advertisement

'การบินไทยสมายล์' พรีเมียมแอร์ไลน์เบาๆ แต่ไม่ใช่โลว์คอสต์

โดย จุลดิส รัตนคำแปง 2 ก.ค. 2555 19:50

จับเข่าคุยผู้บริหารการบินไทย และการไทยสมายล์ กับรูปแบบบริการของสายการบินน้องใหม่ แผนงาน เส้นทางการบิน และอนาคต กับการแข่งขันในธุรกิจการบินที่โลว์คอสต์ กำลังมาแรง ด้วยบริการพรีเมียมแบบการบินไทย อะไร คือ ความเหมือนความต่าง...

หลายคนคงจะได้ยินชื่อสายการบินน้องใหม่ "การบินไทยสมายล์" ไปบ้างแล้ว อันเป็นหนึ่งในหน่วยธุรกิจใหม่ของการบินไทย ที่ประกาศมาว่าถูกออกแบบมาให้จับตลาดลูกค้าที่ต้องการเดินทางในระยะใกล้ ด้วยคาแรกเตอร์ของการเป็นสายการบินที่ Trendy-Friendly-Worthly หรือ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ มีความเป็นกันเองด้วยบริการที่ดี ในขณะที่ราคาเหมาะสมคุ้มค่า ด้วยการที่ต้องการให้รูปแบบการบริการแตกต่างไปจากการบินไทยแบบ Traditional Service เดิมมาสู่การเป็น Lite Premiem Service ใหม่ในเส้นทางใหม่แถบภูมิภาคเอเชีย และเส้นทางบินใหม่ภายในประเทศ และเส้นทางเดิมของการบินไทย 

ไทยรัฐออนไลน์ได้มีโอกาสสัมภาษณ์ ผู้บริหารของการบินไทย เพื่อตอบคำถามคาใจของสายการบินใหม่ ที่ย้ำว่าไม่ใช่โลว์คอสต์ แต่ไม่หรูแบบการบินไทย แล้วจะแข่งขันตรงไหน ราคาค่าตั๋วในระดับใด แตกต่างจาก บริการเอื้องหลวงอย่างไร จับลูกค้าแบบไหน ได้บริการอะไรบ้าง

นายธีรพล โชติชนาภิบาล รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่สายผลิตภัณฑ์และบริการลูกค้า บริษัทการบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สายการบินไทยสมายล์ไม่ใช่สายการบินโลว์คอสต์ อย่างที่คนทั่วไปคิดกัน เราไม่ได้ขายตั๋วราคาถูก 0 บาท 99 บาท ขณะนี้ ธุรกิจการบินเห็นกันว่ากลุ่มโลว์คอสต์แอร์ไลน์มีการเติบโตสูงมาก เมื่อเรามาพิจารณาการเติบโตว่าโตเพราะอะไร เพราะสายการบินเขาเสนอราคาค่าโดยสารที่คนรับได้ ความต้องการในตลาดจึงเพิ่ม ยกตัวอย่าง ตั๋วโดยสาร กรุงเทพฯ-ฮ่องกง เมื่อก่อนราคาหมื่นกว่าบาท คนก็ไม่ค่อยไปกัน แต่พอวันที่ราคาลงมาเหลือ 3,000 บาท คนก็แห่ไปเพียบ สายการบินต่างๆ ก็ต้องเร่งแย่งลูกค้า ตัวผู้บริโภคก็มองกันแต่ราคา ดังนั้นผู้เล่นในตลาดก็ต้องทำให้ตัวเองโลว์คอสต์จริง

คำว่าโลว์คอสต์ ในที่นี้ก็คือ ต้นทุนต่ำหรือศูนย์ ต้นทุนของสายการบินอย่างน้อยก็เริ่มแต่จ้างคนหน้าเคาน์เตอร์ จ้างคนขนกระเป๋า ค่าอาหาร จ่ายเป็นรายเดือน ต้นทุนมีมหาศาล แต่การลดต้นทุนทำง่ายๆ แค่เรื่องกระเป๋าแทนที่จะจ้างเป็นเดือน ก็ให้คิดเป็นใบ และก็อยู่ที่ผู้โดยสารจะโหลดกระเป๋าไหม ถ้าโหลดก็จ่ายเพิ่ม อาหารก็ต้องซื้อกินเอง นั่นคือการผลักค่าใช้จ่ายกลับไปที่ตัวผู้โดยสาร ในสถานการณ์ที่เขาเต็มใจจะจ่าย โดยที่ไม่รู้ว่าต้องรับภาระตัวเอง แต่วันนี้ไทยสมายล์เราบอกว่า เราไม่ใช่โลว์คอสต์  แต่ คือ ไลท์ พรีเมียม จับคนที่ต้องการพรีเมียมเซอร์วิสแบบเบาๆ โดยที่ไม่ได้มองเรื่องราคาเป็นหลัก

เมื่อถามว่า การบินไทยยังต้องการทำโลว์คอสต์อยู่ไหม ใจจริงเราก็ยังอยากทำเพื่อเป็นการป้องกันลูกค้าไหลออก เป็นการป้องกันส่วนแบ่งการตลาด แต่เวลานี้เรามองเห็นโอกาสเสนอบริการที่แตกต่าง ในช่วงเวลาที่โลว์คอสต์แอร์ไลน์แข่งกันแรง เรามองตลาดระดับกลางถึงบนที่นิยมเดินทางด้วยเครื่องบิน เสนอบริการแบบเต็มที่ ไม่ได้ลงไปแข่งราคากับแอร์เอเชีย ไม่ได้ลงไปชนตรงๆ กับนกแอร์ บางที่คู่แข่งที่เป็นรุ่นเดียวกันน่าจะเป็นบางกอกแอร์เวย์ส แต่ก็บินคนละเส้นทาง ไทยสมายล์เปิดเส้นทางใหม่ก่อน คือ กรุงเทพฯ-มาเก๊า แล้วราคาตั๋วเริ่มต้นก็เทียบได้กับค่าอาหารมื้อเช้าโรงแรม 5 ดาว ที่เชื่อว่าคนที่ไปเที่ยวมาเก๊าไม่สะเทือนแน่ๆ เส้นทางการบินของไทยสมายล์ มีเส้นทางใหม่ๆ ที่เรายังไม่เคยทำ เช่น อินเดีย กระบี่ และเชียงใหม่-ภูเก็ต เนื่องจากปี 2555 เราจะมีเครื่องบิน 4 ลำให้บริการ

ในส่วนของลูกเรือและกัปตันของไทยสมายล์ ก็แตกต่างแยกออกไปจากการบินไทย เพราะถูกจ้างผ่านบริษัทจ้างงาน เงินเดือน สวัสดิการ จะต่างจากพนักงานการบินไทย ค่าใช้จ่ายในการบริหารจัดการก็จะลดลงไป ดูจากพนักงานต้อนรับบนเครื่อง หรือ แอร์โฮสเตส ก็จ้างผ่านบริษัทลูก บอกเลยว่าลูกเรือไทยสมายล์มีหน้าที่ต้องทำมากกว่าแอร์ฯ ของการบินไทย ตั้งแต่ดูแลผู้โดยสาร ขายอาหาร ไปจนถึงทำความสะอาดห้องโดยสาร รวมถึงห้องน้ำ ทั้งหมดนี้ต้องทำเอง ไม่มีพนักงานขึ้นไปทำความสะอาดแบบการบินไทย เราเชื่อว่าลดค่าใช้จ่ายได้ถึง 30% จากต้นทุนปกติ แม้ว่าเราจะขยับตัวลำบากเวลาจะทำอะไรเพราะเป็นรัฐวิสาหกิจ แต่นี่คือสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากสายการบินอื่นๆ ที่มีอายุยาวนานแล้วล้มหายตายจากไป

ด้าน นายวรเนติ หล้าพระบาง กรรมการผู้จัดการ การบินไทยสมายล์ กล่าวถึงภาพรวมธุรกิจการบินว่า ขณะนี้ ธุรกิจการบินมีการแข่งขันที่สูงมาก สายการบินต่างๆ ก็หากินกันไม่ง่ายเหมือนอดีต ขณะที่โลว์คอสต์ก็เติบโตเร็ว เราจึงต้องหาวิธีรักษาตลาด ไทยสมายล์เป็นหนึ่งในกลยุทธ์เพื่อจับตลาดใหม่ เมื่อผู้โดยสารฉลาดมากขึ้น รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรชัดเจน เช่นเดียวกับธุรกิจการบินที่แบ่งกลุ่มตลาดชัดเจน โดยจับตลาดพรีเมียมตั้งแต่กลางถึงบน ด้วยความคุ้มค่าและราคา แต่ลดความฟุ่มเฟือยลงไป หมายความว่า บริการไม่โลว์คอสต์ แต่ในแง่การปฏิบัติงานโลว์คอสต์หมด ตั้งแต่งานออฟฟิศก็เป็นออฟฟิศเล็กๆ แต่ทำได้หลายอย่าง เพราะต้องทำต้นทุนให้ดีกว่าการบินไทย สิ่งที่จะเห็นจากไทยสมายล์ คือ การเสิร์ฟอาหาร สะสมไมล์สำหรับลูกค้า ROP ค่าโดยสารถูกกว่าการบินไทย 10-15% แล้วแต่เส้นทาง โดยไม่มีการแข่งราคาออกโปรโมชั่นตั๋ว 6 บาท 99 บาท

กก.ผจก.การบินไทยสมายล์ กล่าวต่อว่า เราไม่กลัวการแข่งขันกับสายการบินในประเทศ แต่กลัวเมื่อเราเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน ที่จะมีการเปิดเสรีน่านฟ้า ทำให้การบินแบบเมืองต่อเมืองง่ายขึ้น แต่จะทำให้สายการบินเล็กๆ อ่อนแอ เพราะถูกสายการบินใหญ่แย่งสล็อตการบินไป ส่วนตัวเชื่อว่าธุรกิจการบิน จะเป็นธุรกิจต้นน้ำเมื่อเปิดการค้าเสรีอาเซียน แต่ไทยยังไม่มีสายการบินที่แข็งแรงพอรับมือการแข่งขันเสรีได้ เรามีแต่เครื่องบินระยะไกล ไม่มีเครื่องที่จะช่วยขยายฐานลูกค้า แต่การที่เราได้เครื่องบิน แอร์บัส A-320-200 มาให้บริการ จะทำให้ไทยสมายล์มีเครื่องมือที่ดีในการบุกตลาดอาเซียน และเอเชีย เพราะจากนี้ 2-3 ปี ตลาดยุโรปจะโตช้าลง แต่เอเชีย แอฟริกา และอเมริกาใต้จะโตขึ้น จึงเป็นโอกาสดีของการบินไทย

นายวรเนติ กล่าวอีกว่า ตามแผนงานเส้นทางบิน 70% จะบินในภูมิภาคอาเซียน จีน และอินเดีย ส่วนอีก 30% จะเป็นเส้นทางภายในประเทศ โดยการบินไทยสมายล์จะมีเส้นทางการบินจาก 4 ส่วน ได้แก่

1.ทดแทนเส้นทางบินเดิมของการบินไทย ที่ใช้เครื่องโบอิ้ง 737-400 คือ กรุงเทพฯ-เชียงใหม่-กรุงเทพฯ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต-กรุงเทพฯ 
2.บินแทนที่ในเส้นทางรองของการบินไทย ได้แก่ กระบี่ สุราษฎร์ธานี 
3.เปิดเส้นทางใหม่เป็นของตัวเอง นั่น คือ กรุงเทพฯ-มาเก๊า-กรุงเทพฯ และ เชียงใหม่-ภูเก็ต-เชียงใหม่
4.สร้างฐานการบินของตัวเอง โดยเลือกเมืองใหม่เพิ่งเปิดเป็นเมืองท่องเที่ยว ในไทย คือ เชียงใหม่ และภูเก็ตที่จะเป็นการต่อจุดหมายปลายทางไปต่างประเทศ นอกจากนี้ก็มองหาเมืองในภูมิภาคอาเซียน อาทิ มัณฑะเลย์ ดานัง หลวงพระบาง เซบู สุราบายา เมดาน เสิ่นเจิ้น และโฉงชิ่ง

"ส่วนเครื่องบินที่จะใช้งานในปี 2555 จะมีเครื่องบิน A-320-200 ประจำการก่อน 4 ลำ โดยลำแรกที่เพิ่งได้รับมา นามพระราชทาน "อุบลราชธานี" จะบินเส้นทาง กรุงเทพฯ - มาเก๊า วันละ 2 เที่ยวบิน ลำที่ 2 จะเอามาทดแทนเส้นทาง กรุงเทพฯ-สุราษฎร์ฯ-กรุงเทพฯ ของการบินไทย ลำที่ 3 ใช้บินเส้นทาง กรุงเทพฯ-กระบี่-กรุงเทพฯ และลำที่ 4 ใช้บินเส้นทาง เชียงใหม่-กระบี่-เชียงใหม่ โดยเมื่อถึงปี 2556 ช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค.จะได้เครื่องมาอีก 2 ลำ ก็จะมีเมืองใหม่ๆ เพิ่มแต่ยังไม่ได้ระบุว่าจะไปไหน รวมเครื่องบินที่จะมีทั้งหมด 11 ลำ และทางบอร์ดการบินไทยอนุมัติให้จัดหาเพิ่มอีก 9 ลำ เชื่อว่าในปี 2015 การบินไทยสมายล์ จะมีฝูงบินที่ใหญ่กว่านกแอร์เกือบ 3 เท่า แต่ยังเล็กกว่าแอร์เอเชีย และเราก็อยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิเหมือนเดิม" กก.ผจก.การบินไทยสมายล์ กล่าวทิ้งท้าย

ทั้งหมดนี้ คือ แผนงานและสิ่งที่จะเกิดขึ้นกับสายการบินไทยสมายล์ และการบินไทย ที่ปรับตัวเข้ากับการแข่งขันของธุรกิจการบินยุคที่แข่งขันด้านราคา และรับมือกับการเปิดเขตการค้าเสรีอาเซียน กับหน่วยงานใหม่ คนรุ่นใหม่ ของสายการบินแห่งชาติ กับการเปิดเส้นทางสู่การท่องเที่ยวในเมืองใหม่ๆ ส่วนจะบริการถูกใจคุ้มค่า ราคาตั๋วมากแค่ไหน ขึ้นอยู่กับเหล่าผู้โดยสารชาวไทย จะเป็นผู้พิสูจน์ด้วยการใช้บริการด้วยตัวเอง...

 

 

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement