วันพฤหัสบดีที่ 19 ตุลาคม พ.ศ. 2560
บริการข่าวไทยรัฐ

ข่าว

วิดีโอ

คลังจ่อชงครม.แก้กฎหมาย กบข.

คลังเล็งแก้ไขกฎหมาย กบข. เพื่อเพิ่มรายได้ให้แก่สมาชิก แต่ไม่ปรับสูตรคำนวณเงินบำนาญ คาดนำเรื่องเข้า ครม.ได้ภายในเดือนก.ค.นี้ เพื่อให้ทันประชุมสภาสมัยหน้า...

วันที่ 25 มิ.ย. 2555 นายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยภายหลังการประชุมใหญ่ผู้แทนสมาชิก กบข. และรายงานผลการดำเนินงานในปี 54 ว่า กรมบัญชีกลางและกระทรวงการคลัง ได้หารือในหลักการกับ นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและ รมว.คลัง เพื่อเตรียมนำเสนอแก้ไขกฎหมายของ กบข. โดยเฉพาะเรื่องอัตราผลตอบแทนของสมาชิก ภายหลังจากเกษียณราชการจะได้เงินบำนาญน้อยกว่าข้าราชการที่ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิก กบข. โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปภายในเดือน ก.ค.นี้ และพร้อมที่จะเสนอเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายในปีนี้ ก่อนที่นำเรื่องดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาของรัฐสภาสมัยประชุมหน้า หรือต้นปี 56

นายอารีพงศ์ กล่าวว่า ปัจจุบันอายุราชการตั้งแต่เริ่มต้นทำงานวันแรกจนถึงเกษียณตั้งแต่ 22 ปี จนถึง 60 ปี จะอยู่ที่ 38 ปี แต่เนื่องจากรัฐบาลประกาศจัดตั้ง กบข. เมื่อปี 40 โดยให้ข้าราชการที่รับราชการก่อนปี 40 สมัครใจเข้า กบข.ได้ ส่วนกรณีที่รับราชการหลังจากปี 40 จะเป็นการสมัครแบบภาคบังคับนั้น ปัญหาที่เกิดขึ้นในขณะนี้ก็คือ กรณีที่ข้าราชการสมัครใจเข้าเป็นสมาชิก กบข. จะได้รับอัตราผลตอบที่เป็นรายได้ประจำ (บำนาญ) ต่อเดือนน้อยกว่าเงินข้าราชการที่ไม่ได้สมัครเป็นสมาชิกประมาณ 50%

“ในหลักการแล้ว กระทรวงการคลังมองภาพใหญ่ โดยเฉพาะฐานะการคลังในอนาคต เพราะหากแก้ไขกฎหมายแล้ว มีภาระทางด้านการคลังมากไปเราคงไม่ทำ เพราะหากแก้ไขสูตรในการคำนวณเงินบำนาญ บางตัวอย่างพบว่า กระทวงการคลังจะมีภาระจากเงินก้อนนี้ 80,000-90,000 ล้านบาทในอีก 30 ปีข้างหน้า”

นายอารีพงศ์ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันสูตรในการคำนวณเงินบำนาญคิดจากเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย คูณด้วยอายุราชการ หารด้วย 50 แต่ผลลัพธ์ที่ได้จะต้องไม่เกิน 70% ของเงินเดือนเฉลี่ย 60 เดือนสุดท้าย ซึ่งจะทำให้เงินบำนาญที่คิดตามสูตรนี้ ได้รับน้อยกว่าเงินบำนาญเดิมประมาณ 40-50% แต่เนื่องจากระบบการจ่ายเงินของ กบข.ยังมีเงินสะสม เงินสมทบ และรายได้จากการลงทุนบวกรวมกันเป็นเงินก้อนอีกจำนวนหนึ่ง แต่ผู้ร้องเรียนก็ไม่ได้นับเงินก้อนนี้เข้าไปด้วย จึงเหมือนกับว่าข้าราชการสมาชิก กบข.ที่เกษียณมีเงินใช้ในวัยหลักเกษียณไม่มากนัก

สำหรับเนื้อหาของกฎหมายที่ต้องการแก้ไขจริงๆ จะเป็นเรื่องของการนับวันทวีคูณของข้าราชการที่ปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงภัย เมื่อนับรวมกับอายุราชการแล้ว บางท่านมีอายุราชการถึง 45-50 ปี ซึ่งไม่ได้ประโยชน์จากสูตรที่คำนวณเงินบำนาญของ กบข. โดยในหลักการอาจกำหนดเพดานการรับราชการไว้ที่ 38 ปี ส่วนเกินกว่านั้นให้คำนวณเป็นผลตอบที่แยกออกมาเป็นกรณีพิเศษ โดยอาจจะจ่ายให้เป็นประจำทุกเดือน หรือจะเก็บยอดเงินเพื่อสะสมไว้ใช้ในวัยเกษียณก็ได้ และเรื่องอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนที่ขาดทุน ซึ่งจะแก้ไขโดยใช้เงินงบประมาณสนับสนุนจากเดิมที่มีผลการขาดทุนให้กลับมาเป็นบวก โดยให้อัตราผลตอบแทนจะเท่ากับอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 1 ปี ของธนาคารพาณิชย์ เป็นต้น

ส่วนผลการดำเนินงานในปี 54 กบข.มีทรัพย์สินสุทธิ 523,055 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 8% จากปี 53 และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้แก่สมาชิกได้ 16,296 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิอยู่ที่ 15,065 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตราผลตอบแทน 2.31% ทั้งนี้ ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาตั้งแต่จัดตั้งกองทุน กบข. สร้างผลตอบแทนเฉลี่ยสำหรับสมาชิก 6.96% ต่อปี ซึ่งสูงกว่าอัตราเงินเฟ้อ และอัตราดอกเบี้ยเงินฝากประจำ.