advertisement

ผู้ค้าส่งออกผวาคิวอี 3 ป่วนค่าเงิน

โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ 11 ก.ค. 2555 23:13

“ผู้ส่งออก” คาดวิกฤติส่งออกจากปัญหาหนี้สาธารณะของอียูไม่จบง่ายๆ ส่งผลให้ปีนี้ส่งออกไทยอาจไม่ได้ตามเป้า อย่างเก่งโตได้แค่กว่า 10% ผวามะกันใช้มาตรการคิวอี 3 ทำค่าเงินบาท-เงินภูมิภาคผันผวนหนัก

11 ก.ค. นายพงษ์ศักดิ์ อัสสกุล ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยระหว่างการเสวนาเรื่อง “ทางรอดส่งออกไทยภายใต้วิกฤติอียู” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจว่า กว่าวิกฤติเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในกลุ่มประเทศยุโรปจะฟื้นตัวได้ น่าจะเป็นช่วงไตรมาส 4 ของปี 56 ซึ่งจะทำให้ยอดการส่งออกสินค้าไทยในปีนี้อาจไม่ได้ตามเป้าที่กระทรวงพาณิชย์ตั้งไว้ 15% จากปีก่อน คิดเป็นมูลค่า 263,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ โดยสินค้าที่จะได้รับผลกระทบจะเป็นสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น อัญมณีและเครื่องประดับ สิ่งทอและเครื่องนุ่งห่ม

ทั้งนี้ ผู้ส่งออกต้องปรับตัวด้วยการลดค่าใช้จ่าย หาตลาดใหม่ สรรหาสินค้าใหม่ที่ตรงกับความต้องการตลาด และเน้นการให้บริการลูกค้า เช่น การสร้างความมั่นใจว่าสามารถส่งออกได้ตามกำหนดเวลา ส่วนสิ่งที่ต้องการให้รัฐช่วยเหลือมากที่สุดคือการอัดฉีดเงินให้ผู้ส่งออกที่ขาดสภาพคล่องจากผู้ซื้อปลายทาง ขอขยายเวลาการชำระค่าสินค้า พิจารณาแก้ไขกฎระเบียบภาษีต่างๆ ที่ไม่เอื้อต่อการส่งออก และเร่งผลักดันการเจรจาเปิดเขตการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ไทย-ยุโรป ให้ได้โดยเร็วที่สุด เพราะมีแนวโน้มที่สินค้าไทยหลายรายการจะถูกตัดสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) จากยุโรปในปี 56

“เป้าหมายการส่งออกปีนี้ที่ขยายตัว 15% คงเป็นเรื่องยาก เพราะถ้าต้องการให้ได้ตามนั้น ในช่วงที่เหลือของปีนี้จะต้องมีอัตราการขยายตัวไม่ต่ำกว่าเดือนละ 15% แต่หากภายใน 2 เดือนนี้ รัฐบาลมีมาตรการแก้ปัญหาการส่งออกที่ชัดเจน ก็น่าจะช่วยดันให้ภาพรวมยอดส่งออกปีนี้โต 10% ขึ้นไปได้ ส่วนปัญหาการเมืองขณะนี้ ผู้ส่งออกไม่ห่วงอยู่แล้ว” นางพงษ์ศักดิ์กล่าว

อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนมีความเป็นห่วงว่าค่าเงินบาท และค่าเงินในภูมิภาคจะผันผวนหากสหรัฐฯ ต้องเร่งแก้ปัญหาเศรษฐกิจผ่านมาตรการคิวอี 3 ซึ่งจะทำให้เงินทุนไหลเข้ามาในเอเชียจำนวนมาก ส่งผลต่อค่าเงินให้ผันผวน แต่เชื่อว่าหากค่าเงินบาทไทยเคลื่อนไหวสอดคล้องกับค่าเงินของภูมิภาค หรือไม่ผันผวนมากจนเกินไปก็จะไม่กระทบต่อการส่งออกมาก แต่ผู้ส่งออกเองต้องระมัดระวังและจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ป้องกันและประเมินความเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง

ด้านนายสมพร จิตเป็นธม รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพี่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (ธสน.) กล่าวว่า ปัญหาเศรษฐกิจยุโรปจะไม่กระทบไทยอย่างรุนแรงโดยตรง พิจารณาจากยอดการขอชะลอเวลาการจ่ายค่าสินค้า หรือการผิดนัดชำระเงินที่ไม่ได้สูงมาก แต่สิ่งที่ต้องจับตาดูคือ สหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มจะออกมาตรการคิวอี 3 มาพยุงเศรษฐกิจ ซึ่งจะทำให้มีเงินทุนไหลเข้าภูมิภาคและไทย ทำให้ค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้นได้ จึงอยากเตือนผู้ส่งออกอย่าเก็งกำไรจากค่าเงิน แต่ให้คาดหวังจากกำไร จากการค้าขายสินค้ามากกว่า เพราะหากเก็งกำไรค่าเงิน เมื่อเกิดความผิดพลาดก็จะทำให้ธุรกิจถึงขั้นล้มได้ สิ่งที่ดีที่สุดคือการล็อกกำไรว่าค่าเงินเท่าใดที่จะเหมาะสมกับธุรกิจของตัวเอง และประกันความเสี่ยงเพื่อลดตัวแปรที่จะกระทบเศรษฐกิจ

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement