advertisement

ถอดรหัสขาดทุนจำนำข้าว วัดใจ รบ.คำถามที่ไม่อยากตอบ?

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 มิ.ย. 2556 05:30

ยิ่งล่วงเลยยิ่งทำให้สังคมสงสัยและตั้งคำถามกับรัฐบาลว่า แท้จริงแล้วตัวเลขขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวเป็นเท่าไร เพราะแม้ไม่อาจปฏิเสธได้ว่า ชาวนาไม่น้อยได้รับประโยชน์ แต่จากท่าทีของฝ่ายที่เกี่ยวข้องแล้วกลับอ้ำๆ อึ้งๆ เพียงว่า ตัวเลขขาดทุนไม่มากอย่างที่ว่ากัน...

ถูกจับตามองมาตั้งแต่แรกถึงความไม่โปร่งใส ในโครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลพรรคเพื่อไทย ภายใต้การนำของ น.ส.ยิ่งลักษณ์  ชินวัตร นายกรัฐมนตรี    

กระแสวิพากา์วิจารณ์โครงการรับจำนำข้าว ของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ มีมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดโครงการในปี 2554 เป็นที่รู้กันดีว่าปัญหาที่ถูกหยิบยกมากล่าวถึงและห่วงใยมากที่สุด คือ ปัญหาขาดทุน และปัญหาการระบายข้าวที่เป็นไปอย่างล่าช้า  ทำให้ขาดเม็ดเงินหมุนเวียนมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวรอบต่อไป  ในขณะที่กระทรวงพาณิชย์ปิดบังข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวมาโดยตลอด  โดยเฉพาะข้อมูลการระบายข้าว  และสต๊อกข้าวที่ยังขายไม่ออก  โดยอ้างว่าเป็นความลับทางการค้า

การไม่เปิดเผยข้อมูลโครงการรับจำนำข้าวของ ก.พาณิชย์ ที่ทำมาตลอดนับตั้งแต่เริ่มโครงการรับจำนำข้าวรอบแรก  ทำให้ขาดข้อมูลที่แท้จริงในการอ้างอิงสรุปตัวเลขผลการดำเนินงานในโครงการดังกล่าว  แม้กระทั่งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำสินค้าเกษตร กระทรวงการคลัง  ซึ่งนายกรัฐมนตรี “ยิ่งลักษณ์” เป็นผู้ลงนามในคำสั่งคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) เห็นชอบให้แต่งตั้งคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวเปลือกนโยบายรัฐบาลขึ้น เพื่อให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) สามารถบริหารจัดการเงินทุนที่ใช้ในโครงการรับจำนำข้าวได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถดำเนินการตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจากรัฐบาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ ก็ยังไม่รู้ข้อมูลที่แท้จริง

สาเหตุดังกล่าวข้างต้นจึงทำให้สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์เซอร์วิส แสดงความเป็นห่วงว่าการดำเนินนโยบายรับจำนำข้าวอาจทำให้ไทยถูกปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือ  ความวุ่นวายทางซีกฝั่งรัฐบาลจึงเกิดขึ้น เมื่อนายกฯ เรียกถกด่วนทีมเศรษฐกิจที่บ้านพิษณุโลก ก่อนการแถลงข่าวชี้แจงโครงการรับจำนำข้าวของ ก.พาณิชย์ เพียงไม่กี่ชั่วโมง 

แต่สุดท้ายแล้วการชี้แจงตัวเลขโครงการรับจำนำข้าว โดยนายบุญทรง  เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ , นายณัฐวุฒิ  ใสยเกื้อ รมช.พาณิชย์ และ นายทนุศักดิ์  เล็กอุทัย  รมช.คลัง  3 รัฐมนตรี จาก 2 กระทรวง ก็สร้างความผิดหวังให้กับรัฐบาล  เมื่อรัฐมนตรีที่ดูแลโครงการรับจำนำข้าวโดยตรง ไม่สามารถชี้แจงตัวเลขขาดทุนที่แท้จริงได้  และไม่สามารถอธิบายต่อสาธารณะได้อย่างกระจ่างชัดว่าเกิดจากสาเหตุอะไร  บอกแต่เพียงขาดทุนไม่ถึง 2.6 แสนล้านบาท แต่ไม่มีเหตุผลรองรับ  ทำให้สังคมเกิดความกังขามากขึ้นไปอีก 

ดังนั้น นายกฯ จึงตัดสินใจมอบหมายให้ นายวราเทพ  รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี รวบรวมข้อมูลตัวเลขโครงการรับจำนำข้าวทั้งหมดเสนอ ครม. ก่อนเผยแพร่ต่อสาธารณะ 

ขณะที่ นายกิตติรัตน์  ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง แสดงความไม่พอใจ ด้วยการแต่งตั้ง น.ส.สุภา กลับมารับตำแหน่ง ประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ตามเดิม  หลังจากโดนคำสั่งย้ายด่วนทันทีที่ฝ่ายค้านยกตัวเลขขาดทุน 2.6 แสนล้านบาท อภิปรายถล่มรัฐบาลในสภาฯ โดยระบุว่าเป็นตัวเลขที่ได้มาจากคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ

 

 

ผลจากการปิดบังข้อมูลโครงการรรับจำนำข้าว ทำให้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ที่มี น.ส.สุภา  ปิยะจิตติ  รองปลัด ก.คลัง ปฏิบัติหน้าที่แทนปลัด ก.คลัง ดำรงตำแหน่งประธานคณะอนุกรรมการฯ ต้องใช้สมมติฐานในการกำหนดตัวเลข โดยคำนวณจาก “ราคาขาย” ราคาเฉลี่ยจากการขายข้าวของ ก.พาณิชย์ มาคำนวณมูลค่าข้าวคงเหลือ  นำมาหักลบกับต้นทุน (คำนวณจากค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นจากค่าจำนำข้าวที่ต้องจ่ายให้กับเกษตรกร และต้นทุนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าโกดัง,ค่าสีข้าว และดอกเบี้ย) ก็จะได้ตัวเลขประมาณการณ์ผลกำไรขาดทุนโครงการรับจำนำข้าว  ซึ่งปิดบัญชีเป็นรายปี  และในปีนี้ก็เป็นปีที่ 2 ที่คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ในแนวทางการคำนวณ

ตามรายงานปิดบัญชีของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ที่เสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) พบตัวเลขประมาณการผลการดำเนินงานในโครงการรับจำนำข้าวนาปี ฤดูกาลผลิตปี 2554/2555 มีรายได้ 34,197.36 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 77,160.49 ล้านบาท เท่ากับประมาณการณ์ขาดทุนสุทธิอยู่ที่ 42,963.13 ล้านบาท

โครงการรับจำนำข้าวนาปรังปี 2555 รายได้ 24,943.96 ล้านบาท ค่าใช้จ่าย 118,877.60 ล้านบาท ขาดทุน 93,933.67 ล้านบาท  หากคำนวณเฉพาะฤดูกาลผลิต 2554/2555 รายได้รวมจะอยูที่ 59,141.32 ล้านบาท  ค่าใช้จ่าย 196,038.11 ล้านบาท ส่วนตัวเลขโครงการรับจำนำข้าว ปี2555/2556 ยังอยู่ระหว่างดำเนินโครงการจึงยังไม่สามารถสรุปผลการดำเนินโครงการได้  ซึ่งจากตังเลขดังกล่าวข้างต้น รวมแล้วรัฐบาลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวในปีแรก 136,896.80 ล้านบาท  ไม่สูงถึง 260,000 ล้านบาทตามที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวอ้าง

 

 

ในขณะที่การคำนวณผลกำไรขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวของ ก.พาณิชย์ ยึดแนวทางโดยอ้างอิงราคาขายของผู้ส่งออกในตลาดต่างประเทศ ซึ่งสูงกว่าราคาของ ก.พาณิชย์ มาใช้ในการคำนวณ  ซึ่งวิธีนี้จะช่วยลดผลขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวได้ส่วนหนึ่ง โดยตามรูปแบบการคำนวณราคาของ ก.พาณิชย์ โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปี ฤดูกาลผลิต2554/2555 มีรายได้ 29,511.00 ล้านบาท  ค่าใช้จ่าย 47,685.60 ล้านบาท  คิดเป็นผลขาดทุน 18,174.60 ล้านบาท

โครงการรับจำนำข้าวเปลือกนาปรัง ฤดูกาลผลิตปี 2555 มีรายได้ 20,401.00 ล้านบาท  ค่าใช้จ่าย 37,071.44 ล้านบาท  ขาดทุน 16,670.44 ล้านบาท  รวมทั้งปีมีรายได้ 49,912.00 ล้านบาท  ค่าใช้จ่าย 84,757.04 ล้านบาท  ขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวในปีแรก โดยยังไม่รวมค่าใช้จ่ายด้านดอกเบี้ย 34,845.04 ล้านบาท

 

แม้คณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ จะมีตัวเลขแจกแจงชัดเจน ในขณะที่คณะกรรมการ กขช. พร้อมลงมติรับทราบ  แต่ที่ประชุม กขช. เมื่อวันที่ 13 มิ.ย.ที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีตัวเลขขาดทุนที่แท้จริงชี้แจงต่อสาธารณะ  ซึ่ง รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานการประชุมอ้างว่าให้บอร์ด กขช.กลับไปศึกษาวิธีคำนวณราคา เนื่องจากยังตกลงกันไม่ได้ว่าจะยึดแนวทางใด แล้วให้นำกลับเข้าที่ประชุมอีกครั้งในวันที่ 17 มิ.ย.นี้ เพื่อหาข้อยุติ

อีกด้านมีกระแสข่าวว่า สาเหตุที่ กขช.ไม่สามารถเคาะราคาขาดทุนจำนำข้าวได้ เพราะนายบุญทรงต้องการให้ปรับวิธีคำนวณใหม่  ใช้แนวทางของ ก.พาณิชย์ เพราะต้องการให้ขาดทุนน้อยลง

 

ล่าสุด นายวราเทพ  รัตนากร รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ได้ตัวเลขโครงการรับจำนำข้าวเปลือก ฤดูกาลผลิตปี 2555/2556 ณ วัน ที่ปิดบัญชี 31 ม.ค. 2556  ที่ตรวจสอบแล้วพบว่ามีข้าวเปลือกเข้าโครงการ 9.9 ล้านตัน ตรงกับข้อมูลของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ แต่ข้อมูลที่ตรวจสอบได้เพิ่มจากการยืนยันของ อคส.คือ ในรายงานปิดบัญชีจำนำข้าวรอบดังกล่าว ของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ ไม่ได้บันทึกการคำนวณตัวเลขกำไรขาดทุนอีก 2.5 ล้านตันข้าวสาร ซึ่งเป็นข้าวที่อยู่ระหว่างขั้นตอนการแปรสภาพจากข้าวเปลือกเป็นข้าวสารลงไปในบัญชีด้วย ทำให้ประมาณการขาดทุนโครงการรับจำนำข้าวของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ สูงกว่าปกติ โดยนัดหารือด่วนร่วมกันเในเวลา 09.30 น. 17 มิ.ย.นี้ ซึ่งหากยังไม่มีการบันทึกตัวเลข 2.5 ล้านตันข้าวสารในบัญชีจริง จะสามารถตัดลดผลขาดทุนลงได้อีกประมาณ 40,000 ล้านบาท โดยนายวราเทพแสดงความมั่นใจว่า ในท้ายที่สุดโครงการรับจำนำข้าวจะไม่ขาดทุนถึง 260,000 ล้านบาท ตามที่พรรคฝ่ายค้านกล่าวอ้างอย่างแน่นอน

แต่ทั้งนี้ยังต้องรอดูผลการประชุม กขช.ในช่วงบ่ายวันที่ 17 มิ.ย. ด้วยว่าจะมีมติเห็นชอบหลักการคำนวณบัญชีโครงการรับจำนำข้าวโดยยึดตามรูปแบบของคณะอนุกรรมการปิดบัญชีฯ หรือยึดตามแนวทางของ ก.พาณิชย์ 

ดูๆ ไปแล้ว ไม่ว่ามติ กขช. จะยึดตามแนวทางใดก็ตาม ยอดขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวในปีแรกก็ไม่สูงถึง 260,000 ล้านบาท แต่ก็ยังตอบคำถามสังคมไม่ได้ ตราบใดที่ ก.พาณิชย์ ยังให้ตัวเลขที่แท้จริงไม่ได้ว่า ขาดทุนจากโครงการรับจำนำข้าวไปแล้วเท่าไหร่?.

 

โหวตข่าวนี้