่งถือเป็นเรื่องน่ายินดีที่ทางการไทย จะหารือกับจีน เพื่อยกเลิกวีซ่าท่องเที่ยวระหว่างกัน

แต่หากจะให้การท่องเที่ยวช่วยได้เต็มที่ ภาครัฐก็ต้องเร่งพัฒนา ลงทุนสิ่งอำนวยความสะดวกนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะสนามบินสุวรรณภูมิ และโรงแรมที่พักที่ยังมีไม่พอ

ขณะเดียวกัน การเมืองที่สถานการณ์ค่อย ๆ ดีขึ้น หรือเป็นบวกบวก และหากสภาปฏิรูปการเมือง ตามแนวคิดของนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้รับการตอบสนอง จะทำให้เกิดความสมานฉันท์ ปรองดอง เป็นปัจจัยบวกกับเศรษฐกิจไทย

***20 มาตรการ 4 ด้าน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้หรือไม่***

เมื่อสถานการณ์เศรษกิจเป็นเช่นนี้ เศรษฐกิจโลกเป็นปัจจัยภายนอกที่เหนือการควบคุม ข้างใน หรือไทยเองก็ต้องชดเชย แต่ยังไม่เห็น ยังไม่ได้ยินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่รัฐบาลออกมา 20 มาตรการ 4 ด้าน จะช่วยได้ไหม ตามทฤษฎี ภาษีควรจะทำหน้าที่เดียวคือ หารายได้ให้รัฐบาล เป็นเครื่องมือกระตุ้นเศรษฐกิจที่ไม่ได้ผล แต่หากใช้กดเศรษฐกิจคงได้ผล  แต่การกระตุ้นเศรษฐกิจที่จะได้ผล คือจะต้องเพิ่มการแข่งขัน ลงทุน ลดช่องว่างระหว่างคนรวยคนจน

หลังจากนี้รัฐบาล จะต้องเร่งดูแลภาคการส่งออก หามาตรการที่เหมาะสม และช่วยคลี่คลายปัญหาอุปสรรคของภาคการส่งออก เร่งการลงทุนภาครัฐอย่างมีประสิทธิภาพ ดูแลภาคการท่องเที่ยว และที่สำคัญ “เพิ่มความมั่นใจ ความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค ว่ารายได้ของพวกเขามีเสถียรภาพ” เพื่อให้เกิดการใช้จ่าย เพราะเมื่อคนมองว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลง รายได้ลดลงหรือไม่แน่นอน แนวโน้มที่คนจะออมจะมีมากขึ้น การบริโภคก็จะลดลง จึงต้องทำให้ผู้บริโภคเกิดความเชื่อมั่น  

ส่วนการปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบาย การปรับลดลงตอนนี้ ไม่ได้ช่วยหรือมีผลต่อเศรษฐกิจมาก เพราะค่าเงินบาทอ่อนค่าลงแล้ว

***คลัง-ธปท. มีเป้าหมายเศรษฐกิจที่ชัดเจน***

เป้าหมายนโยบายเศรษฐกิจ เป็นเรื่องสำคัญ กระทรวงการคลัง และธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ต้องมีเป้าหมายเดียวกันคือ ทำอย่างไรไม่ให้เศรษฐกิจชะลอตัวมากเกินไป แม้เสถียรภาพทางการเงินการคลัง จะยังดีอยู่ก็ตาม

และสิ่งที่น่าห่วงอีกเรื่องคือ การรักษาวินัยทางการคลัง เพราะการดำเนินนโยบายดูแลราคาสินค้าเกษตร โดยเฉพาะการรับจำนำข้าว จะสร้างภาระทางการคลังในอนาคต แม้ขณะนี้ฐานะทางการคลังจะดี แต่หากดำเนินการนโยบายลักษณะนี้ต่อไป ก็จะไม่ดีในระยะยาว

มุมมองทั้งหมด ดร.โกร่ง ฝากไว้ให้ได้คิด และย้ำว่าไม่ใช่มองแค่เศรษฐกิจครึ่งปีหลังนี้ แต่ต้องมองไปถึงครึ่งปีแรกของปี 2557 ด้วย.

 

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement