advertisement

แรงส่งเริ่มแผ่ว ธปท.ปรับลดประมาณการขยายตัวทั้งปีเหลือ 5.7%

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ส.ค. 2555 19:42

ธปท.ประเมินเศรษฐกิจไตรมาสที่ 2 โต 3.5% พร้อมปรับลดการขยายตัวทั้งปีเหลือ 5.7% จาก 6% เหตุแรงส่งทางเศรษฐกิจครึ่งปีหลังเริ่มแผ่ว ขณะที่รัฐบาลท่อตัน ใช้จ่ายและลงทุนต่ำกว่าที่คาดมาก ส่วนเศรษฐกิจโลกที่ทรุด ทำส่งออกไทยส่อกระอักจะโต 7% ทั้งปี ครึ่งปีหลังต้องโตไม่ต่ำกว่า 16.3%...

เมื่อวันที่ 3 ส.ค. 2555 นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) สายนโยบายการเงิน แถลงรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจและภาวะเงินเฟ้อว่า ธปท.ได้ประมาณการการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.5% เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน และขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.3% เทียบกับไตรมาสที่ 1 ของปีนี้ โดยครึ่งปีแรกเศรษฐกิจไทยขยายตัวในอัตรา 1.8% โดย ธปท.มองว่า แรงส่งให้เกิดการขยายตัวของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังเริ่มชะลอตัวลง โดยแรงส่งของเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังลดลงจากเฉลี่ยที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 1.4% เหลือ 0.8% ซึ่งเป็นเหตุผลให้ ธปท.ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยในปีนี้ลงเหลือขยายตัว เพิ่มขึ้น 5.7% เทียบกับการขยายตัว 6% ในการประมาณการครั้งก่อนอย่างไรก็ตาม การขยายตัว 5.7% ยังถือเป็นการเติบโตที่ดีในระดับหนึ่ง โดยในครึ่งปีหลังเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวได้เฉลี่ย 9.7% โดยไตรมาสที่ 3 ธปท.คาดว่าเศรษฐกิจไทยจะขยายตัวเพิ่มขึ้น 3.2% เทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน และไตรมาส 4 จะดีดตัวขึ้นโดยขายตัว 16.7% เทียบกับฐานที่ต่ำในปีก่อน ซึ่งไตรมาส 4 ปีที่ผ่านมา ขยายตัวติดลบสูงถึง 9%

นายไพบูลย์ กล่าวถึงเหตุผลหลักในการชะลอตัวของเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีหลังไว้ 3 ประการ โดยประการที่ 1 คือ การขยายตัวที่สูงกว่าคาดของเศรษฐกิจไทยในไตรมาสแรก และการฟื้นตัวที่ยังดีอยู่ในไตรมาสที่ 2 จะเริ่มแผ่วลงในไตรมาสที่ 3 และไตรมาสที่ 4 ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติ เพราะครึ่งปีแรกเป็นช่วงที่เราฟื้นตัวจากการขยายตัวที่ติดลบที่เกิดขึ้นจากอุทกภัยครั้งใหญ่ของประเทศในปลายปีที่ผ่านมา ทำให้มีการลงทุนและอุปโภคบริโภคที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วประการที่ 2 คือ เศรษฐกิจไทยได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวมากกว่าที่คาด ทั้งผลจากวิกฤติเศรษฐกิจในยูโร และความอ่อนแอในการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ทำให้ ธปท.ลดการประมาณการการขยายตัวของการส่งออกลงมาจาก 9% ในการประมาณการครั้งก่อนลงเหลือ 7% ในการประมาณการครั้งนี้ ซึ่งตัวเลข 7% นี้ถือว่าเป็นการประมาณการในขั้นสูงของ ธปท. ซึ่ง ธปท.คาดว่ากำลังซื้อของโลก และศักยภาพการส่งออกของไทยยังทำได้ โดยจากตัวเลขจริง ซึ่งการส่งออกในครึ่งปีแรกขยายตัวติดลบ 2.1% หากต้องการให้ขยายตัวเพิ่มขึ้นเป็น 7% ทั้งปี ในครึ่งปีหลังการส่งออกจะต้องขยายตัว 16.3% หรือเฉลี่ย 21,800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ต่อเดือนสำหรับเหตุผลประการที่ 3 ที่ ธปท.ปรับประมาณการเศรษฐกิจลงครั้งนี้ มาจากการใช้จ่ายและการลงทุนของภาครัฐ ทั้งการใช้จ่ายและลงทุนในงบประมาณ และการใช้จ่ายตาม พ.ร.บ.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ล่าช้ากว่าที่คาดมาก และจะมีเงินเข้าสู่ระบบในปีนี้ค่อนข้างน้อย โดยจากเดิมที่คาดว่างบลงทุนในปีนี้จะใช้จ่ายได้จริง 74% จะเหลือใช้จ่ายออกมาได้แค่ 69% ซึ่งเป็นการลงทุนที่ต่ำกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งรัฐบาลลงทุนได้ 72.2% ของงบลงทุนรวม

“ผลกระทบจากการส่งออกของไทยที่ชะลอตัว ส่งผลให้การขยายตัวของเศรษฐกิจปีนี้ติดลบ 0.4% ขณะที่การใช้จ่ายและลงทุนของรัฐบาลที่ล่าช้า ส่งผลติดลบต่อผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) 0.3% เท่ากับมีผลให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ลดลง 0.7% แต่การขยายตัวของเศรษฐกิจในไตรมาสแรก ซึ่งดีกว่าที่เราคาด 0.4% มาช่วยลดผลกระทบได้ ทำให้ ธปท.ลดประมาณการเศรษฐกิจปีนี้ลงแค่ 0.3% ขณะที่ในปีหน้า ธปท.ได้ปรับลดประมาณการลงเช่นกัน โดยลดลง 5.8% ซึ่งเป็นประมาณการเศรษฐกิจครั้งก่อน ลงเหลือ 5.0% ซึ่งเป็นการเติบโตที่ยังถือว่าพอใช้ได้ เพราะใกล้เคียงกับศักยภาพของเศรษฐกิจไทย”

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. กล่าวด้วยว่า ธปท.ประเมินว่า ปัจจับลบที่เกิดขึ้นจากเศรษฐกิจโลกชะลอตัว ผลจากวิกฤติเศรษฐกิจในยุโรป สหรัฐฯ และการชะลอตัวของเศรษฐกิจเอเชียจากการส่งออกที่ลดลง จะยังคงเกิดขึ้นยาวนาน ในขณะที่รัฐบาลควรจะเร่งในการลงทุน และใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเพื่อกระตุ้นการขยายตัวของเศรษฐกิจโดยนโยบายการคลัง และสำหรับนโยบายการเงินนั้น ในขณะนี้เมื่อเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน ประเทศไทยถือว่าอยู่ในระดับผ่อนคลายมาก เพราะมีเพียงประเทศเดียวที่อัตราดอกเบี้ยนโยบายที่แท้จริงอยู่ที่ระดับ 0% และในช่วงต่อไป หากมีความจำเป็นหรือเศรษฐกิจไทยแย่กว่าที่คาด เราก็พร้อมที่จะใช้กระสุนนโยบายการเงินที่เก็บไว้เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษบฐกิจ ในอีกทางหนึ่งทันที.

โหวตข่าวนี้