advertisement

'โต้ง'วอนเอกชน ร่วมตรวจสอบโครงการรัฐ ป้องกันคอรัปชัน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 24 ส.ค. 2555 01:41

"กิตติรัตน์" น้อมรับการตรวจสอบคอรัปช่ันสอบตก วอนเอกชนร่วมตรวจโครงการอนาคต อ้างเหตุโกหกเป้าส่งออกเพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่น 

เมื่อวันที่ 23 ส.ค. นายกิตติรัตน์  ณ  ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ปาฐกถาพิเศษ “โรดแมพสู่อนาคตประเทศไทย” ในงานสัมมนา “หนึ่งปียิ่งลักษณ์กับอนาคตเศรษฐกิจไทย” ว่า ช่วงที่ผ่านมาเศรษฐกิจพึ่งพาการส่งออกสูงมาก  แต่ถือว่ามีความจำเป็น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลคงเน้นปัจจัยอื่นนอกจากการส่งออกเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ได้ตามเป้าหมาย  ทั้งกระตุ้นการบริโภคในประเทศ การสร้างบรรยากาศการลงทุนของภาคเอกชนให้เกิดความเชื่อมั่นและเร่งรัดการ ลงทุนจากภาครัฐ  รวมถึงอัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ทำให้เอกชนตัดสินใจลงทุนง่ายขึ้น 

สำหรับการลงทุนภาครัฐ แม้งบประมาณรายจ่ายปีงบประมาณ  2556 ยังเหลือขั้นตอนที่พิจารณาจากวุฒิสภา แต่ขณะนี้ได้ให้ส่วนราชการเร่งเปิดจัดซื้อจัดจ้าง เพื่อให้โครงการลงทุนเดินหน้าอย่างรวดเร็ว  โดยไม่ต้องรอวันที่ 1 ตุลาคม 2555 เพราะเมื่อกฎหมายงบประมาณผ่านรัฐสภาก็สามารถเปิดลงนามจัดซื้อจัดจ้าง ถ้าหากรอวันที่ 1 ตุลาคมเหมือนเคยดำเนินการตามปกติจะเกิดความล่าช้า เพราะรัฐบาลต้องการให้การลงทุนของภาครัฐเป็นแกนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ 

ส่วนผลสำรวจของหอการค้าไทยเกี่ยวกับการทุจริตคอรัปชัน ยังพบว่ามีจำนวนมาก และทำให้รัฐบาลสอบตกเรื่องดังกล่าวนั้น นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ถือเป็นสิ่งที่ดีที่มีการตรวจสอบในช่วงที่ผ่านมา แต่โครงการขนาดใหญ่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องร่วมมือกันทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาการทุจริตคอรัปชั่น เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไปได้

สำหรับการตั้งเป้ามูลค่าการส่งออก 15% ทั้งที่ทำไม่ได้จริง ทำให้มีคำถามว่าทำไม่ได้และตั้งเป้าไว้ทำไม นายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ในฐานะที่เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลได้รับอนุญาตให้ พูดไม่จริงในบางเรื่อง ที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า White lie ที่แปลว่า โกหกสีขาว

"หากตั้งแต่ต้นปีผมพูดความจริงว่าการส่งออกของไทยจะทำได้ไม่ถึง 15% จะทำให้ความมั่นใจของนักลงทุนมีปัญหา"นายกิตติรัตน์ กล่าว

นายกิตติรัตน์ กล่าวด้วยว่า ขณะนี้รัฐบาลตั้งเป้าการส่งออกของไทยขยายตัวได้ 9% เพราะยิ่งเวลาผ่านไปเป้าที่ตั้งไว้เดิม 15% ยิ่งทำไม่ได้มากขึ้น ซึ่งการตั้งเป้าการส่งออกของรัฐบาลสูงกว่าที่สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการ เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ที่คาดว่าจะโตได้ 7.3% เพราะต้องการให้รัฐบาลมีความตั้งใจทำงานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม แม้ว่าการส่งออกจะลดลงไม่ถึง 15% แต่ก็ยังเชื่อว่าการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้จะได้ 5.5-6% เพราะการบริโภคภายในประเทศ การใช้ภาครัฐ และการลงทุนภาคเอกชน ขยายตัวได้ดีมาขับเคลื่อนเศรษฐกิจแทนภาคการส่งออก.

โหวตข่าวนี้
advertisement

Thairath TV

คิดต่าง อย่างเข้าใจ
advertisement