• หน้าหลัก
  • นสพ.ฉบับวันนี้
  • ประเด็นร้อน
  • บริการบนมือถือ
  • กิจกรรม
  • ร่วมงานกับไทยรัฐ
Thairath

วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ.2556
ค้นหาข่าว
Twitter
Facebook
Facebook
คุณมีข่าวใหม่ 0 ข่าว
  • ข่าวในพระราชสำนัก
  • การเมือง
  • กีฬา
  • บันเทิง
  • ไลฟ์สไตล์
  • วิทยาการ
  • เศรษฐกิจ
  • การศึกษา
  • ต่างประเทศ
  • ข่าวทั่วไทย
  • SMEมีแวว
  • เรื่องเล่าความสำเร็จ
เรื่องเด่น :
ฝาก 6 ข้อหนุนเที่ยวไทย | ลดเป้าส่งออกเหลือ 7% สังเวยบาทแข็ง-ค่าแรงสูง-เศรษฐกิจโลก |

รัฐวิสาหกิจเฮ ป.ตรีขึ้นหมื่นห้า เงินเดือนสูงกว่า 5 หมื่นแห้วต่อ ครม.ไม่ใจอ่อน

Pic_275037

ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ 52,815 คน เฮ! รับค่าจ้างเพิ่ม ปริญญาตรีได้ค่าครองชีพเพิ่มเป็นเดือนละ 15,000 บาท ส่วนต่ำกว่าปริญญาตรีได้เพิ่มเป็นเดือนละ 9,000 บาท โดยให้เป็นการชั่วคราว  ยกเลิกเมื่อไรก็ได้  แต่พนักงานรัฐวิสาหกิจรายได้สูงกว่า 50,000 บาทต่อเดือน ยังแห้วต่อไป ครม.ไม่ทบทวนขึ้นเงินเดือน 5% ตามมติปรับโครงสร้างเงินเดือน

น.ส.ศันสนีย์ นาคพงศ์ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบตามที่กระทรวงแรงงานเสนอการจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ รวม 52,815 คน จากจำนวนลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจที่มีอยู่ทั้งสิ้น 271,762 คน เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายเร่งด่วนของรัฐบาลที่ต้องการให้ความช่วยเหลือกลุ่มผู้มีรายได้น้อยเพื่อให้มีรายได้เพียงพอในการดำรงชีพตามภาวะเศรษฐกิจที่ปรับสูงขึ้น

โดยลูกจ้างที่ได้รับเงินเพิ่มในลักษณะค่า ครองชีพชั่วคราวในครั้งนี้ประกอบด้วย 1. ลูกจ้างที่บรรจุวุฒิปริญญาตรี และมีค่าจ้างต่ำกว่าเดือนละ 15,000 บาท จะได้รับค่าจ้างเป็นเดือนละ 15,000 บาท มีจำนวน 31,224 คน ทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 62.23 ล้านบาท 2. ลูกจ้างที่บรรจุในตำแหน่งที่ใช้วุฒิการศึกษาต่ำกว่าระดับปริญญาตรีและมีค่าจ้างต่ำกว่าเดือนละ 9,000 บาท จะได้รับค่าจ้างเป็นเดือนละ 9,000 บาท มีจำนวน 21,591 คน มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 21.84 ล้านบาท รวมแล้วจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นเดือนละ 84.07 ล้านบาท

ทั้งนี้  มติ ครม.ให้ใช้เงินงบประมาณของแต่ละรัฐวิสาหกิจเอง และกำหนดว่าการจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพครั้งนี้ ถือเป็นการจ่ายชั่วคราว ไม่ถือเป็นค่าจ้าง รวมทั้งไม่เป็นฐานในการคำนวณสิทธิประโยชน์ต่างๆ แก่ลูกจ้าง และหาก ครม.มีมติยกเลิกการจ่ายเงินเพิ่มค่าครองชีพชั่วคราวของทางราชการ ก็ให้รัฐวิสาหกิจยกเลิกการจ่ายเงินเพิ่มการครองชีพชั่วคราวแก่ลูกจ้างด้วย

สำหรับกรณีที่มีพนักงานรัฐวิสาหกิจเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างเงินในกรณีพนักงานมีเงินเดือนสูงกว่า 50,000 บาทต่อเดือนด้วยนั้น นายหาญส์ หิมะทองคำ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ครม.เห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 (ฝ่ายเศรษฐกิจ) ที่มีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เป็นประธาน ที่ว่า เห็นควรยืนยันตามมติ ครม.เมื่อวันที่ 28 มี.ค.2554 ที่ให้ปรับค่าจ้างของลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ 65 แห่ง ในอัตราไม่เกิน 5% เท่ากันทุกตำแหน่ง ซึ่งมีผลไปแล้วตั้งแต่ 1 เม.ย.2554 เป็นต้นมา ภายใต้เงื่อนไขว่า เมื่อมีการปรับอัตราค่าจ้างใหม่แล้ว จะต้องมีค่าจ้างเดิมรวมกับที่ปรับใหม่ไม่เกิน 50,000 บาท ขณะเดียวกัน ควรนำผลการศึกษาการปรับโครงสร้างเงินเดือนของพนักงานและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจทั้งระบบมาประกอบการพิจารณาด้วย

โดยการเข้า ครม.ในครั้งนี้ เกิดขึ้นเนื่องจากมีลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ 300 คน ยื่นหนังสือต่อกระทรวงแรงงานให้เสนอ ครม.ทบทวนมติ ครม.ใหม่ แต่ภายหลังได้ทบทวนแล้ว คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ 4 เห็นว่าการปรับค่าจ้างให้กับลูกจ้างรัฐวิสาหกิจมีเจตนารมณ์ในการช่วยเหลือลูกจ้างที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 50,000 บาท ขณะที่ผู้มีรายได้เกินกว่าเดือนละ 50,000 บาทถือว่าเป็นผู้มีรายได้สูง สามารถดำรงชีพได้โดยภาครัฐไม่ต้องช่วยเหลือ นอกจากนี้ การขึ้นเงินเดือนให้ลูกจ้างรัฐวิสาหกิจทั้งหมด จะสร้างภาระต่องบประมาณของภาครัฐในระดับสูง

โดยจากข้อมูลพื้นฐานของรัฐวิสาหกิจลูกจ้างทั้งหมด 271,726 คน แบ่งเป็นลูกจ้างที่มีเงินเดือนไม่เกิน 50,000 บาท จำนวน 203,284 คน และลูกจ้างที่มีเงินเดือนเกิน 50,000 บาท จำนวน 68,442 คน คิดเป็น 74.81% และ 25.19% ของลูกจ้างทั้งหมดตามลำดับ

คณะกรรมการกลั่นกรองฯ มีความเห็นด้วยว่า การพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนลูกจ้างรัฐวิสาหกิจตามตำแหน่งอาจไม่เหมาะสม เนื่องจากมีความแตกต่างของโครงสร้างและฐานเงินเดือนของแต่ละองค์กร ดังนั้น การใช้ระดับเงินเดือนเป็นเกณฑ์การปรับอัตราค่าจ้างจึงมีความเหมาะสมแล้ว อีกทั้งกระทรวงการคลังและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังพิจารณาหาแนวทางการปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนพนักงานและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจในภาพรวมให้เหมาะสม และอยู่ระหว่างรอผลการศึกษาของคณะทำงานพิจารณาปรับปรุงโครงสร้างเงินเดือนพนักงานและลูกจ้างรัฐวิสาหกิจ

ทั้งนี้  มีข้อมูลพื้นฐานที่ได้สำรวจจากรัฐวิสาหกิจ 57 แห่ง จาก 67 แห่ง ระบุว่า การขึ้นเงินเดือนให้กับลูกจ้างรัฐวิสาหกิจเพิ่มขึ้น 5% โดยกลุ่มที่มีเงินเดือนไม่เกิน 50,000 บาท จะทำให้มีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในปีงบประมาณ 2555-2557 จำนวน 3,265 ล้านบาท 3,897 ล้านบาท และ 3,854 ล้านบาท ตามลำดับ และถ้าปรับขึ้นให้กับผู้มีเงินเดือนตั้งแต่ 50,000 บาทขึ้นไป จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นในปีงบ 2555-2557 จำนวน 3,684 ล้านบาท, 4,487 ล้านบาท และ 3,926 ล้านบาท ตามลำดับ.

ไทยรัฐออนไลน์

  • โดย ทีมข่าวเศรษฐกิจ
  • 11 กรกฎาคม 2555, 06:00 น.

เนื้อหาที่เกี่ยวข้อง

  • 36 ข่าว
  • ไม่มีรูปภาพที่เกี่ยวข้อง
  • ไม่มีข้อมูลบุคคลที่เกี่ยวข้อง
tags:
ศันสนีย์ นาคพงศ์ ค่าจ้าง เงินเดือน ปริญญาตรี 15 000 รัฐวิสาหกิจ
ขยายตัวอักษร

ขยายตัวอักษร

ใหญ่ขึ้น

เล็กลง

Share

Tweet

คุณชอบข่าวนี้หรือไม่
ชอบ
ไม่ชอบ
ผลการโหวต
ชอบ
13 คน
86.7%
ไม่ชอบ
2 คน
13.3%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ข่าวอื่นๆ ในเศรษฐกิจ

หุ้นไทยปิดลบ 12.61 จุด อยู่ที่ 1,631.27 จุด

รมว.พลังงาน เผย ไฟดับ14จ.ใต้ เกิดจาก...

อึ้ง! โฆษณา กฟผ.เก่า โชว์ชัดกู้ไฟดับได้ใน1...

  • พิสูจน์ชัด! ขายแพงจริง 2โรงหนังดัง
  • เซียนชี้ทองรูด อาจแตะ1,325เหรียญสหรัฐฯ
  • เซียน ชี้ หากทองหลุด1,350เหรียญ จะเป็น...
  • ชิ้นส่วนยานยนต์ไทยจ่อโคม่า
  • 'ซีทีเอช' ลุยรีแบรนด์ก้าวอีกขั้นสู่มิติใหม่การดู...
  • "กองทุนรวมไทย" ติดอันดับ 3 โลก
  • อึ้ง! โฆษณา กฟผ.เก่า โชว์ชัดกู้ไฟดับได้ใน1...
  • ห้องร้องทุกข์
  • เงาหุ้น
  • เทียบท่าหน้า 3
  • เลขที่1 วิภาวดีฯ
  • ตะลุยฟุตบอลโลก
  • วิเคราะห์การเมือง
  • เกร็ดข่าวลูกหนัง
  • รอบโลก
  • วิดีโออ๊อฟเดอะเดย์
  • เรียงหน้าชน
  • หน้าต่างโลก
  • คิดจาก Social Media
  • เปิดฟ้าส่องโลก
  • ชักธงรบ
  • ดัชนีเศรษฐกิจ
  • ส่องตำรวจ
  • 4 สุดยอดพรีเมียร์ลีก
  • เปิดม่าน joke opera

หน้าหลัก l การเมือง l กีฬา l ไลฟ์สไตล์ l วิทยาการ l เศรษฐกิจ l การศึกษา l ต่างประเทศ l ข่าวทั่วไทย
ศาสนาและความเชื่อ l การเกษตร l ข้าราชการ l ข่าวประชาสัมพันธ์
คอลัมน์ l ภาพ l บุคคล l ค้นหา

ฉบับวันนี้และย้อนหลัง 7 วัน

เกี่ยวกับไทยรัฐ
มูลนิธิไทยรัฐ
ศูนย์ข้อมูลไทยรัฐ
ติดต่อโฆษณา
ติดต่อไทยรัฐ

  • Copyright © 2009 Terms & Conditions
  • สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ
  • Internet Thailand
  • Powered By