advertisement

'พาณิชย์' เตรียมดันเอสเอ็มอี-โอท็อปแข่งระดับโลกในปี 56

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 9 ต.ค. 2555 00:04

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เผยแผนปี 56 พุ่งเป้าผลักดัน “เอสเอ็มอี-โอท็อป” เป็นผู้ผลิตสินค้าคุณภาพ สูงแข่งขันในเวทีการค้าโลก...

เมื่อวันที่ 8 ต.ค. นางศรีรัตน์ รัษฐปานะ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เปิดเผยว่า นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้กรมปรับแผนการปฏิบัติงาน ภายหลังจากที่ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เพื่อให้สอดรับกับสถานการณ์เศรษฐกิจโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว บทบาทและภารกิจที่เพิ่มขึ้น ภายใต้ยุทธศาสตร์ของรัฐบาล ที่เน้นการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศทั้ง 2 ทาง คือ การส่งเสริมการส่งออกและส่งเสริมการนำเข้าวัตถุดิบ เทคโนโลยี และแรงงานฝีมือ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันและสร้างเสถียรภาพทางการค้าระหว่างประเทศ

ทั้งนี้ กรมจะเชื่อมโยงภารกิจใหม่และบูรณาการงานภายในกระทรวงพาณิชย์ให้เป็นทีมเดียวกัน โดยจะนำภารกิจของกรมเจรจาการค้าต่างประเทศ กรมการค้าต่างประเทศ และกรมมาผสานกันเข้นข้นขึ้น แยกรายตลาด สินค้า บริการ เพื่อผลิตสินค้าให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงนำนวัตกรรมจากหน่วยงานภายนอกเข้ามาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเป็นรูปธรรมขึ้น นอกจากนี้ ยังจะทำแผนส่งเสริมการส่งออกภาคบริการ ที่มีสัดส่วนกว่า 40% ของจีดีพีให้เป็นรูปธรรม เช่น ธุรกิจบริการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ ที่ในปี 55 มีมูลค่าตลาดกว่าแสนล้านบาท และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 20%

อย่างไรก็ตาม ในปี 56 กรมจะเน้นช่วยผู้ประกอบการขนาดกลางและเล็ก (เอสเอ็มอี) ที่สามารถพัฒนาตัวเองไปสู่ต่างประเทศได้ โดยเน้นระดับกลาง (เอ็ม) และเล็ก (เอส) และให้ผู้ประกอบการรายใหญ่ (แอล) เป็นผู้นำบุกเจาะตลาด เน้น 5 โครงการสำคัญ คือ 1.ครัวไทยสู่ครัวโลก ส่งเสริมและเผยแพร่อาหารและบริการอาหารไทยให้เป็นที่รู้จักและติดตลาดในระดับโลก 2.โออป 3.พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (อี-คอมเมิร์ซ) โดยเน้นเว็บไซต์ Thaitrade.com ให้เป็นยอมรับในตลาดโลกเพิ่มขึ้น 4.ผลักดันศูนย์ข้อมูลการค้าระหว่างประเทศ โดยเน้นไปที่สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศที่มีอยู่ 63 แห่ง เริ่มต้นจากภูมิภาคอาเซียนก่อน ไปยังภูมิภาคอื่น และ 5.ผลักดันการส่งเสริมการสร้างมูลค่าเพิ่มสินค้าบริการ ซึ่งกรมมีเครื่องหมายไทยแลนด์ทรัสมาร์ค, ดีมาร์ค, พีเอ็มอวอร์ด เป็นต้น

“นอกเหนือจากการพัฒนาตนเองแล้ว ยังมีแนวทางเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับเอสเอ็มอีในลักษณะเครือข่ายทางธุรกิจ และวางแผนสำรองเพื่อพร้อมรับความเสี่ยงต่างๆ ซึ่งการสร้างเครือข่ายทางธุรกิจนั้น จะนำมาซึ่งการลดต้นทุนและสร้างอำนาจต่อรองทั้งต่อคู่ค้าและลูกค้า อีกทั้งยังสร้างขยายเครือข่ายไปยังผู้ประกอบการในห่วงโซ่อุปทาน” นางศรีรัตน์ กล่าว.

โหวตข่าวนี้