advertisement

'คมนาคม'เดินหน้าทวาย ยันหนุน'อิตาเลียนไทย'ตามหน้าที่

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 7 ธ.ค. 2555 23:15

'คมนาคม'เดินหน้าโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ยันหนุน'อิตาเลียนไทย'ตามหน้าที่  เชื่อหากรัฐบาลไม่สนับสนุนก็ไปไม่รอด เพราะเป็นโครงการที่ใหญ่เกินไปกว่าเอกชนเพียงรายเดียวจะเข้าไปพัฒนาได้

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายชัชชาติ  สิทธิพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังการประชุมเตรียมความพร้อมโครงการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวาย ว่า เพื่อติดตามความคืบหน้าการทำงานของคณะอนุกรรมการทั้ง  6 ชุด ในการจัดเตรียมรายละเอียดที่จะหารือร่วมกันทั้ง 2 ฝ่ายระหว่างไทยกับพม่า  ในวันที่ 14 ธ.ค.2555 นี้ ก่อนที่จะนำเข้าหารือในระดับผู้นำประเทศ  ระหว่างนางสาวยิ่งลักษณ์ ชินวัตร  นายกรัฐมนตรีของไทยกับพลเอกเต็ง เส่ง ประธานาธิบดีสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมาร์  ส่วนรายงานฉบับสมบูรณ์คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือน ก.พ.2556 ทั้งนี้ยืนยันว่า โครงการนี้หากประเทศไทยไม่ให้การสนับสนุน โครงการนี้ก็ไม่มีโอกาสเกิดขึ้นได้  แต่มองว่าจะเป็นประโยชน์กับประเทศต่างๆ ในภูมิภาคอาเซียน รัฐบาลจำเป็นต้องเข้ามาให้การสนับสนุน แม้ว่ากรณีนี้จะถูกมองว่าเข้าไปสนับสนุนให้กับกลุ่มบริษัทอิตาเลียนไทย ดิวเวลลอปเม้นต์ จำกัด (มหาชน) ที่เข้าไปลงทุนในโครงการนี้ว่า  เพราะเป็นโครงการที่ใหญ่เกินไปกว่าเอกชนเพียงรายเดียวจะเข้าไปพัฒนาได้ รัฐบาลจึงต้องเข้าไปช่วยหลือให้ความรู้ ฝึกอบรม และการสร้างงานเพื่อพัฒนาในภูมิภาคนี้            

"อย่ามองว่าเข้าไปช่วยสนับสนุนอิตาเลียนไทย  แต่คิดว่า ไม่ว่าเป็นเอกชนรายใดเข้ามาลงทุน หากรัฐบาลไม่สนับสนุนก็ไปไม่รอด เพียงแต่อิตาเลียนไทยเขาเห็นและมองโอกาสได้ก่อนคนอื่นเท่านั้น"นายชัชชาติกล่าว           

ทั้งนี้ คณะอนุกรรมการทั้ง 6 ฝ่าย ประกอบด้วย 1. อนุกรรมการพัฒนาอุตสาหกรรม ด้านนิคมอุตสาหกรรม มีกระทรวงอุตสาหกรรมเป็นประธาน  2. อนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งมีนายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ รมว.คมนาคม เป็นประธาน 3. อนุกรรมการด้านการเงิน-การคลัง มีนายกิตติรัตน์  ณ  ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง  เป็นประธาน 4. อนุกรรมการด้านพลังงาน มีนายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานเป็นประธาน  5. อนุกรรมการด้านกฎหมาย-กฎระเบียบ มีนายกิตติรัตน์  เป็นประธาน 6. อนุกรรมการด้านความเป็นอยู่ของชุมชุนมีกระทรวงการต่างประเทศเป็นประธาน

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงานด้านโครงสร้างพื้นฐานคาดว่าจะใช้เงินลงทุนกว่า 14 แสนล้านบาท ซึ่งกระทรวงคมนาคมจะต้องสรุปแผนแม่บทด้านโครงสร้างพื้นฐาน ทั้งด้านถนน ท่าเรือ รถไฟ น้ำและโทรคมนาคม ในพื้นที่โครงการ  เพื่อกำหนดรายละเอียดว่ามีโครงการอะไร  ใช้เงินลงทุนจำนวนเท่าใด  เพื่อประโยชน์ที่จะเป็นข้อมูลในการตัดสินใจเข้าไปลงทุนในโครงการอื่นๆ ต่อไป.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement