advertisement

เปิดห้องคอนโดฯหรู 150 ล้าน แพงระยับ! จับลูกค้าซุปเปอร์ไฮเอนด์

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 1 พ.ย. 2555 05:45

เขย่าวงการอสังหาริมทรัพย์ได้ไม่น้อย เมื่อบริษัท กรุงเทพบ้านและที่ดิน จำกัด (มหาชน) หรือ “เคแลนด์” (K LAND) ผู้พัฒนาโครงการ “เดอะ พาโน” (The PANO) คอนโดมิเนียมระดับหรู ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ต่อยอดเปิดเฟส 2 โซนริเวอร์แบงค์ เรสสิเดนซ์เซส (Riverbank Residences) นำเสนอคอนโดฯ ห้องชุดระดับพรีเมี่ยม มีจำนวน 52 ยูนิต ราคา 16-110 ล้านบาท และที่สำคัญ มีห้องไฮไลต์หนึ่งเดียว อลังการงานสร้าง ตกแต่งพิเศษ ราคาสูงถึง 150 ล้านบาท นับว่าแพงติดอันดับต้นๆ ของเมืองไทยในปัจจุบันทีเดียว

แน่นอนว่าคำถามที่ตามมา คือ ทำไมห้องดังกล่าว จึงมีราคาสูงเช่นนี้? และเหตุใด “เคแลนด์” จึงกล้าและมั่นใจที่จะขายในราคาแพงระยับขนาดนี้ ? คำตอบจะถูกเฉลยจากปากของ “ชวินธร คุณากรปรมัตถ์” รองผู้อำนวยการสายงานพัฒนาธุรกิจ เคแลนด์ ซึ่งเป็นทายาทธุรกิจ และผู้ดูแลโครงการ “เดอะ พาโน” โดยตรง...

ชี้ตลาดคนไทยรวยเงียบยังมีอีกเพียบ

ชวินธร เริ่มต้นอธิบายว่า จากประสบการณ์ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทที่ผ่านมา ทำให้รู้ดีถึงตลาดในประเทศยังคงมีกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงแฝงตัวอีกจำนวนมาก ซึ่งลูกค้ากลุ่มนี้ไม่ว่าเศรษฐกิจจะซบเซาหรือคึกคัก แทบจะไม่มีผลต่อการตัดสินใจซื้อ ดังนั้น จึงมุ่งพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียมระดับพรีเมี่ยม ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มนี้โดยเฉพาะ

“จากที่เรารู้ว่า ยังมีกลุ่มลูกค้ากำลังซื้อสูงอยู่จำนวนมาก เมื่อจะทำคอนโดฯ เราก็มาคิดต่อว่า ทำอย่างไรจะตอบความต้องการของลูกค้ากลุ่มนี้ได้ตรงที่สุด จากการสำรวจตลาดค้นพบว่า ลูกค้าระดับบน มักมีเวลาน้อย ส่วนใหญ่เป็นเจ้าของกิจการ หรือผู้บริหารระดับสูง รวมถึง มีบ้านอยู่แล้ว ดังนั้น คอนโดฯ ที่จะโดนใจต้องประกอบด้วย 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ 1. ขนาดใหญ่ค่อนข้างใหญ่ เนื้อที่ใช้สอย 200-300 ตารางเมตรขึ้นไป 2. ทำเลอยู่ในตัวเมืองเดินทางสะดวก 3. มีความเป็นส่วนตัวสูง และ 4. มีทัศนียภาพสวยงาม” ผู้บริหารหนุ่มกล่าว และเสริมต่อว่า

จากปัจจัย ทั้ง 4 นำมาสู่การลงทุนพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม “เดอะ พาโน” บนเนื้อที่ 24 ไร่ บนทำเลด้านหลังติดถนนพระราม 3 ด้านหน้าติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา เป็นอาคารสูง 55 ชั้น จำนวน 345 ยูนิต มูลค่าโครงการ 4,700 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ขายไปแล้วกว่า 85% ที่สำคัญ 90% เป็นลูกค้าคนไทย และมักซื้อด้วยเงินสดด้วย

ต่อยอดโซนใหม่ หรูและแพงกว่าเดิม

ด้วยความสำเร็จของโครงการเฟสแรก ยิ่งตอกย้ำความมั่นใจว่า ตลาดกำลังซื้อสูงยังเติบโตได้อีกมาก ดังนั้น เคแลนด์เดินหน้าลงทุนอีกว่า 1,300 ล้านบาท ต่อยอดโซนใหม่เป็นอาคาร 4-8 ชั้น แยกจากอาคารเดิม โดยใช้ชื่อว่าโซน “ริเวอร์แบงค์ เรสสิเดนซ์เซส” ถือเป็นโครงการคอนโดฯ ที่ราคาต่อยูนิต สูงที่สุดติด 1 ใน 3 ของประเทศ ณ ปัจจุบัน

โซน “ริเวอร์แบงค์ เรสสิเดนซ์เซส” ลักษณะเป็นอาคารโลว์ไรซ์เชื่อมต่อกัน 2 อาคาร รูปแบบห้องชุดสไตล์รีสอร์ท มีให้เลือกตั้งแต่ 2-4 ห้องนอน จำนวนทั้งหมด 52 ยูนิต ขนาด 130-560 ตร.ม. โดยเฉลี่ยเนื้อที่ใช้สอยยูนิตละประมาณ 250 ตร.ม. รวมถึง ทุกห้องสามารถมองเห็นวิวของแม่น้ำเจ้าพระยาได้อย่างสวยงาม

 

โดยราคาห้อง ขนาด 2 ห้องนอน เริ่มที่ 16 ล้านบาท ขนาด 3 ห้องนอน เริ่มที่ 25 ล้านบาท ห้องแบบ Duplex เริ่มที่ 38 ล้านบาท และห้องพิเศษ Penthouse ราคา 110 ล้านบาท ซึ่งมีอยู่เพียง 4 ยูนิต และ 1 ใน 4 นั้น ได้ตกแต่งพิเศษ ให้ชื่อว่า ห้อง “Island Villa” มูลค่าถึง 150 ล้านบาท

ห้องหรู 150 ล้านบาท เพื่อลูกค้าซุปเปอร์ไฮเอนด์

“ผมต้องการให้โครงการของเรา มีไฮไลต์สำคัญที่คนทั่วไปจะถึงนึกและจดจำ เป็นที่มาของการทำห้อง Island Villa ซึ่งเป็นห้องที่เปิดเข้าไปจะมีทั้งหมด 3 ชั้น ฟังก์ชั่น 4 ห้องนอน ประกอบด้วยชั้นใต้ดิน ชั้น 1 และชั้น 2 พื้นที่ใช้สอยรวม 560 ตร.ม. พร้อมมีสระว่ายน้ำส่วนตัว ลิฟต์ส่วนตัว และอาคารจอดรถส่วนตัว ” ทายาทธุรกิจ เผยแนวคิดในการทำคอนโดฯ ยูนิตละ 150 ล้านบาท

สำหรับภายในตกแต่งอย่างหรูหราอลังการ สไตล์ยุโรปคลาสสิก เลือกใช้เฟอร์นิเจอร์เกรดดีที่สุด มีทั้งของในประเทศ และนำเข้าจากต่างประเทศ เครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ พร้อมครบครัน ไม่ว่าจะเป็นโฮมเธียเตอร์ส่วนตัว เครื่องปรับอากาศทั้งหลัง ขณะที่พื้นปูด้วยหินแกรนิตทั้งหมด ส่วนผนังด้านติดแม่น้ำเจ้าพระยา เน้นเป็นกระจกใสบานใหญ่ เพื่อให้มองเห็นวิวของแม่น้ำได้ตลอดเวลา รวมถึง ผ้าม่าน ประตู และหน้าต่าง ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าอัตโนมัติทั้งหมด  ที่สำคัญ มีผืนดินเล็กๆ ขนาดประมาณ 3.5x4 เมตร  ทอดต่อจากระเบียบห้องไปสู่ผืนน้ำ คล้ายเกาะกลางทะเล ไว้เป็นพื้นที่พิเศษส่วนตัว อันเป็นที่มาของชื่อห้อง Island Villa ด้วย

กลุ่มลูกค้าของห้องสุดหรู 150 ล้านบาทนั้น ชวินธร ระบุว่า ต้องเป็นระดับมหาเศรษฐี มีเงินในบัญชีไม่น่าจะต่ำกว่า 1 พันล้านบาท เช่น เจ้าของโรงงาน เจ้าของกิจการต่างๆ เป็นต้น และคงจะใช้ห้องนี้เป็นบ้านหลังที่สอง เพื่อสะดวกต่อการทำงาน และเดินทาง

สำหรับ การตั้งราคาดังกล่าว อยู่ในหลักมาตรฐานสากล ไม่ได้ดันราคาให้แพงเกินจริง และนอกเหนือจากความพิเศษของตัวห้องแล้ว ภายในคอนโดฯ ยังประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นห้องสปา สนามเทนนิส ฟิตเนส ห้องสมุด ห้องคาราโอเกะ ลานบาร์บีคิว และสวนพักผ่อน รวมถึง ระบบรักษาความปลอดภัยครบถ้วน

ทั้งนี้ ผู้อยู่อาศัย มีภาระต้องชำระค่าส่วนกลาง เบื้องต้นตกประมาณ 3 หมื่นบาทต่อเดือน ในขณะที่ หากเป็นห้องขนาดเล็กที่สุดของโครงการ ประมาณ 1 หมื่นบาทต่อเดือน โดยชวินธร เปรยเสริมในจุดนี้ว่า “สำหรับคนที่มีเงินซื้อคอนโดฯ ยูนิตละร้อยกว่าล้าน เงิน 3 หมื่นบาท ถือว่าเล็กน้อยมาก”

เขาอธิบาย ต่อว่า จุดเด่นอีกประการ คือ สร้างเสร็จพร้อมอยู่ แล้วจึงประกาศขาย โดยเปิดตัวเป็นทางการเมื่อกลางเดือนตุลาคม 2555 ที่ผ่านมานี่เอง เนื่องจากลูกค้าตลาดบน จะมีพฤติกรรมต้องการเห็นห้องจริงๆ เสียก่อน จึงจะตัดสินใจซื้อ ส่วนเรื่องเงินแทบไม่มีปัญหาอยู่แล้ว ดังนั้น การสร้างความประทับใจเมื่อแรกเห็น จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

“ผมกล้าบอกว่า ทำเลที่ตั้งโครงการของเรา จากระเบียบห้องที่สามารถมองเห็นวิวโค้งน้ำเจ้าพระยา นับเป็นทัศนียภาพที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของกรุงเทพฯ เหตุที่เราสร้างจนเสร็จแล้วค่อยขาย เพื่อให้ลูกค้ามีโอกาสมาเยี่ยมชม และได้เห็นวิวสวยๆ แล้วเกิดประทับใจ ซึ่งจะมีส่วนอย่างยิ่งต่อการตัดสินใจซื้อของเขา” ชวินธร กล่าว

เผยขายแล้วกว่า 10 ยูนิต ตั้งเป้าหมดภายในปีหน้า

หลังเปิดตัวมา 1 เดือน ปัจจุบันมียอดขายแล้วประมาณ 10 ยูนิต คิดเป็นมูลค่าขายประมาณ 200 ล้านบาท ส่วนใหญ่เป็นห้องราคาประมาณ 20 ล้านบาท ตั้งเป้าว่าถึงสิ้นปีนี้ (2555) ห้องชุดโซนใหม่น่าจะมียอดขายเพิ่มขึ้นเป็น 600 ล้านบาท และตั้งเป้า จะขายหมดทั้งโครงการได้ภายในปีหน้า (2556)

ส่วนผลประกอบการรวมของเค แลนด์ ตั้งเป้าว่าจะปีนี้มียอดขายรวมประมาณ 2,000 ล้านบาท เติบโตจากปีที่ผ่านมา 20% โดยผลประกอบการในช่วง 9 เดือนที่ผ่านมา ประมาณ 1,500 ล้านบาท เชื่อจะถึงเป้าอย่างไม่มีปัญหา

ส่วนแผนธุรกิจปีหน้า จะมุ่งพัฒนาควบคู่ทั้งโครงการที่พักคอนโดฯ ตามแนวรถไฟฟ้า ประมาณ 30% และบ้านแนวราบ ตามเส้นทางถนนตัดใหม่ ประมาณ 70% มีทางเลือกหลากหลาย ทั้งขนาดเล็ก กลาง และใหญ่ ราคาในระดับกลางจนไปถึงสูง เพื่อตอบความต้องการของลูกค้าแต่ละกลุ่มให้ครบถ้วนมากที่สุด

“ผมมอง เทรนด์ตลาดคอนโดฯ เชื่อว่า จะเติบโตอีกมาก โดยดูจากประเทศเพื่อนบ้านที่พัฒนาก่อนหน้าเรา ทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น หรือฮ่องกง ที่อยู่อาศัยมักเป็นไปในแนวสูงทั้งหมด เนื่องจากในเมืองไม่มีพื้นที่เหลือแล้ว อย่างไรก็ตาม เราคงไม่ได้มุ่งเจาะจงทำเฉพาะคอนโดฯ ราคาสูงเพียงอย่างเดียว แต่จะทำโครงการต่างๆ ให้หลากหลาย ซึ่งแต่ละโครงการมีตลาดของตัวเองอย่างชัดเจน เพื่อเป็นส่วนเสริมกันและกัน ไม่ว่าเศรษฐกิจจะเป็นอย่างไร เราก็ยังสามารถประคองธุรกิจอยู่ได้” ชวินธร กล่าวในตอนท้าย.

 

โหวตข่าวนี้