advertisement

เปิดเซฟมหาสมบัติโรงรับจำนำร้อยล้าน "อีซี่มันนี่" พร้อมกลยุทธ์เหนือเมฆ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 ส.ค. 2555 05:30

โรงรับจำนำ เชื่อว่า คำๆ นี้คนไทยทุกคนคงจะรู้จักกันเป็นอย่างดี เพราะจะมีให้เห็นกันอยู่ทั่วบ้านทั่วเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งช่วงใกล้เปิดเทอม ผู้ปกครองหลายๆ คนอาจจะใช้เป็นที่พึ่ง ซึ่งการเข้ารับบริการสมัยก่อนอาจจะสัมผัสได้ถึงความรู้สึกดูถูกจากผู้ให้บริการ แต่หลังจากวันเวลาเปลี่ยนแปลงไปการแข่งขันในการให้บริการมีเพิ่มขึ้น การรับจำนำมีรูปแบบแตกต่างไปจากเดิม วันนี้เลยเป็นโอกาสดี ที่ไทยรัฐออนไลน์ จะมานำเสนอรูปแบบบริการโรงรับจำนำแบบใหม่ที่เชื่อได้ว่าใครเข้าไปใช้บริการก็ต้องประทับใจ

ไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสพูดคุยกับ "สิทธิวิชญ์ ตั้งธนาเกียรติ" กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตั้งธนสิน จำกัด ซึ่งเป็นผู้ก่อตั้งโรงรับจำนำ "อีซี่มันนี่" ผู้ชายคนนี้เดินเข้ามาคุยกับเราด้วยชุดสูทที่ดูภูมิฐานสมกับการเป็นเจ้าพ่อโรงตึ๊งสมัยใหม่เลยทีเดียว ส่วนหน้าตาไม่ต้องบรรยายดูอย่างไรก็พูดได้คำเดียวว่าไม่ใช่คนคดโกงใครแน่ ถ้าไม่เชื่อต้องลองไปฟังประวัติดู



จุดเริ่มต้นโรงรับจำนำใส่สูท

ข้อบกพร่องของโรงรับจำนำสมัยก่อน ผลักดันให้เกิดอีซี่มันนี่ในวันนี้

"โรงรับจำนำเป็นสถาบันการเงินที่เก่าแก่ และอยู่คู่กับสังคมไทยมานานเป็นที่พึ่งของผู้ที่ต้องการสภาพคล่อง มีขั้นตอนง่ายๆ ไม่ซับซ้อนซึ่งผูกกับนิสัยของคนไทย แต่การจำนำกลับไม่แพร่หลาย ทั้งๆ ที่มีคนจำนวนมากที่มีทรัพย์สินและต้องการสภาพคล่อง ผมมาวิเคราะห์จึงพบว่ารูปลักษณ์ของโรงรับจำนำแบบเดิมที่ดูอับทึบน่ากลัวไม่เชิญชวนให้คนเข้าไปใช้บริการ และลูกค้าบางคนมีความรู้สึกว่าเมื่อไปใช้บริการจะถูกกดราคา พูดจาไม่ให้เกียรติหรือไม่บางคนกลัวว่าถ้าไปจำนำแล้วทรัพย์จะได้รับการดูแลอย่างดีหรือไม่ทรัพย์จะเสียหายหรือไม่ พอมีข้อมูลทั้งข้อดีและสิ่งที่คนไทยฝังใจ ผมจึงคิดว่าถ้าผมสร้างโรงรับจำนำที่แก้โจทย์เหล่านี้ได้ ผมจะสร้างธุรกิจการเงินที่ช่วยนักธุรกิจนำทรัพย์สินส่วนตัวมามาแปลงเป็นสภาพคล่อง(เงิน) ได้โดยที่มั่นใจได้ว่าทรัพย์สินจะได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดีเหมือนเก็บไว้เอง ซึ่งการทำอย่างนี้จะวินๆ ทั้ง 2 ฝ่าย นั่นคือลูกค้าจะได้เงินได้สภาพคล่องได้บริการที่ดี ในขณะที่ทางอีซี่มันนี่ก็จะได้ลูกค้า เลยเป็นที่มาว่าเราสร้างโรงรับจำนำอีซี่มันนี่ขึ้นมาโดยที่ให้เป็นอาคารโอ่โถง มีสีสันสดใส มีเคาน์เตอร์เป็นกระจกมีพนักงานแต่งเครื่องแบบไว้คอยต้อนรับ ซึ่งเราเริ่มตั้งช่วง เม.ย. 2548"

เคล็ด(ไม่)ลับสร้างความเชื่อมั่นลูกค้า

ทรัพย์ที่ลูกค้านำมาจำนำเป็นของรักของหวง เราต้องดูแลเป็นอย่างดีเหมือนนโยบายที่วางไว้ คือ ทรัพย์วันมา-วันกลับต้องเหมือนเดิมและอยู่ในสภาพเดิม

"นโยบายของเราคือทรัพย์วันมาวันกลับจะอยู่ในสภาพเดิม ซึ่งจะทำให้ลูกค้ามั่นใจ เพราะคนเป็นจำนวนมากที่ทรัพย์นำมาจำนำเป็นของรักของหวง บางคนพ่อแม่ให้มา บางคนเป็นของที่มีคุณค่าทางจิตใจ แต่โรงรับจำนำไม่ได้ออกแบบไว้ตั้งแต่แรกการทำห้องมั่นคงเก็บทรัพย์เล็กไม่ได้เตรียมการเผื่อเอาไว้ หากลูกค้ามาจำนำเยอะๆ ที่ก็จะเก็บกันแบบแออัดยัดเยียด เช่น การเก็บเพชรหากอยู่ในซองเดียวกันเบียดกันสิ่งที่เกิดขึ้นคือเหลี่ยมของเพชรอีกเม็ดอาจจะไปขูดหน้าเพชรอีกเม็ดหนึ่งได้ ลูกค้าจะบอกโรงรับจำนำเป็นคนทำ ในขณะที่โรงรับจำนำก็จะบอกว่าลูกค้าเป็นคนทำก็เกิดข้อขัดแย้งกัน ลูกค้าก็จะฝังใจว่าถ้าไปไว้ที่โรงรับจำนำทรัพย์อาจจะเสียหายพอเราสื่อกับลูกค้าว่าเราจะเก็บทรัพย์ของลูกค้าอย่างดีเราเลยต้องสื่อแบบเป็นรูปธรรมโดยใส่ในซองพลาสติกแบบหนารีดด้วยความร้อนทั้ง 4 ด้าน ตั้งแต่วันที่ลูกค้านำมาจำนำ เราทำให้ลูกค้าเห็นเวลาที่ลูกค้ามาไถ่ทรัพย์คืนเราจะให้เห็นเลยว่าเราเก็บแบบนี้ขออนุญาตตัดซอง พอเราทำให้เห็นเป็นรูปธรรมลูกค้าก็เกิดความมั่นใจ ส่วนทองคำเราจะชั่งให้ดูวันที่มาทองคำลวดลายนี้ๆ เราระบุในตั๋วจำนำชัดเจนน้ำหนักเท่าไหร่วันที่ลูกค้ามาไถ่คืนเราก็ช่างให้ลูกค้าดูตรวจสอบกันว่าลวดลายถูกต้องตรงกันน้ำหนักยังคงเท่าเดิม เพราะเคยเกิดปัญหาว่าลูกค้าบางรายมาจำนำแล้วทิ้งไว้ 2 ปี ลูกค้าอ้วนขึ้นจึงใส่สร้อยเส้นเดิมที่นำมาจำนำไม่ได้เลยเป็นความรู้สึกของคนว่าตอนที่เอามาจำนำหลวมทำไมตอนไถ่แล้วคับ ก็เลยเกิดข้อถกเถียง เลยเป็นที่มาว่าเราต้องมีห้องวีไอพี เนื่องจากมีลูกค้าจำนวนมากซึ่งเอาทรัพย์มาบางครั้งก็หลายชิ้นพอหลายชิ้นเราก็ช่างให้ดูวันมาว่าทรัพย์ชิ้นที่ 1 เป็นอย่างไรชิ้นที่ 2 เป็นอย่างไร พอไล่จนครบพอวันไถ่เราก็ชั่งให้ลูกค้าดูวันกลับก็ชั่งให้ดูให้ตรวจทานให้เรียบร้อยลูกค้าก็มั่นใจนั่นคือจุดหนึ่ง"



เทคนิคการปั้นแบรนด์ที่มาพร้อมชื่อเสียง

เราตั้งใจให้อีซี่มันนี่แตกต่างและโดดเด่นเพื่อฉีกตัวเองออกจากโรงรับจำนำรูปแบบเดิม

"เราตั้งใจสร้างอีซี่มันนี่ให้แตกต่างและโดดเด่นเพื่อฉีกตัวให้ออกจากภาพโรงรับจำนำรูปแบบเดิม สิ่งแรกที่ทำคือรูปลักษณ์ภายนอกที่เปลี่ยนใหม่ อีซี่มันนี่ทุกสาขาจะเป็นอาคารที่โอ่โถงโปร่งสะอาด ข้างหน้าเราจะใช้กระจกเน้นความโปร่งใสสบายตา ข้างในเคาน์เตอร์ใช้กระจกใสที่ไม่มีลูกกรงกั้น เราต้องการสื่อกับลูกค้าว่าเราเป็นกันเอง พนักงานแต่งชุดยูนิฟอร์มให้การต้อนรับด้วยความสุภาพอ่อนน้อมเราให้บริการเน้นความสะดวกและรวดเร็วโดยมีเทคโนโลยีเข้ามาช่วยทุกขั้นตอน เริ่มจากฟิงเกอร์สแกน (สแกนลายนิ้วมือ) มีระบบบาร์โค้ด ใช้คอมพิวเตอร์พิมพ์ตั๋วและระบบรับจำนำซึ่งระบบทุกอย่างยกเว้นฟิงเกอร์สแกนเราเริ่มตั้งแต่ปี 48  ซึ่งเหตุผลที่ผมต้องทำแบบนี้เนื่องจาก 1.ระบบฟิงเกอร์สแกนธรรมชาติลูกค้าจะมาไถ่มากในช่วงปลายปีประมาณ 20 ธ.ค.โบนัสออกทุกคนจะมาไถ่เพราะเดี๋ยวจะได้กลับไปเจอหน้าครอบครัว การทำธุรกรรมจะมากกว่าปกติประมาณ 3-4 เท่าตัว ถ้าใช้พิมพ์ลายนิ้วมือและใช้คนเป็นคนตรวจจะเกิดความผิดพลาดได้ ระบบบาร์โค้ดพอลูกค้ามาจำนำส่งบัตรประชาชนเราพิมพ์ตั๋วออกบาร์โค้ดในตั๋วครั้งต่อไปเวลาลูกค้ามาทำธุรกรรมไม่ว่าจะเป็นส่งดอกเบี้ยเรายิงบาร์โค้ดตั๋วใบใหม่ปริ้นออกมาใบเสร็จปริ้นทันทีพอเป็นอย่างนี้จะสะดวกรวดเร็วใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีการคำนวณดอกเบี้ยไม่มีผิดพลาดแน่นอน ตรงนี้คือความสะดวกและรวดเร็ว เราเป็นโรงรับจำนำเอกชนรายแรกที่ออกใบเสร็จให้ลูกค้าทุกการใช้บริการ ตรงนี้เราต้องการให้ลูกค้ามั่นใจได้ว่าเราโปร่งใสและเป็นธรรม ดอกเบี้ยกฎหมายว่าอย่างไรเราก็ว่าไปตามนั้นไม่มีนอกเหนือจากนั้นแน่นอน"



เปิดความคิดรับจำนำของเล่นไฮโซ

เราต้องการเป็นทางเลือกให้กับสังคม ตุ๊กตาบลายธ์หรือกระเป๋าหลุยส์ มีค่าเราต้องการสร้างทางเลือกให้กับสังคมสามารถนำทรัพย์สินมาแปลงเป็นเงินสดได้และไม่ก่อให้เกิดการเบียดเบียนตัวเองหรือกับสังคมที่จะต้องให้ใครมารับผิดชอบ

"มุมมองของผมต่อโรงรับจำนำอาจจะต่างจากคนอื่น ผมมองว่าการจำนำเป็นทางเลือกของคนไทย ผมวิเคราะห์ว่าธุรกรรมการจำนำไม่ได้เบียดเบียนตัวเองไม่เบียดเบียนสังคม เพราะผู้ที่มีทรัพย์สินสามารถมาแปลงเป็นประโยชน์และถ้าลูกค้าไม่มาไถ่ทรัพย์ก็จะตกเป็นของโรงรับจำนำ โรงรับจำนำจะเอาทรัพย์ไปขายและไม่มีสิทธิ์ที่จะไปฟ้องร้องเรียกเงินเพิ่ม พอเป็นอย่างนี้เลยเป็นทางเลือกให้คนที่มีทรัพย์สิน เหมือนคนที่มีตุ๊กตาบลายธ์เราก็มองว่าในเมื่อมันมีค่าแล้วเขาเก็บไว้เฉยๆ ถ้าถึงตอนที่เราต้องนำมาใช้ประโยชน์จะต้องมีช่องทางให้สังคมได้ ไม่เบียดเบียนตนเองเพราะหากเราไม่มีเงินมาชำระก็จบ ซึ่งตุ๊กตาบลายธ์เป็นสิ่งที่เราหามาได้และไม่ก่อหนี้ใหม่ ไม่ได้ทำให้เกิดหนี้เอ็นพีแอลให้กับสังคม โรงรับจำนำเป็นกลไกเป็นคนกลางในการอำนวยความสะดวกเหมือนเอาของมาฝากไว้ชั่วคราวเพื่อนำเงินไปใช้เมื่อไหร่ที่ต้องการของคืนก็นำเงินมาชำระหนี้เพราะฉะนั้นผมเลยมองว่าการที่เราสามารถใช้ประโยชน์จากสิ่งที่เรามีอยู่มันเป็นทางเลือกที่ดีและมันก็ไม่น่าจะเป็นเรื่องที่ต้องอับอายหรือเสียเกียรติที่เราต้องเข้าโรงรับจำนำ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นตุ๊กตาบลาย์หรือกระเป๋าหลุยส์ ซึ่งมันมีค่าเราต้องการสร้างทางเลือกให้กับสังคมว่าเขาสามารถนำทรัพย์สินของเขามาแปลงเป็นเงินสดได้และก็ไม่ก่อให้เกิดการเบียดเบียนตัวเขาเองหรือกับสังคมที่จะต้องให้ใครมารับผิดชอบ"



การบริหารทรัพย์หลุดจำนำ

ไม่ตั้งราคาสูง เพราะไม่เน้นรายได้จากทรัพย์หลุด ทำให้คนชอบซื้อจนสินค้าไม่พอขาย

"ทรัพย์หลุดจำนำเราขายที่หน้าโรงเลยตอนนี้ของหลุดขายที่หน้าโรงไม่พอ เพราะผมเน้นรายได้จากดอกเบี้ยไม่ได้เน้นรายได้จากทรัพย์หลุดเพราะฉะนั้นเมื่อของหลุดเราจะตั้งขายเลยพอเราตั้งขายเราบวกมาร์จิ้นไปแค่เท่ากับดอกเบี้ยกับภาษีที่เราขายและบวกกับค่าดำเนินการนิดหน่อยเพราะฉะนั้นของที่เราตั้งขายราคาจึงไม่สูงผู้บริโภคจึงนิยมมาซื้อเลยเป็นที่มาว่าเราตัดทรัพย์หลุดทุก 10 วัน คือ ทุกวันที่ 10 , 20 และ 30 ใช้เวลาประมาณ 2 วัน เพราะฉะนั้นช่วงวันที่ 2 ,12 และ 22 เราจะออกวางขายก็เป็นที่รู้กันในแง่ของผู้บริโภคว่าเขาจะมากันในวันที่ 2,12,22 ทุกคนก็จะมาช็อปทรัพย์หลุดในราคาที่เป็นธรรมคือราคานี้ถูกแน่นอนเพียงแต่ว่าของอาจจะระบุไม่ได้ต้องซื้อตามที่มีอยู่ เพราะเราคงจะไประบุทรัพย์ประเภทอย่างนั้นอย่างนี้ โรเล็กซ์รุ่นนั้นรุ่นนี้หลุดมันคงทำไม่ได้ แต่ของที่หลุดราคาจะอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานของแท้แน่นอนนั่นคือสิ่งที่เราทำและส่งต่อให้คนที่ต้องการซื้อ"

ความแตกต่างโรงรับจำนำเอกชนและรัฐบาล


โรงรับจำนำเอกชนคล่องตัวในการให้บริการและมีนโยบายตอบสนองลูกค้าสูงกว่าของรัฐบาล

"การดำเนินธุรกิจโรงรับจำนำเอกชนและรัฐบาลไม่ได้ต่างกัน เพราะใช้พระราชบัญญัติโรงรับจำนำฉบับเดียวกันแต่ก็มีความแตกต่างบ้างในแง่ของถ้าเป็นโรงรับจำนำเอกชนจะมีความคล่องตัวในการปรับนโยบายในการให้บริการได้อย่างรวดเร็วให้ทันกันของสภาวะเศรษฐกิจการเมืองเอกชนทำได้เร็วกว่า ในขณะเดียวกันก็มีนโยบายในการให้บริการเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้ายืดหยุ่นได้สูงกว่าและทันเหตุการณ์ได้มากกว่า ดอกเบี้ยพ.ร.บ.กำหนดให้เท่ากัน แต่รัฐบาลอาจจะมีบางช่วงเช่นเปิดเทอมที่รัฐบาลมีนโยบายที่จะช่วยประชาชนซึ่งเราก็สนับสนุนเช่น รัฐบาลอาจจะมีว่าถ้าจำนำไม่เกินเท่านั้นเท่านี้คิดดอกเบี้ยไม่เกิน 50 สต. หรือ 1 บาท"



ปัญหาและอุปสรรค

ปัญหา คือความท้าทายที่ต้องฝ่าฟันไปให้ได้

"ผมมองว่าการทำงานทุกอย่างต้องมีอุปสรรคมีปัญหาไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ซึ่งก็เป็นปกติของการทำงานแต่ผมไม่มองว่าปัญหาและอุปสรรคเหล่านี้มันคือปัญหาแต่ผมมองว่ามันคือความท้าทายที่เราต้องฝ่าฟันมันไปให้ได้ ในแง่ของโรงรับจำนำเองปัญหาอาจะเกี่ยวกับเรื่องกฎหมาย เพราะ พ.ร.บ.ที่ดูแลเราเป็นพ.ร.บ.เมื่อ 2505 ก็ 50 ปีพอดี แม้จะมีการปรับแก้บางเรื่องบางมาตราแต่ก็มีอยู่หลายเรื่องที่สภาพสังคมและเศรษฐกิจที่มีการเปลี่ยนแปลงไปเยอะแล้ว เช่น เวลาเปิด-ปิด พ.ร.บ.บอกว่าเปิด 8 โมงเช้าและปิดภายใน 6 โมงเย็นผมเข้าใจว่าสมัยนั้น 6 โมงเย็นก็คงจะเปลี่ยนเราก็อาจจะอันตรายเวลาผ่านไป 40-50 ปีทุกวันนี้ธนาคารก็เปิดถึง 2 ทุ่มก็มีในห้างในบางที่แต่โรงรับจำนำเปิดไม่ได้ เปิดได้ถึงแค่ 6 โมงเย็น สิ่งที่เราแก้ปัญหาเรื่องนี้คือการเปิดบริการทุกวันพอเปิดทุกวันมันก็ช่วยได้ในระดับหนึ่งที่ลูกค้าบางรายต้องการใช้บริการหลังเลิกงานแต่ติดเรื่องข้อจำกัดว่าปิดก่อนก็เลือกมาวันที่หยุด"



สูตรสำเร็จที่ทำให้มีวันนี้


รักงานที่ทำ กล้าคิดนอกกรอบ รับฟังความเห็นของคนอื่น หลายหัวดีกว่าหัวเดียว

"เราต้องรักงานที่เราทำ ถ้าจะทำงานให้ประสบความสำเร็จและมีอย่างวันนี้ ต้องรักงานที่ทำเพราะถ้าเรารักงานเราก็จะทุ่มเทความสนใจและความสามารถที่จะทำงานนั้นได้โดยไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยและท้อแท้ แต่ในทางกลับกันเราจะทำงานนั้นอย่างสนุกและเผชิญกับงานนั้นได้โดยที่ไม่มีขีดจำกัด ซึ่งนอกจากรักงานแล้วต้องกล้าคิด แม้ว่าบางครั้งความคิดของเราจะแปลกไม่เหมือนคนอื่น แต่ผมว่าเราต้องรับฟังความเห็นของคนอื่นถ้าคิดไม่เหมือนกัน และหลังจากรับฟังแล้วคิดทบทวนว่าอันไหนดีที่สุดถูกต้องที่สุด หลังจากนั้นเราต้องกล้าทำ ทำแล้วต้องไม่กลัวอุปสรรค ถ้ามีอุปสรรคมาเราก็ต้องฝ่าฟันให้ประสบความสำเร็จอย่ามองว่าเป็นปัญหาแต่มองว่าเป็นความท้าทายที่เราจะฝ่าฟันไปให้ได้ อีกอย่างคือต้องให้กำลังใจตัวเองได้ และสิ่งสุดท้ายที่สำคัญคือเราต้องมีทีมงานที่ดี อย่าทำงานคนเดียวหลายความคิดย่อมดีกว่าที่เราคิดคนเดียวต้องฟังความคิดเห็นของคนอื่นให้มากๆ หลังจากได้ข้อสรุปเมื่อเราทำงานประสบความสำเร็จเราต้องไม่ลืมทีมงาน เราต้องชื่นชมเค้าต้องให้เค้าเป็นส่วนหนึ่งของความสำเร็จและเราก็ต้องดูต่อไปอีกว่าผลตอบแทนที่เราให้กับเค้าเหมาะสมหรือไม่ให้เค้าเจริญก้าวหน้าไปพร้อมกับบริษัท ด้วยปัจจัยเหล่านี้เราคิดว่ามันจะนำไปสู่ความสำเร็จได้"

บริหารคน บริหารองค์กร

ดูแล ใส่ใจทุกคนเหมือนคนในครอบครัว บรรยากาศการทำงานต้องอบอุ่นขณะเดียวกันต้องปลูกฝังความเป็นมืออาชีพให้กับพนักงานด้วย

"เราดูแลทุกคนเหมือนกับคนในครอบครัว เราต้องดูแลทุกคนให้ทำงานอย่างมีความสุข ในขณะเดียวกันเขาก็จะต้องมีความก้าวหน้า ต้องให้โอกาสในการเรียนรู้ และพัฒนาความรู้ความสามารถ และเมื่อพัฒนาความรู้ความสามารถได้แล้วเราต้องดูโอกาสให้เขาก้าวหน้าในตำแหน่งหน้าที่การงานและเมื่อก้าวหน้าแล้วก็ต้องดูผลตอบแทนเหมาะสมกับความรู้ความสามารถของตัวเขาเอง ต้องดูว่ามีสวัสดิการที่ดีเราเองพยายามสร้างบรรยากาศในการทำงานให้เป็นบรรยากาศแบบครอบครัว ให้อบอุ่นเป็นกันเองแต่ในขณะเดียวกันเราก็ต้องปลูกฝังและอบรมให้เขาทำงานแบบมืออาชีพและสิ่งที่สำคัญคือบริษัทฯ สนับสนุนให้พนักงานไปปฏิบัติธรรม พนักงานที่จะก้าวขึ้นสู่ระดับหัวหน้าจะต้องไปปฏิบัติธรรมในหลักสูตรเข้มข้น 7-10 วัน หรือพนักงานท่านอื่นสนใจจะไปปฏิบัติเราก็อนุญาตโดยไม่คิดเป็นวันลา เพราะเรามองว่าเป็นประโยชน์ต่อตัวพนักงานในระยะยาว เพราะธรรมชาติไม่ว่าจะเป็นการทำงานหรือใช้ชีวิตจะต้องเจอปัญหาอุปสรรคเจอความเครียดเจอความทุกข์ แต่ถ้าไปปฏิบัติธรรมสิ่งที่จะได้คือ "สติ" พอมีสติจะเกิดปัญญาพอเกิดปัญญาเวลาเจอปัญหาจะทำให้ความเครียดลดลงทำให้ความทุกข์ในใจลดลงได้ด้วยตัวเองนั่นเป็นสิ่งที่เรามองว่าจะเป็นประโยชน์ต่อตัวพนักงาน"



จุดเด่นแบบไร้คู่แข่ง

พนักงานของเราจะระลึกเสมอว่า "ลูกค้าคือพระเจ้า"

"เรามีนโยบายการในการให้บริการที่แตกต่างและโดดเด่น 3 เรื่องคือ 1.เรื่องราคานโยบาย เราจะให้ราคาสูงสุดเท่าที่ทรัพย์นั้นจะเอื้อ โดยที่เรามีผู้เชี่ยวชาญที่ชำนาญทรัพย์ในทุกประเภทเป็นผู้ตีราคาให้ด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม 2. เราดูแลทรัพย์ของลูกค้าโดยที่ทรัพย์วันมาและวันกลับต้องอยู่ในสภาพเดิม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทองหรือเพชร ในเรื่องเครื่องใช้ไฟฟ้า เราจะเก็บอยู่ในซองพลาสติกห่ออย่างเรียบร้อย เพื่อให้วันที่ลูกค้ามาจำนำวันแรกกับวันที่มาไถ่ฝุ่นไม่จับ 3. การบริการที่เราให้บริการด้วยมาตรฐานสูงเทียบเท่ากับสถาบันการเงิน พนักงานของเราระลึกเสมอว่าลูกค้าคือบุคคลสำคัญ ลูกค้าคือผู้ที่มีเกียรติลูกค้าเพียงแค่นำทรัพย์สินของเค้ามาแปลงเป็นเงินเพราะฉะนั้นลูกค้าที่ก้าวเข้ามาในสาขาของเราไม่ว่าจะเป็นใครนำสิ่งใดมีอาชีพอะไรนำทรัพย์ราคามากน้อยเท่าไหร่มาจำนำเค้าคือผู้มีเกียรติเค้าพียงแค่นำทรัพย์มาฝากเราไว้ชั่วคราวเพื่อเอาเงินไปใช้เมื่อถึงเวลาเค้าก็มารับกลับไป เพราะฉะนั้นพนักงานของเราต้องระลึกเสมอว่าเรามีหน้าที่ที่จะต้องดูแลทรัพย์ของลูกค้าให้ดีที่สุดให้สมกับที่เค้าไว้วางใจ"

ฝากถึงผู้อ่าน

"อยากให้สังคมและผู้อ่านลองพิจารณาดูว่าแนวคิดของโรงรับจำนำหากมองอีกมุมหนึ่งมันสามารถเป็นธุรกรรมที่เป็นประโยชน์โดยที่เราสามารถนำทรัพย์สินที่เราเก็บไว้เฉยๆ มาแปลงเป็นเงิน มันเหมือนกับเรากู้ยืมเงินตัวเองโดยที่มีโรงรับจำนำเป็นตัวกลางในการอำนวยความสะดวกโดยการนำทรัพย์มาฝากไว้ชั่วคราวเอาเงินมาใช้เรามีเงินเมื่อไหร่ก็มาไถ่คืนแต่ถ้าเรามีความจำเป็นที่ไม่สามารถไถ่ได้ทรัพย์นั้นก็หลุดแต่หลุดแล้วเราไม่ได้เสียเครดิตไม่เสียประวัติ ครั้งหน้าต้องการจำนำใหม่ก็สามารถมาใหม่ได้ถ้ามองในมุมนี้ก็มองได้ว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ไม่น่าอายไม่เสียเกียรติอยากให้สังคมเปลี่ยนทัศนคติกับโรงรับจำนำพวกเราก็จะได้ใช้ประโยชน์จากธุรกรรมนี้ซึ่งผมมองว่ามันเป็นประโยชน์"

เก็บตก 10 เรื่องราวที่ไม่ควรพลาดของ "อีซี่มันนี่"

1.ทรัพย์ที่แปลกที่สุดที่อีซี่มันนี่เคยรับจำนำคือ "เงินพดด้วง"
2.ตั้งแต่รับจำนำมาตุ๊กตาบลายธ์ยังไม่เคยมีประวัติหลุดจำนำแต่อย่างใด
3.ผู้ที่จะมาซื้อกระเป๋าหลุยส์หลุดจำนำคือ "ไฮโซ"
4.ทองคำเป็นสิ่งที่หลุดจำนำมากที่สุดเพราะเป็นสิ่งที่คนนำมาจำนำมากที่สุดด้วยเช่นกัน
5.อีซี่มันนี่รับจำนำของทุกอย่างก็จริงแต่สิ่งที่เราไม่รับจำนำคือสิ่งที่พ.ร.บ.ห้ามไว้ เช่น ปืน รถยนต์ ฯลฯ
6.อีซี่มันนี่จะไม่เปิดเป็นแฟรนไชส์เด็ดขาด เพราะควบคุมยาก
7.มูลค่าตลาดโรงรับจำนำอยู่ที่ 1.7 แสนล้านบาท แต่ของอีซี่มันนี่เกิน 100 ล้านบาทแล้ว
8.จุดที่โรงรับจำนำแข่งขันมากที่สุดคือ กรุงเทพฯและปริมณฑล
9.เป็นโรงรับจำนำต้องไม่กลัวโจรเพราะกว่าจะถึงที่เก็บทรัพย์ได้ต้องผ่านหลายด่านไม่เหมือนสถาบันการเงินทั่วไป
10.อีซ่ีมันนี่เตรียมเปิดสาขาเพิ่มอีก 6 สาขาในปีนี้ รวมเป็น 21 สาขา

เปิดเซฟอีซี่มันนี่

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

โหวตข่าวนี้