advertisement

Worse Emotional Forum

โดย บัญชา ชุมชัยเวทย์ 4 มิ.ย. 2555 05:30

WEF ย่อมาจาก World Economic Forum เป็นเวทีการประชุมที่ผู้นำสูงสุด ผู้นำรัฐบาล หรือแม้แต่อดีตผู้นำรัฐบาลของประเทศทั่วโลกล้วนรู้จัก และเคยมีโอกาสไปเข้าประชุม เคยใช้เป็นประตูชี้แจงเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับวงการเศรษฐกิจและ การเมืองทั่วโลก โดยจัดขึ้นในเมืองไทยเมื่อสัปดาห์ที่ผ่่านไปซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกันที่สภา ไทยมีการประชุมพรบ.ปรองดอง ทำให้ WEF กลับสื่ออีกหนึ่งความหมายได้ว่า Worse Emotional Forum ในเมื่อทั้งต่างชาติและคนไทย(รวมทั้งผมด้วย)ทั้งที่อยู่ในประเทศและนอก ประเทศไทยได้เห็นการแสดงออกทางอารมณ์ สีหน้า ท่าทาง น้ำเสียง ภาษาพูดของบรรดาผู้ทรงเกียรติ(ตามบทแนะนำตัวเองเมื่อจะขออภิปรายในสภาที่มักพูดกัน)ที่ต้องถูกบันทึกเป็นภาพประวัติศาสตร์ให้ลูกหลานได้สับสนในคำสั่งสอน รู้สึกเป็นงงในภาพที่เห็นกับบรรดาตัวแทนคนไทยอันทรงเกียรติที่ทำหน้าที่ออกกฎหมายสำคัญทางทางเศรษฐกิจและอื่นๆ

วันแรกของการประชุมเวิลด์อีโคโน มิกฟอรั่มที่โรงแรมแชงกรี-ลา เวทีสำคัญในวันนั้นอยู่ที่เศรษฐกิจเอเชียตะวันออกซึ่งมี 10 ชาติอาเซียนรวมอยู่ด้วย ประเด็นถูกพูดถึงความสำคัญ และศักยภาพที่น่าทึ่งในการเป็นหมอนหนุนภาวะเศรษฐกิจโลกซบเซา โดยมีรัฐมนตรีพาณิชย์อินโดนีเซีย รองนายกรัฐมนตรีิเศรษฐกิจไทย ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก และนักวิชาการชั้นนำจากสหรัฐ จนกระทั่งได้ข้อสรุปของมาตรการเศรษฐกิจที่สามารถพยุงเศรษฐกิจชาติตะวันตก และสามารถรักษาการขยายตัวของกลุ่มชาติอาเซียนได้ ในเวลาเดียวกันที่รัฐสภาไทย สมาชิกผู้ทรงเกียรติเดินขึ้นไปนั่ง ไปยืนขวางบันไดที่จะเดินขึ้นไปยังบัลลังก์ประธานสภาผู้แทนราษฎร ไม่นานนักสมาชิกผู้ทรงเกียรติหญิงก็ขึ้นไปลากเก้าอี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรลง มาจากบัลลังก์แล้วเอาไปไว้ด้านหลังบัลลังก์ ตามด้วยสมาชิกผู้ทรงเกียรติหญิงฝ่ายรัฐบาลวิ่งเข้าหาหวังจะฉุดยื้อเก้าอี้ ประธานสภาผู้แทนราษฎรกลับคืน ทำให้เกิดชุลมุนวุ่นวายทั้งสภาไทย

วันที่สองของการประชุมซึ่งถือว่าเป็นการเปิดการประชุมอย่างเป็นทางการในช่วง บ่ายโดยมีเวทีสำคัญที่สุดของการจัดประชุมครั้งนี้พูดถึงความหมายของวิธีคิด การเชื่อมต่อเศรษฐกิจในสมาชิกชาติอาเซียนแผ่นดินใหญ่ นายกรัฐมนตรีไทย ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ในฐานะเจ้าภาพจัดงานเวิลด์อีโคโนมิกฟอรั่มขึ้นบนเวที เสนอ 3 ยุทธศาสตร์เชื่อมต่อทั้งสร้างถนนเชื่ิอมพม่าผ่านไทยออกไปลาวเจาะถึงเมืองท่า เวียดนาม เสนอออกกฎหมายอำนวยความสะดวกเคลื่อนย้ายสินค้าตามจุดเชื่อมต่อที่สร้างผ่าน และเชื่อมการค้าการลงทุนกับประเทศอื่นนอกกลุ่มอาเซียน ถัดมาผู้นำสูงสุดอินโดนีเซีย ซูซิโล บัมบัง ยูโดโยโน่ ชูการลงทุนถนนและท่าเรืิอน้ำลึกเชื่อมต่อทุกเกาะเศรษฐกิจสำคัญ พร้อมวาทะประทับใจที่ว่า กลุ่มอาเซียนต้องเชื่อมต่อทุกอย่างเพื่อเป็นเขตเศรษฐกิจที่ดึงดูดเงินลงทุน ต่างชาติเข้ามาในอนาคต

ที่น่าสนใจต่อมาก็คือ นายทองสิง ทำมะวง นายกรัฐมนตรีสปป.ลาว ประกาศว่าถึงจะเป็นประเทศเดียวในชาติอาเซียนที่ไม่มีทางออกทะเล แต่จะทุ่มสร้างสะพานเชื่อมต่อกับชาติเพื่อนบ้านที่มีแม่น้ำโขงไหลผ่าน ตั้งแต่จีนตอนใต้ผ่านไทยเรื่อยถึงกัมพูชา ส่วนนายกรัฐมนตรีเวียดนาม นายเหงียนเติ๋นสุง กล่าวกับคนเข้าฟังว่าเร่งลงทุนสร้างท่าเรือน้ำลึกกับทุนญี่ปุ่นตลอดชายฝั่ง ทะเลแปซิฟิกตั้งแต่เหนือถึงใต้ แต่ก็ร่วมลงทุนกับชาติเพื่อนบ้านด้วยการสร้างชุมทางการเชืื่อมต่อถนนสู่ ท่าเรือน้ำลึกเพื่อออกสู่มหาสมุทรแปซิฟิก

ในเวลาเดียวกันที่รัฐสภาไทยบรรดาสมาชิกผู้ทรงเกียรติยืนเกาะกลุ่มอยู่ด้าน ล่างบริเวณหน้าบัลลังก์ประธานสภาผู้แทนราษฎร ทันใดนั้นก็มีเอกสารถูกขว้างลอยพุ่งเข้าใส่ตัวประธานสภาผู้แทนราษฎร อีกไม่นานนัก สมาชิกผู้ทรงเกียรติก็ตรงเข้าบีบคอฝ่ายตรงข้ามเพราะไม่พอใจที่ใช้โทรศัพท์ มือถือถ่ายภาพเหตุการณ์แฟ้มประชุมลอยพุ่งเข้าใส่ประธานสภาผู้แทนราษฎร

วันสุดท้ายของการประชุม WEF ความน่าสนใจที่สุดในวันปิดการประชุมอยู่ที่เวทีสุดท้าย คือ มุมองของผู้นำระดับสูงของธุรกิจข้ามชาติในกลุ่มอาเซียนที่เตือนเป็นนัยสำคัญ ว่าการเชื่อมต่อของ 10 ชาติอาเซียนให้ประโยชน์มากก็จริงแต่ก็ต้องนึกถึงความเสี่ยงที่จะตามมา โดยเฉพาะผมได้มีโอกาสสัมภาษณ์นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลชื่อก้องโลกที่ มีชื่อว่า โจเซฟ สติกลิทส์ ผมถามว่า"ชาติตะวันตกล้วนมองเศรษฐกิจเอเชียเหมือนกับชีสหอมจากเตาอบ มีการโยกเงินเข้ามาลงทุนในเอเชียและอาเซียนมากขึ้น จะทำให้เศรษฐกิจแถบนี้โดยเฉพาะไทยได้ประโยชน์แค่ไหน? ส่วนคำถามต่อเนื่อง คือ อะไรคือคำเตือนสำหรับเศรษฐกิจไทย? โจเซฟ สติกลิทส์ ตอบเน้นไปที่คำถามต่อเนื่องของผมว่า "ตราบเท่าที่เมืองไทยมีการเมืองที่มีเสถียรภาพ" พร้อมกับรอยยิ้มและคิ้วซ้ายที่ยกขึ้นของนักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลคนนี้

การประชุม World Economic Forum ครั้งที่ 21 ในไทยปิดฉากไปแล้ว ผู้นำทุกระดับจากทุกส่วนของเศรษฐกิจในกลุ่ม 10 ชาติอาเซียนและชาติตะวันตกเดินทางออกจากประเทศไทยด้วยความปลอดภัย และคาดหวังอย่างสูงว่าจะได้เห็นการเชื่อมต่อของทุกชาติสมาชิกอาเซียนให้ทัน ในอีก 3 ปีข้างหน้าก่อนเป็นประชาคมเศรษฐกิจอย่างสมบูรณ์แบบ ในขณะที่บางจังหวะของเวลา บางวันของการประชุม อาจทำให้ผู้เข้าร่วมประชุมที่เป็นคนต่างชาติที่อ่านหนังสือพิมพ์ภาษาอังกฤษ พาดหัวพร้อมภาพวุ่นวายในสภาไทยไปจนถึงประชาชนในไทยและคนทั่วโลกที่ได้เห็น ภาพทางทีวี คงต้องรู้สึกถึงคำแปลอีกมุมหนึ่งของ WEF ว่า Worse Emotional Forum ไม่มากก็น้อยครับ

บัญชา ชุมชัยเวทย์

 

โหวตข่าวนี้
advertisement

คลิก

ติดตามรายการสด

พร้อมชมรายการย้อนหลัง
advertisement