วันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

"ไทยสมายล์" พร้อมเหินฟ้า สยายปีกบินทั่วไทยก่อนรุกตลาดอาเซียน

“ไทยสมายล์” สายการบินไทยน้องใหม่การบินไทย เตรียมสยายปีกทั่วประเทศ ลั่นพร้อมชิงส่วนแบ่งตลาดเส้นทางบินในประเทศ ก่อนโกอินเตอร์ครอบคลุมทั่วอาเซียน จีน อินเดีย เน้นภาพลักษณ์ทันสมัย สดใส คุ้มค่า มั่นใจกำไรทะลักตั้งแต่ปีแรก

นายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการผู้จัดการหน่วยธุรกิจ การบินไทยสมายล์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากที่การบินไทยได้นำเครื่องบินแอร์บัส A320 มาเปิดทำการบิน ในเส้นทางบินปฐมฤกษ์เที่ยวแรก กรุงเทพฯ-มาเก๊า เมื่อวันที่ 7 ก.ค.ที่ผ่านมา พบว่าได้รับการตอบรับจากผู้โดยสารเป็นอย่างดี โดยเที่ยวบินแรกมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสาร (เคบินแฟคเตอร์) 100% ส่วนยอดจองตั๋วโดยสารล่วงหน้าในเส้นทางบินอื่นๆ ยอดจองมีอย่างต่อเนื่องในทุกเส้นทางบินในประเทศที่เปิดทำการบิน โดยมีเคบินแฟคเตอร์เฉลี่ย 70-72% โดยเดือน ก.ค.นี้จะเปิดเส้นทางบินในประเทศ คือ อุบลราชธานี อุดรธานี ขอนแก่น เชียงราย และสุราษฎร์ธานี จากนั้นในปี 56 จะเริ่มทำการบินในตลาดต่างประเทศ โดยมุ่งเน้นตลาดอาเซียน จีน และอินเดีย ต่อไป

นอกจากนี้ ภายในปี 58ไทยสมายล์จะเพิ่มฝูงบินรวมกว่า 11 ลำ เพื่อเพิ่มศักยภาพ และล่าสุดคณะกรรมการ (บอร์ด) บริษัทการบินไทย อนุมัติให้ไทยสมายล์เพิ่มศักยภาพจัดหาเครื่องบินเข้ามาประจำฝูงบินเพิ่มขึ้นอีก 9 ลำ จึงทำให้ในปี 58 ไทยสมายล์จะมีฝูงบินรวมทั้งสิ้น 20 ลำ เพื่อเสริมการบินกว่า 25 จุดบิน ในเส้นทางบินในประเทศและระหว่างประเทศ โดยเป็นเส้นทางบินเดิมที่การบินไทยเคยบิน 15 เส้นทาง และอีก 5 เส้นทางบินเป็นเส้นทางบินใหม่ และที่เหลือ 5 เส้นทางบินเป็นจุดบินต่อจุดบิน เช่น เชียงใหม่-ภูเก็ต เป็นต้น

ซึ่งตามแผนทางการบินไทยสมายล์ 70% บินเส้นทางบินระหว่างประเทศคือ เส้นทางบินเมืองต่างๆในจีนและอินเดีย, ลาว, กัมพูชา ประกอบด้วย เส้นทางบินเซินเจิ้น, ฉงฉิ่น, สุราบายา อินโดนีเซีย, มัณฑะเลย์, ดานัง เวียดนาม, หลวงพระบาง ประเทศลาว, เสียมเรียบ ประเทศกัมพูชา และเซบู ประเทศฟิลิปปินส์ เป็นต้น ส่วนอีก 30% เป็นเส้นทางบินในประเทศที่การบินไทยเคยทำการบินทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางสุราษฎร์ธานี, กระบี่, อุดรธานี, อุบล-ราชธานี เป็นต้น

“เมื่อไทยสมายล์เปิดทำการบินในปี 55 มีการรับมอบเครื่องบินครบ 4–5 ลำ คาดว่าจะรองรับการขนส่งผู้โดยสารได้ถึง 300,000 คน สามารถทำรายได้ให้กับไทยสมายล์กว่า 1,800 ล้านบาท และเมื่อมีการทยอยรับมอบเครื่องบินอีกจำนวน 6 ลำ ในปี 57–58 จะรองรับผู้โดยสารได้ถึง 1,500,000 คน คาดว่าจะสร้างรายได้รวมกว่า 4,800 ล้านบาท ซึ่งสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าภายใน ปีแรกที่เปิดให้บริการไทยสมายล์ก็สามารถทำกำไรได้แล้วและสายการบินนี้จะรองรับผู้โดยสารกลุ่มที่ต้องการความทันสมัย และการบริการที่ดี”

สำหรับสายการบินไทยสมายล์ที่ตั้งขึ้นนั้น เป้าหมายเพื่อเพิ่มศักยภาพ เสริมการบินให้กับการบินไทย เนื่องจากมองว่าหากไม่เปิดไทยสมายล์ การบินไทยจะแข่งเส้นทางบิน
ในประเทศ และภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ลำบาก เพราะปัจจุบันสายการบินคู่แข่งมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้น โดยตั้งเป้าว่าหากมีเครื่องบิน 11 ลำ ไทยสมายล์จะสามารถทำส่วนแบ่งการตลาดในเส้นทางบินในประเทศเพิ่มขึ้น 1-2% และเมื่อมีเครื่องบิน 20 ลำ จะมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นเป็น 3-5% ของภาพรวม

ส่วนการรองรับการเปิดเสรีอาเซียนที่จะมีขึ้นในปี 58 นั้น ยอมรับว่าการเปิดให้บริการไทยสมายล์ ส่วนหนึ่งเพื่อรองรับความต้องการในการเดินทางของคนในภูมิภาคนี้มากขึ้น โดยเฉพาะผู้โดยสารจากกลุ่มอินโดไชน่า โดย เฉพาะประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้, จีน และอินเดีย โดยมองว่าถ้าสายการบินของประเทศใดพร้อมก่อนเปิดเสรีในปี 58 ถือว่าได้เปรียบ เพราะเมื่อถึงเวลานั้นคงมีสายการบินต่างชาติเข้ามาวิ่งให้บริการว่อนทั่วประเทศไทย

“การบินไทยสมายล์” มีรูปแบบการ จัดตั้งในแนวคิดที่จะสร้างภาพลักษณ์ไทย-สมายล์ให้เป็นเทรนดี้แอร์ไลน์ ที่มีความทันสมัย เฟรนด์ลี่ และความคุ้มค่า (Trendy– Friendly–Worthy) ซึ่งไม่ใช่ผลิตภัณฑ์ในลักษณะเดียวกันกับสายการบินต้นทุนต่ำ แต่จะเป็น Sub–brand ของการบินไทยที่ต้องการสร้างความแตกต่างเพื่อเป็นทางเลือกใหม่ให้แก่ลูกค้า

ทั้งนี้ ผลิตภัณฑ์ใหม่จะมีภาพลักษณ์ที่มีความทันสมัยเน้นความรวดเร็วของการให้บริการ อาทิ การใช้ตัวอักษรคำว่า “สมายล์” เป็นภาษา อังกฤษที่มีรูปแบบตัวอักษรที่ให้ความรู้สึกเป็นมิตร เข้าถึงง่าย ต่อท้ายคำว่า “ไทย” ในรูปแบบตัวอักษรตามแบบที่มีโลโก้ภาษาอังกฤษของการบินไทย ที่แสดงให้เห็นถึงความมีระดับในชั้น Premium เมื่อรวมกับคำว่าสมายล์ แล้ว จะแสดงให้เห็นถึงความเป็น Light Pre-mium ตรงกับความรู้สึกที่ว่ามีความคุ้มค่า (Worthy) ตลอดจนการพ่นสีที่ข้างลำตัวเครื่องบินเป็นแถบริบบิ้น 3 เส้น ประกอบไปด้วยสีชมพูบานเย็น สีเหลือง และสีส้ม ที่เป็นสีเดียวกับตัวอักษรคำว่า “สมายล์” เมื่อรวมกันแล้วจะแสดงให้เห็นถึงความทันสมัยและเฟรนด์ลี่ ซึ่งทั้งหมดจะเป็นไปตามภาพลักษณ์ของ “ไทยสมายล์”  คือ Trendy–Friendly–Worthy.