advertisement

ลุยน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน อินโดนีเซีย-มาเลเซียแห่ดูงานยูนิวานิช

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 16 ส.ค. 2556 05:45

นายจอห์น เคลนดอน กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม จำกัด (มหาชน) หรือ UVAN ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันปาล์มดิบแบบครบวงจรรายใหญ่ของไทย เปิดเผยว่า จากการที่ได้มีปัญหาวิกฤติหมอกควันปกคลุมหนามากใน 3 ประเทศคือ อินโดนีเซีย มาเลเซีย และสิงคโปร์ ซึ่งก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขภาพต่อประชาชนที่อาศัยอยู่ใน 3 ประเทศนี้

โดยวิกฤติหมอกควันเหล่านี้มาจากการเผาถางป่าในประเทศอินโดนีเซียเพื่อขยายพื้นที่ปลูกปาล์ม ทำให้ในช่วงหลังได้เกิดกระแสไปทั่วโลกเรียกร้องร้องให้มีการรณรงค์ให้อุตสาหกรรมการเพาะปลูกปาล์มใส่ใจในเรื่องการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ไม่ทำให้เกิดมลพิษ

“สำหรับเรื่องนี้ตรงกับนโยบายของบริษัทที่มุ่งเน้นในเรื่องการเพาะปลูกปาล์มและการสกัดน้ำมันปาล์มให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเน้นเรื่องมาตรฐานการผลิตปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน เพราะเห็นเป็นแนวทางที่มีส่วนในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดปัญหาต่อสังคม ดังนั้น ที่ผ่านมาบริษัทจึงได้มีการทุ่มเทงบเพื่อวิจัยและพัฒนาในเรื่องนี้อย่างมาก โดยนอกจากในส่วนพื้นที่เพาะปลูกปาล์มของบริษัทแล้ว เรายังได้รณรงค์ให้บรรดาเกษตรกรที่อยู่ในเครือข่ายได้ใส่ใจในเรื่องนี้อีกด้วย ทั้งนี้ นอกจากจะทำให้บริษัทสามารถดำเนินธุรกิจเพาะปลูกปาล์มได้อย่างต่อเนื่องโดยไม่มีปัญหาต่อสังคมและสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมแล้ว ขณะเดียวกัน น้ำมันปาล์มที่ผ่านมาตรฐาน RSPO (Roundtable on Sustainble Palm Oil) ซึ่งเป็นมาตรฐานการผลิตน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน จะได้ราคาสูงกว่าน้ำมันปาล์มทั่วไป ทั้งนี้ บริษัทถือเป็นรายแรกของไทยที่เป็นผู้ส่งออกน้ำมันปาล์มดิบตามมาตรฐาน RSPO”

นายเคลนดอนกล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มมากเป็นอันดับที่ 3 ของโลก แต่ยังถือว่ามีปริมาณที่ห่างไกลจากอันดับที่ 1 อย่างอินโดนีเซีย และอันดับที่ 2 อย่างมาเลเซีย เป็นเพราะสภาพภูมิอากาศของไทยมีเฉพาะทางภาคใต้เท่านั้นที่สามารถเพาะปลูกปาล์มน้ำมัน เนื่องจากต้องการฝนตกเกือบตลอดทั้งปี ขณะที่ภาคใต้ของไทยก็มีพื้นที่ไม่ใหญ่โตเหมือนภาคเหนือหรือภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อย่างไรก็ดี จากการที่บริษัทซึ่งเดิมเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัทยูนิลีเวอร์กับกลุ่มนักลงทุนไทย ทำให้การปลูกปาล์มในไทยเข้าสู่มาตรฐานสากล โดยได้เทคโนโลยีด้านการปลูก การดูแลรักษา และการจัดการสวนปาล์มเข้าสู่ประเทศไทย อย่างไรก็ดี ในช่วงหลังทางยูนิลีเวอร์หันไปเน้นธุรกิจหลัก เหลือเพียงกลุ่มนักลงทุนไทย แต่ยังคงมีความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำในด้านการวิจัยและพัฒนาเพื่อให้ธุรกิจมีความยั่งยืน จนในที่สุดน้ำมันปาล์มดิบของบริษัทได้มาตรฐาน RSPO หรือมาตรฐานการปลูกปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืน

ด้านนายพลัฏฐ์ ฐิติณัฐชนน ผู้อำนวยการฝ่ายสวน หัวหน้าศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมัน บริษัท ยูนิวานิชน้ำมันปาล์ม กล่าวเสริมว่า ยูนิวานิชเอาจริงเอาจังในเรื่องการผลิตและการส่งออกน้ำมันปาล์ม RSPO ซึ่งนอกจากจะเพื่อการรักษาสภาพแวดล้อมในทุกรูปแบบ และการประหยัดน้ำในส่วนของการเพาะปลูกปาล์มแล้ว เช่น การวิจัยเรื่องการให้น้ำเพื่อศึกษาวิธีการให้น้ำที่ดีที่สุด การปลูกปาล์มระยะชิดและล้มออกบางส่วนในภายหลัง ซึ่งทำให้ได้รับผลผลิตมากขึ้น 15% สูงกว่าวิธีการปลูกปาล์มแบบปกติ ลดการใช้ปุ๋ยเคมี ส่วนต้นปาล์มเก่าที่ล้ม ได้นำมาใช้เพื่อคลุมดินเก็บความชื้น เป็นต้น ขณะที่ในส่วนของโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มทั้ง 3 แห่งซึ่งตั้งอยู่ที่ จ.กระบี่ และ จ.นครศรีธรรมราช  ซึ่งจะมีน้ำเสียนั้น ได้มีการนำมาเก็บไว้ในบ่อพักภายใต้สภาพอากาศปิด เพื่อให้เกิดก๊าซมีเทน จากนั้นจะมีการคลุมบ่อพักเพื่อกักเก็บก๊าซมีเทนเพื่อนำมาใช้เป็นเชื้อเพลิงปั่นเครื่องกำเนิดไฟฟ้า จนสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าจำหน่ายให้แก่การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) ซึ่งเป็นการเสริมรายได้อีกทางหนึ่ง

นายพลัฏฐ์ กล่าวว่า บริษัทยังมีศูนย์วิจัยปาล์มน้ำมันยูนิวานิช ทำการผลิตเมล็ดสายพันธุ์ลูกผสม ที่ให้ผลผลิตสูง สำหรับเกษตรกรในท้องถิ่น และส่งออกขายไปยังต่างประเทศ พร้อมกันนี้ยังมีศูนย์ฝึกอบรมเพื่อการพัฒนาความรู้ให้แก่เกษตรกรอีกด้วย สิ่งที่น่าภูมิใจก็คือ ขณะนี้นอกจากหน่วยงานต่างๆทั้งทางราชการและเอกชนรวมทั้งสถาบันการศึกษาของไทยที่ได้มาขอเยี่ยมชมกระบวนการเพาะปลูกปาล์มน้ำมันและการสกัดปาล์มน้ำมันอย่างยั่งยืนของบริษัทแล้ว ยังได้มีหน่วยงานด้านกระทรวงเกษตรของประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งผู้ผลิตปาล์มน้ำมันรายใหญ่ของอินโดนีเซียและมาเลเซียมาขอดูงานในบริษัทอีกด้วย เพื่อจะเรียนรู้การเพาะปลูกปาล์มและการสกัดน้ำมันปาล์มอย่างยั่งยืน หรือ RSPO

“โดยปีนี้ นอกจากจะเริ่มส่งออกน้ำมันปาล์มดิบตามมาตรฐาน RSPO ไปยังยุโรป ซึ่งตั้งใจจะขยายการส่งออกน้ำมันปาล์มประเภทนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ เพื่อพยุงราคาน้ำมันปาล์มและเพิ่มรายได้ให้แก่เกษตรกรแล้ว ขณะเดียวกันเมื่อกลางปีนี้ บริษัทยังได้ร่วมทุนกับกลุ่มทุนของฟิลิปปินส์ จัดตั้งบริษัท Univanich Carmen Palm Oil Corporation เพื่อสร้างโรงงานสกัดน้ำมันปาล์มทางตอนใต้ของฟิลิปปินส์ คาดว่าจะเริ่มผลิตได้ประมาณต้นปี 2557”.

โหวตข่าวนี้