advertisement

SME มีแวว : ชาไข่มุก (ป๊อกแป๊ก) ลูกครึ่งไทย-ไต้หวัน 'BUBBLE BOY' เข้มข้นโดนทุกแก้ว!

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 4 ก.ย. 2555 05:30

ชานมไข่มุก ไม่ว่าใครมักนึกถึงต้นตำรับจากไต้หวัน ดังนั้น แบรนด์ชานมไข่มุกไม่ว่าจะยี่ห้อไหนๆ ก็มักมาจากสกุลห้อยท้ายว่า "ชาไข่มุกไต้หวัน" และไม่ว่าจะมีจุดขายที่เป็นต้นตำรับ วัตถุดิบนำเข้า ต้องยอมรับว่าแต่ละแบรนด์ก็มีจุดแข็งแตกต่างกันไป...BUBBLE BOY แบรนด์ชานมไข่มุกโดยคนไทย  ก็เช่นกัน ด้วยไอเดียแหวกแตกต่างกว่าที่อื่น มีความน่าสนใจตรงที่เป็นการผสมผสานระหว่างต้นตำรับ กับความชอบของคนไทยให้กลมกล่อม อร่อยแบบตรงไปตรงมา

คุณธีศิษฎ์ รัตนาโภ (บอส) และคุณอุไรวรรณ เมธาขจรกุล (จอย) เจ้าของแบรนด์ชาไข่มุก BUBBLE BOY ซึ่งร่วมกันสร้างแบรนด์นี้มาได้ประมาณ 2 ปี ขยายสาขาไปแล้วกว่า 36 สาขา ทั้งนี้การขยายสาขาของ BUBBLE BOY เป็นการเติบโตที่บริหารโดยเจ้าของเอง ไม่ใช่การขยายสาขาด้วยการขายแฟรนไชส์แต่อย่างใด ย้ำอีกทีไม่ใช่แฟรนไชส์!


ไข่มุกป๊อกแป๊กอร่อยได้ไม่ซ้ำเดิม

ชาไข่มุก BUBBLE BOY หรือที่วัยรุ่นทั้งหลายเรียกกันอีกนามหนึ่งว่า “ชาไข่มุกป๊อกแป๊ก” นั้น เป็นเพราะว่า ไข่มุกยี่ห้อนี้เขามีสูตรเด็ด เพิ่มทางเลือกของคนที่ชื่นชอบการรับประทานไข่มุกแบบมีฟังก์ชั่น ไม่ซ้ำรูปแบบเดิมๆ (แม้ว่าสูตรของไข่มุกดั้งเดิมจะเด่นที่ความนุ่มหนึบ ต้มสด อร่อยคลาสสิก แต่เพื่อสีสันมันก็ต้องมีรสชาติใหม่ๆ มาให้ลองกันบ้าง)

คุณธีศิษฎ์ เล่าว่า ก่อนหน้านี้เขาเป็นนักเรียนทุนอยู่ที่ประเทศนิวซีแลนด์ แล้วระหว่างนั้นก็ได้ทำงานพาร์ทไทม์ด้วยการเป็น BUBBLE BOY หรือพนักงานชงชานมไข่มุกนั่นเอง...ทั้งนี้ร้านชาไข่มุกที่ประเทศนิวซีแลนด์เป็นร้านแฟรนไชส์ชื่อดังมาจากไต้หวันที่ได้มาเปิดสาขาอยู่ ณ ที่นั่น ด้วยเหตุนี้เองการทำงานพาร์ทไทม์ก็เท่ากับเป็นการเปิดโอกาสให้คุณธีศิษฎ์ได้เรียนรู้สูตรการทำชานมไข่มุกจากต้นตำรับผ่านประสบการณ์จริงไปโดยปริยาย กระทั่งเรียนจบแล้วกลับมาเมืองไทย จึงได้ไปเรียนต่อ ป.โท ที่จุฬาลงกรณ์ ช่วงนี้เองที่คุณธีศิษฎ์ได้มาพบกับคุณอุไรวรรณ

...ทั้ง 2 คนมีีความเห็นตรงกันว่า อยากจะร่วมกันสร้างแบรนด์ชาไข่มุกที่เป็นของตนเองขึ้นมาแบบจริงๆ จังๆ ทั้งนี้เพราะคุณธีศิษฎ์มีประสบการณ์ด้านการทำชานมไข่มุกอยู่แล้ว ขณะเดียวกันคุณอุไรวรรณเธอก็ชื่นชอบชานมไข่มุกอยู่แล้วเป็นทุนเดิม จึงมองเห็นโอกาสที่จะสร้างแบรนด์ว่าถ้าทำออกมาในสไตล์ที่เป็นสูตรของเขาเองน่าจะเป็นทางเลือกใหม่ให้กับผู้บริโภคอีกทางหนึ่ง ในที่สุดจึงก่อตั้งแบรนด์ ชานมไข่มุก BUBBLE BOY ขึ้นมา เมื่อประมาณ 2 ปีที่แล้ว

 คุณอุไรวรรณเล่าว่า ชานมไข่มุก BUBBLE BOY วัตถุดิบหลัก กระทั่งน้ำเชื่อม ล้วนต้องสั่งนำเข้ามาจากไต้หวัน "เหตุผลที่ต้องใช้วัตถุดิบนำเข้าจากไต้หวัน เพราะต้องการให้เวลาทานชานม BUBBLE BOY เข้าไปแล้วจะสัมผัสได้ถึงความเป็นออริจินัล ขณะเดียวกันเรื่องสูตรเราได้ทดลอง ปรับปรุงพัฒนาสูตร ทั้งการคงกลิ่นอายรสชาติดั้งเดิม ให้ผสมผสานกับรสชาติในแบบที่คนไทยชื่นชอบมากที่สุดด้วย

“ช่วงแรกที่เปิดตัวแบรนด์ BUBBLE BOY ครั้งแรกที่สาขาเมเจอร์รัชโยธิน และที่จามจุรีสแควร์ โดยช่วงเริ่มต้นเราทำกันเอง 2 คน ทุกอย่างตั้งแต่การตระเตรียมวัตถุดิบ ต้มไข่มุกเอง จากนั้นก็ต้องขับรถมาส่งของที่ร้านเปิดร้านชงชาไข่มุกขายกันเอง ฉะนั้นพอในเวลาต่อมาเรามีพนักงาน เราจึงสามารถรู้ได้เลยว่า ถ้าสาขานั้นๆ มีปัญหา เขามีปัญหาเพราะอะไร ต้องแก้ไขตรงไหนค่ะ" คุณอุไรวรรณกล่าว


มาตรฐานเดียวกันทุกแก้ว/ทุกสาขา

หลังจากเปิดตัวได้ไม่นานปรากฏว่า 'BUBBLE BOY'  ได้รับการยอมรับอย่างรวดเร็ว ปัจจุบัน BUBBLE BOY มีโรงงานสำหรับผลิตวัตถุดิบโดยเฉพาะ ที่สำคัญที่โรงงานยังทำหน้าที่ผลิตชาเบส ซึ่งเป็นสูตรเฉพาะของ BUBBLE BOY เอง โดยคุณอุไรวรรณให้เหตุผลว่า

“สาเหตุที่เราต้องทำชาเบสขึ้นมา เพราะท่ี่ผ่านๆ มา อาจมีหลายๆ คนเกิดปัญหาว่ากินร้านนี้รสชาติหนึ่งพอไปกินอีกร้านหนึ่งรสชาติก็จะเปลี่ยนไปเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งการทำชาเบสขึ้นมา จะช่วยให้รสชาติของชาไข่มุกมีความเป็นมาตรฐานเดียวกันทุกแก้ว ทั้งนี้เพื่อความสะดวก และป้องกันความผิดพลาดของสูตรที่อาจเกิดขึ้นจากหน้าร้านนั่นเองค่ะ"

จุดแข็ง 'BUBBLE BOY' อยู่ที่เป็นร้านชาไข่มุกแบรนด์คนไทย รูปลักษณ์หน้าร้านผ่านการออกแบบดีไซน์มาแล้วอย่างดี ให้ดูเฟรนด์ลี่ คนซื้อสามารถเข้าถึงได้ง่าย ขณะเดียวกันด้านคุณภาพสินค้าก็จะไม่ใช่การซื้อหาวัตถุดิบมาจากท้องตลาดทั่วไป ทว่าวัตถุดิบหลักต้องนำเข้าจากไต้หวันโดยเฉพาะ จากนั้นค่อยนำไปผลิตต่อในโรงงานเพื่อเข้าสู่กระบวนการผลิตเบสที่ได้คุณภาพมาตรฐานเท่ากันทุกแก้ว ทุกสาขา อีกทั้ง BUBBLE BOY ยังให้ความใส่ใจในเรื่องของแพ็กเกจจิงที่ดูเป็นพรีเมียม ขณะเดียวกันราคาที่ขาย ทุกคนสามารถเข้าถึงได้โดยที่ไม่จำเป็นต้องคิดเยอะ โดยสนนราคาขายไว้ที่ 35-55 บาท/แก้ว เท่านั้น!!


เพิ่มออปชั่น มัน-ดีกว่าเดิม

สำหรับทางเลือกออปชั่นการกินชานมไข่มุก BUBBLE BOY จะไม่จำกัดว่าท็อปปิ้งต้องมีแต่ “ไข่มุก” เท่านั้น ทว่า BUBBLE BOY ได้เพิ่มทางเลือกใหม่ๆ ให้ลูกค้า เช่น บุก อะโรเวลา พุดดิ้ง เฉาก๊วย ไข่มุกโยเกิร์ต (ไข่มุกป๊อกแป๊ก) เข้ามาเสริมให้ลูกค้าได้อร่อย สนุกยิ่งขึ้นอีกด้วย


ปัจจุบัน BUBBLE BOY มีทั้งหมด 36 สาขา และต้องย้ำว่า BUBBLE BOY ยังไม่มีแฟรนไชส์ ทุกสาขาบริษัท BUBBLE BOY จะเป็นผู้ดำเนินการเองทั้งหมด และหากว่าใครสนใจอยากเติมเต็มความอร่อยด้วยชานมไข่มุกในแบบของ BUBBLE BOY ก็สามารถตามไปอุดหนุนกันได้ที่

- BTS หมอชิต,สะพานควาย,อนุสาวรีย์,ชิดลม,เพลินจิต,นานา,อโศก,เอกมัย,พระโขนง,ช่องนนทรี,อ่อนนุช 
-ห้างโลตัส พระราม 1, รัตนาธิเบศร์,ลาดพร้าว,บางแค
-บิ๊กซี หัวหมาก,รัตนาธิเบศร์ 2


-เซ็นทรัล แจ้งวัฒนะ, ลาดพร้าว,สีลม
-เดอะมอลล์ บางแค,บางกะปิ,รามคำแหง
-เมเจอร์ รัชโยธิน,เอกมัย ฯลฯ



*ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์*

 

โหวตข่าวนี้