advertisement

เปิดศึกสินเชื่อรายย่อย! "สุภัค" ผ่าตัดใหญ่ "ซีไอเอ็มบีไทย" รับเออีซี

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 27 ธ.ค. 2555 06:00


“สุภัค ศิวะรักษ์” ผ่าตัดใหญ่ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด รับเออีซีและลุยเจาะตลาดอินโดจีน ตั้ง “อดิศร เสริมชัยวงศ์” คุมทัพเร่งปล่อยสินเชื่อรายย่อย “วิสิทธิ์ พึ่งพรสวรรค์” ลุยลีสซิ่งรถยนต์ ตั้งเป้าปีหน้าสินเชื่อพุ่งทะลัก 20-30% พร้อมเปิดตลาดหาลูกค้าในหัวเมืองใหญ่ ในภาคอีสาน และภาคใต้

นายสุภัค ศิวะรักษ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด (มหาชน) ในกลุ่มซีไอเอ็มบีแบงก์ ของประเทศมาเลเซีย เปิดเผยว่า ภารกิจที่สำคัญของธนาคารที่ต้องดำเนินการในปี 2556 เพื่อรองรับประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 รวมทั้งการเข้าไปขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอินโดจีน โดยการใช้เครือข่ายของกลุ่มซีไอเอ็มบี ที่ครอบคลุมอาเซียน อินโดจีน ออสเตรเลีย และเกาหลีใต้ เพื่อเข้าไปให้การสนับสนุนผู้ประกอบการของไทยที่จะเข้าไปลงทุนในประเทศดังกล่าว ทั้งเรื่องของการสนับสนุนสินเชื่อ และบริการธุรกรรมทางการเงิน ขณะเดียวกัน ก็ช่วยผู้ประกอบการจากต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย

“ในช่วงที่เศรษฐกิจสหรัฐฯและยุโรปอ่อนแอ ขณะที่จีนคาดว่าอัตราการเติบโตเศรษฐกิจชะลอตัวลง นักลงทุนในต่างประเทศ โดยเฉพาะเกาหลีใต้ และออสเตรเลีย สนใจเข้ามาลงทุนในอาเซียนเป็นจำนวนมาก โดยมองว่าอาเซียนมีศักยภาพ เศรษฐกิจแต่ละประเทศเติบโต 4-6% ที่สำคัญมีภาระหนี้ต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ต่ำ และมีฐานะการคลังที่แข็งแกร่ง”

สำหรับการรองรับการเชื่อมโยงการเงินของอาเซียน และอินโดจีน กลุ่มซีไอเอ็มบีได้มีการปรับเปลี่ยนระบบคอมพิวเตอร์หลัก (คอร์แบงก์) ทั้งหมด และเห็นว่าระบบคอร์แบงก์ของซีไอเอ็มบี ในประเทศไทยเก่าแก่ที่สุด จึงจะต้องมีการนำร่องปรับปรุงเป็นแห่งแรก พร้อมกับการระดมพนักงานในกลุ่มซีไอเอ็มบี ทั้งมาเลเซีย สิงคโปร์ และอินโดนีเซีย 400-500 คน มาช่วยปรับปรุงระบบ เพื่อให้เป็นแนวทางเดียวกัน และต้องใช้เวลาดำเนินการ 18 เดือน ใช้งบในการลงทุน 1,200 ล้านบาท พร้อมโอนย้ายมาใช้ระบบคอร์แบงก์ใหม่เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา จากนั้นมีการเติมโปรแกรมต่างๆเข้าไปในระบบ และขณะนี้ระบบคอร์แบงก์ถือว่าสมบูรณ์ 100%

เขากล่าวอีกว่า ในปีหน้าระบบคอร์แบงก์ ที่เป็นระบบหลังบ้าน เสร็จเรียบร้อยแล้ว ธนาคารก็จะปรับเปลี่ยนโครงสร้างผู้บริหารใหม่ เพื่อมุ่งเจาะตลาดลูกค้ารายย่อย โดยแต่งตั้งนายอดิศร เสริมชัยวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ที่ดูแลช่องทางการขายและเครือข่าย เข้ามาดูแลผลิตภัณฑ์สินเชื่อรายย่อยทั้งหมด และนายวิสิทธิ์ พึ่งพรสวรรค์ เข้ามาดำรงตำแหน่ง กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซ็นเตอร์ออโต้ลีส จำกัด ในเครือซีไอเอ็มบีไทย เพื่อรุกตลาดลีสซิ่งรถยนต์

“ผมขอย้ำว่าในปีหน้า ธนาคารพร้อมแล้วที่กลับมาทำตลาดสินเชื่อรายย่อยอย่างเต็มตัว และจะเน้นไปที่สินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน สินเชื่อลีสซิ่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ นอกจากตลาดในกรุงเทพฯ และปริมณฑล แล้วจะเน้นไปที่หัวเมืองใหญ่ ในภาคอีสาน และภาคใต้ ที่เศรษฐกิจขยายตัวต่อเนื่อง”

สำหรับสินเชื่อรายย่อยที่จะลุยไปเจาะตลาดในต่างจังหวัด โดยเน้นไปที่จังหวัดที่เป็นหัวเมืองใหญ่ๆของอีสาน ได้แก่ จังหวัดนครราชสีมา อุดรธานี ขอนแก่น ที่เศรษฐกิจเติบโตสูงมาก ความ ต้องการสินเชื่อบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เพิ่มสูงมาก ธนาคารก็มีแผนเปิดสาขาเพิ่ม เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มขึ้น โดยธนาคารจะใช้ช่องทางสาขาที่มีอยู่ 164 แห่งทั่วประเทศเป็นช่องทางขายสินเชื่อลีสซิ่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์”

ในปีหน้า ธนาคารได้ตั้งเป้าสินเชื่อรวมเติบโต 20-30% จากยอดสินเชื่อรวมปีนี้อยู่ที่ 136,000 ล้านบาท โดยสินเชื่อที่จะปล่อยในปีหน้า จะเน้นรายย่อย ที่มีอัตราการเติบโตค่อนข้างสูง ส่วนสินเชื่อธุรกิจขนาดกลางและย่อม (เอสเอ็มอี) คาดว่าจะทรงตัว ขณะที่สินเชื่อรายใหญ่จะเติบโตตามตลาด แต่จะเน้นการเพิ่มรายได้จากค่าธรรมเนียม

“สินเชื่อส่วนบุคคล จากที่ชะลอทำตลาดในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา เพื่อรอการปรับระบบคอร์แบงก์ ทำให้ยอดสินเชื่อบุคคลจาก 12,000 ล้านบาท ก็ได้ปรับลดลงมาเหลือ 5,000 ล้านบาท และตั้งเป้าปีหน้าเพิ่มขึ้นเป็น 7,000-8,000 ล้านบาท ขณะที่สินเชื่อลีสซิ่งรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ ก็จะเพิ่มขึ้น 3,000-4,000 ล้านบาท หรือมีอัตราการเติบโต 60-70%”

ขณะที่เป้าหมายของเงินฝากได้ตั้งเป้าขยายตัว 25-35% ส่วนสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ตั้งเป้าควบคุมไม่ให้เกิน 3.4% ของสินเชื่อรวม จากเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา เอ็นพีแอลอยู่ที่ 3.5% และเป้าหมายเอ็นพีแอลในปีหน้า ได้บวกความเสี่ยงการปล่อยสินเชื่อรายย่อย เข้าไปเรียบร้อยแล้ว

สำหรับเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ของธนาคาร สิ้นปีนี้ก็จะปรับขึ้นไปอยู่ที่ 16% จากงวด 9 เดือนแรกของปีนี้อยู่ที่ 15.7% ซึ่งมีเพียงพอต่อการขยายธุรกิจ ยังไม่ต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน ซึ่งต่างกับในช่วง 1-2 ปีที่ผ่านมา ยอดสินเชื่อของธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ธนาคารจึงต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน เพื่อรองรับกับการขยายตัวของสินเชื่อ

“เศรษฐกิจของประเทศไทยปีหน้า คาดว่าจะมีอัตราการขยายตัว 4-4.5% มาจากการลงทุนขนาดใหญ่ของภาครัฐ การส่งออกของไทย ที่คาดว่าจะเติบโต แม้ว่าจะเติบโตในอัตราชะลอตัว การบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวลง เป็นผลพวงจากปัจจัยเกื้อหนุนและมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆ จะทยอยสิ้นสุดลง เช่น โครงการรถยนต์คันแรก”
ขณะที่ปัจจัยเสี่ยงในปีหน้าคือ วิกฤติหนี้

ในยุโรปและสหรัฐฯ โดยหน้าผาทางการคลัง มีแนวโน้มที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัวลง และวิกฤติหนี้ภาครัฐและนโยบายรัดเข็มขัดทางการคลัง จะทำให้เศรษฐกิจของยุโรปเข้าสู่ภาวะถดถอยอีกครั้ง ขณะที่เศรษฐกิจจีน ก็คาดว่าจะเติบโตในอัตราที่ใกล้เคียงกับปีนี้

เขาย้ำว่า ปัจจัยเสี่ยงในปีหน้า หากปีหน้าวิกฤติหนี้ในยุโรป และหน้าผาการคลังสหรัฐฯ มีผลกระทบอย่างรุนแรง ก็จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทย และมีผลต่อการขยายตัวของสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์.

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement