advertisement

ม.หอการค้าไทย อัดรัฐแทรกแซงราคายางเกาไม่ถูกที่คัน

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 21 ส.ค. 2555 15:24

ม.หอการค้าไทย เผยอีก 5 ปีอยากจะเห็นราคายางพาราไทยแตะ 120 บาท/กก. พร้อมอัดนโยบายแทรกแซงราคายางพาราของรัฐผิดทาง แนะใช้ประโยชน์เออีซี เป็นฐานดึงนักลงทุนตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราในไทย เพื่อความยั่งยืน...

เมื่อวันที่ 21 ส.ค. นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์การศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยการค้าไทย เปิดเผยถึง "อนาคตยางพาราไทย ภายใต้เออีซี และทิศทางราคายางพารา" ว่า ราคายางพาราแผ่นรมควันชั้น 3 ของไทยในช่วง 5 ปีจากนี้ (ปี 55-60) คงยากที่จะกลับมาอยู่ที่กิโลกรัม (กก.) 120 บาท และถ้าต้องการให้ขึ้นมาที่ กก.ละ 121 บาท มีโอกาสเป็นไปได้เพียง 10% เท่านั้น แต่ถ้าจะวิ่งมาอยู่ที่ กก.ละ 94.8-107.1 บาท มีโอกาสสูงถึง 50% เพราะปัจจัยเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อราคายางพารา ส่วนใหญ่มาจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยเฉพาะเศรษฐกิจยุโรป ที่คาดจะลากยาวไปอีกอย่างน้อย 2-3 ปี

อย่างไรก็ตาม การที่รัฐบาลใช้โครงการแทรกแซงราคายางพารา เป็นการดำเนินการที่ไม่ถูกทาง เพราะจะต้องใช้เงินมหาศาล ซึ่งรัฐบาลไม่มีเงินมากขนาดนั้น ขนาดใช้เงินเกือบ 30,000 ล้านบาท เข้าไปแทรกแซงราคา ยังทำให้ราคาขึ้นได้เพียง กก.ละ 80 บาทเท่านั้น เพราะปัจจุบันไทยมีมูลค่าส่งออกยางพาราสูงถึง 130,000 ล้านบาท

"รัฐบาลแก้ไม่ถูกทาง ที่ถูกต้องคือ ค่อยๆ ผ่อนและลดการแทรกแซง แล้วเอางบประมาณไปใช้ลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตยางพาราให้ดีขึ้น ช่วยลดต้นทุนการผลิต และศึกษาวางตำแหน่งสินค้าเกษตรของไทยใน 3-5 ปี ข้างหน้าว่าจะอยู่ตรงไหน เพื่อให้เกิดความยั่งยืน ไม่เช่นนั้นเกษตรกรจะติดโครงการรับจำนำ ไม่ว่ารัฐบาลไหนมาก็ต้องทำแบบนี้ จนกลายเป็นวงจรที่ทำให้ตัวเกษตรกรอ่อนแอ" นายอัทธ์ กล่าว

ขณะเดียวกัน ต้องปรับโครงสร้างการผลิตยางพาราทั้งระบบ ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ ใช้ประโยชน์จากการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) โดยดึงนักลงทุนให้เข้ามาตั้งโรงงานแปรรูปยางพาราในไทย และร่วมมือกับอินโดนีเซียและมาเลเซีย ผู้ผลิตยางพารารายใหญ่ของโลก สร้างอำนาจต่อรอง ซึ่งหากทำได้เอเชียจะกลายเป็นผู้กำหนดราคายางพาราของโลกภายใน 1-2 ปีข้างหน้า.

โหวตข่าวนี้