advertisement

ธปท.ฟันธงเศรษฐกิจไทย ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว อนาคตมีแต่สดใส

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 30 พ.ย. 2555 19:11

ธปท.ฟันธงเศรษฐกิจไทยผ่านจุดต่ำสุดแล้ว หลังข้อมูลภาวะเศรษฐกิจเดือน ต.ค.ปีนี้ มีสัญญาณปรับดีขึ้นเกือบทุกภาคส่วน ไม่ว่าการบริโภค รายได้เกษตรกร การลงทุน และแนวโน้มการส่งออก...

เมื่อวันที่ 30 พ.ย. นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า ข้อมูลภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน ต.ค.ปีนี้ ที่ออกมาในทิศทางที่ปรับดีขึ้น น่าจะถือได้ว่าเศรษฐกิจไทยผ่านพ้นช่วงตกต่ำที่สุดไปแล้ว เนื่องจากภาพโดยรวมเศรษฐกิจปรับดีขึ้น โดยการบริโภคภาคเอกชน หรือการใช้จ่ายของครัวเรือนขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.4% จากเดือนก่อนติดลบ 0.5% ซึ่งโตใกล้เคียงกับแนวโน้มการเติบโตในช่วงปกติ ตามการใช้จ่ายของสินค้าคงทนและไม่คงทน เห็นได้จากการนำเข้าสินค้าอุปโภคบริโภคโดยเฉพาะในกลุ่มอาหารและเครื่องดื่มเพิ่มขึ้น เช่นเดียวกับการใช้จ่ายในหมวดยานยนต์ที่เร่งตัวขึ้น ส่วนหนึ่งเป็นผลจากนโยบายการกระตุ้นภาครัฐ และรายได้เกษตรกรที่ขยายตัว 0.7% จากเดือนก่อนติดลบที่ 0.2% เช่นเดียวกับการลงทุนภาคเอกชนที่ขายตัว 0.9% อยู่ในเกณฑ์ดี จากเดือนก่อนที่ติดลบ 0.9% ซึ่งเป็นการลงทุนเครื่องจักรอุปกรณ์และการก่อสร้าง สวนหนึ่งเพื่อทดแทนความเสียหายจากอุทกภัยที่ยังหลงเหลืออยู่บางส่วน และส่วนหนึ่งเป็นการลงทุนรองรับการขยายตัวของอุปสงค์ หรือความต้องการซื้อในประเทศที่ปรับดีขึ้นด้วย

นอกจากนี้ การรับการส่งเสริมการลงทุนจากสำนักงานส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) ใน ช่วง 10 เดือนแรกของปีนี้ ก็สูงกว่าทั้งปีที่แล้ว และจากการสอบถามจากภาคธุกิจและธนาคารพาณิชย์ความต้องการกู้เพื่อลงทุนก็สูงขึ้นด้วย ส่งผลให้สินเชื่อภาคเอกชนขยายตัวสูงสนับสนุนการใช้จ่ายให้ต่อเนื่อง ซึ่งในเดือน ต.ค.นี้สินเชื่อรวมโต 15.2% สินเชื่อธุรกิจโต 13.6% และสินเชื่อครัวเรือนโต 16.5% ภาวะดังกล่าวสอดคล้องกับความเชื่อมั่นของภาคธุรกิจที่ปรับดีขึ้น โดยดัชนีความเชื่อมั่นทางธุกิจเดือน ต.ค.อยู่ที่ 52.1 จุด เพิ่มขึ้นจาก 50.2 จุดในเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา

ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นทางธุรกิจใน 3 เดือนข้างหน้าอยู่ที่ 54.8 จุด ใกล้เคียงกับเดือนก่อนที่ 55.2 จุด และเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับการเพิ่มขึ้นของการใช้กำลังการผลิต ที่ปรับสูงขึ้นในทุกหมวดอุตสาหกรรมมาอยู่ที่ระดับ 66.5% จากเดือนก่อน 62.5% โดยเฉพาะการเพิ่มขึ้นของการผลิตในกลุ่มเบียร์ ที่มีการเพิ่มกำลังการผลิต หลังช่วงออกพรรษาและเข้าสู่เทศกาลปีใหม่

นายเมธี กล่าวว่า อย่างไรก็ตาม การผลิตสินค้าเพื่อการส่งออก ยังได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก แต่ก็เริ่มมีทิศทางการขยายตัวที่ดีขึ้น ธปท.คาดว่าการส่งออกปีนี้จะโตได้ตามคาดที่ระดับ 4.4% และปีหน้าโตที่ 9% โดยในเดือนนี้การส่งออกสินค้าเกษตรปรับเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะข้าวที่ส่งออกไปต่างประเทศได้เพิ่มขึ้น โดยเดือน ก.ย. ส่งออกข้าวได้ใกล้ๆ 4 แสนตัน เดือน ต.ค. เพิ่มเป็น 8.7 แสนต้น เช่น ส่งไปอิรัก ไนจีเรีย ไอเวอรี่โคสต์ เป็นต้น

ขณะเดียวกัน การส่งออกสินค้าในหมวดเครื่องใช้ไฟฟ้าและยานยนต์ก็มีทิศทางที่ดีขึ้น แนวโน้มดังกล่าวบ่งชี้ว่า อีกสักระยะการส่งออกไทยก็น่าจะปรับดีขึ้น ตามการฟื้นตัวของประเทศเศรษฐกิจชั้นนำในเอเชีย อย่างจีน เกาหลีใต้ ไต้หวัน ที่การส่งออกเขาเริ่มปรับดีขึ้นแล้ว เพราะตามปกติถ้าประเทศเหล่านี้ส่งออกดีขึ้นไทยจะดีขึ้นด้วย สอดคล้องกับทิศทางเศรษฐกิจโลกที่มีสัญญาณการฟื้นตัวที่ดีขึ้น ทั้งนี้ ในภาคการท่องเที่ยวเดือนนี้ก็ขยายตัวดีต่อเนื่อง โดยนักท่องเที่ยวจากต่างประเทศมีจำนวนถึง 1.7 ล้านคน เพิ่มจากเดือนก่อน 1.61 ล้านคน ตามการเพิ่มขึ้นของนักท่องเที่ยวจากเกือบทุกภูมิภาค โดยเฉพาะจากจีนและมาเลเซีย ส่วนเสถียรภาพเศรษฐกิจโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ดี รายได้ของรัฐอยู่ในเกณฑ์ดีตามการเพิ่มขึ้นของภาษีสรรพสามิตที่เร่งตัวขึ้น จากการจ่ายภาษีก่อนแล้วค่อยขอคืนทีหลังตามนโยบายรถคันแรก การจ้างงานเพิ่มขึ้นเดือน ก.ย.เพิ่มขึ้น 0.7% จากเดือนก่อนหน้าเพิ่ม 0.3% โดยเพิ่มตามภาคการเกษตรที่มีการเก็บเกี่ยวผลผลิต ด้านอัตราเงินเฟ้อทั่วไปชะลอลงเล็กน้อย อยู่ที่ 3.32% จากเดือนก่อน 3.38% ลดลงตามราคาอาหารเป็นสำคัญ ส่วนเงินเฟ้อพื้นฐานอยู่ที่ 1.83% จากเดือนก่อน 1.89% โดยผลการสำรวจการคาดการณ์เงินเฟ้อในช่วง 12 เดือนข้างหน้าทรงตัวจากเดือนก่อนที่ระดับ 3.6%.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement