advertisement

นักวิชาการเชื่อปีนี้น้ำไม่ท่วมเขตเศรษฐกิจ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 20 ก.ย. 2555 21:26

นักวิชาการคาดปีนี้น้ำท่วมเขตเศรษฐกิจมีโอกาสเกิดน้อย เพราะน้ำในเขื่อนยังรองรับได้อีก 9 พันล้าน ลบ.ม. แต่หากเกิดฝนตกอย่างหนักอาจเกิดน้ำท่วมขังได้ แต่จะไม่มากเหมือนปี 54 ด้านซีพีเอฟ เผย เตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติและดูแลชุมชนใกล้เคียงแล้ว...

เมื่อวันที่ 20 ก.ย. นายเสรี ศุภราทิตย์ ผู้อำนวยการศูนย์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศและภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยรังสิต กล่าวในการบรรยายเรื่อง “เจาะลึกสถานการณ์น้ำปี 2555”ว่า จากการประเมินเบื้องต้น คาดว่าเหตุการณ์น้ำท่วมในเขตเศรษฐกิจมีโอกาสเกิดได้น้อยมาก เนื่องจากปัจจุบันปริมาณน้ำในเขื่อนใหญ่ทางเหนือที่มีอยู่ 2 เขื่อน มีเพียงประมาณ 50-60% จึงสามารถรับรองน้ำได้อีกประมาณ 9,000 ล้าน ลบ.ม. และขณะนี้มีน้ำเข้าในเขื่อนภูมิพลวันละประมาณ 70 ล้าน ลบ.ม. แต่หากเกิดฝนตกใต้เขื่อน จะเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ต่ำ แต่เมื่อน้ำในแม่น้ำลด น้ำในทุ่งก็จะค่อยๆ ไหลลงสู่แม่น้ำเหมือนเช่นที่เกิดขึ้นในพื้นที่บางระกำ

นายเสรี กล่าวต่อว่า สถานการณ์ในขณะนี้สิ่งที่น่าจับตามากที่สุดคือเขื่อนป่าสัก กับร่องฝนที่จะพาดผ่าน  เขื่อนป่าสักเป็นเขื่อนขนาดกลางที่มีความจุน้ำที่ 800 ล้าน ลบ.ม. โดยขณะนี้มีปริมาณน้ำ 500 ล้านลบ.ม.แล้ว จะต้องบริหารความเสี่ยงให้ดี เพราะหากน้ำในเขื่อนป่าสักเต็ม ท่าเรือนครหลวงจะมีปัญหา  ความเสี่ยงที่ 2 คือ เมื่อเกิดฝนตกในกรุงเทพฯ จะเกิดน้ำท่วมขังอย่างที่พบเจอ และหากมีพายุเข้ามาโดยตรงก็อาจเกิดภาวะน้ำท่วมได้ สำหรับน้ำในเจ้าพระยาขณะนี้ยังต่ำกว่าตลิ่งประมาณ 1-1.50 เมตร  กรณีที่จะเกิดน้ำล้นคันจึงค่อนข้างจะยาก เว้นแต่ว่าจะเกิดภาวะฝนตกอย่างหนัก แต่หากท่วมขังก็จะไม่มากเหมือนในปี 2554 ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน

“CPF ตรวจตราและปรับปรุงคันกั้นน้ำที่มีอยู่ ซึ่งในการเตรียมพร้อมจะต้องมี 4 เตรียม อย่างแรกคือ เตรียมความพร้อม การเตรียมมาตรการลดผลกระทบ ซึ่งหากว่าเกิดภาวะน้ำท่วมก็ต้องติดตามสถานการณ์ปริมาณน้ำเหนือที่จะไหลมาด้วย และสุดท้ายคือการเตรียมทีมงานที่พร้อมจะเผชิญเหตุและจะต้องวางแผนการดำเนินธุรกิจเพื่อรองรับภัยพิบัติ” นายเสรี กล่าว

ด้าน นายวีรชัย รัตนบานชื่น รองกรรมการผู้จัดการบริหาร บริษัทเจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือซีพีเอฟ เปิดเผยว่า ซีพีเอฟตระหนักและวางแผนเพื่อพร้อมรับมือภัยพิบัติอยู่เสมอโดยเฉพาะอุทกภัยที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จึงมีมาตรการต่างๆ เพื่อการป้องกันและรองรับสถานการณ์ ทั้งการจัดทำแผนฉุกเฉิน มีมาตรการป้องกันทั่วไป มาตรการเตรียมพื้นที่เสี่ยง การดูแลชุมชนและพื้นที่ใกล้เคียง การดูแลสุขภาพอนามัย ตลอดจนการติดตามรายงานภาวะน้ำท่วม พยากรณ์อากาศ และภัยพิบัติต่างๆ อย่างใกล้ชิด

นายวีรชัย กล่าวต่อว่า แนวทางปฏิบัติเพื่อรับมือกับปัญหาอุทกภัยของซีพีเอฟเป็นไปอย่างบูรณาการ โดยมีการจัดตั้งคณะกรรมการและคณะทำงาน เพื่อจัดทำแผนฉุกเฉินและติดตามอย่างต่อเนื่อง พร้อมสำรวจ เฝ้าระวัง และประเมินความเสี่ยงของที่ตั้งหน่วยงาน รวมถึงการเพิ่มจุดกระจายอีก 4 แห่ง ได้แก่ทางภาคตะวันออก ลำปาง สุราษฎร์ธานี และที่วังน้อย ตลอดจนเส้นทางสัญจร แหล่งวัตถุดิบ และบริเวณที่พักอาศัยของพนักงาน โดยเฉพาะในเขตพื้นที่เสี่ยง มีการจัดอุปกรณ์ต่างๆ สำหรับการป้องกันน้ำท่วม อาทิ กระสอบทราย เครื่องสูบน้ำ สร้างผนังกั้นน้ำ ตลอดจนอุปกรณ์สำรองไฟ ทั้งนี้ ซีพีเอฟยังร่วมกับชุมชนในพื้นที่ใกล้เคียงในการกำหนดมาตรการป้องกันและสนับสนุนการดำเนินงานมาโดยตลอด

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement