advertisement

รายงาน'เวิลด์ อีโคโนมิค'ชี้ ไทยรั้งที่ 4 ปท.น่าลงทุนในอาเซียน

โดย ทีมข่าวไทยรัฐออนไลน์ 31 พ.ค. 2555 14:15

ผู้ร่วมประชุม "เวิลด์ อีโคโนมิค" เห็นพ้องเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาคอาเซียน รับมือวิกฤติเศรษฐกิจโลก "อองซาน" ร่วมฟัง "โต้ง" เน้นกระจายรายได้กลุ่มคนรายได้น้อย แนะลดค่าใช้จ่ายด้านคมนาคมขนส่ง ขณะที่รายงานศักยภาพการแข่งขันของแต่ละประเทศ พบว่าไทยอยู่อันดับที่ 39 ของโลก เป็นอันดับ 4 ของอาเซียน มีจุดอ่อนจากปัญหาการเมืองและการคอรัปชัน...

เมื่อวันที่ 31 พ.ค. การประชุมเวิลด์ อีโคโนมิค ฟอรั่ม ว่าด้วยภูมิภาคเอเชียตะวันออก ครั้งที่ 21 ซึ่งประเทศไทยเป็นเจ้าภาพเริ่มประชุมอย่างเป็นทางการแล้ว โดยจะมีพิธีเปิดในเวลา 15.30 น.ซึ่งที่ผ่านมาผู้เข้าร่วมการประชุมต่างเสนอความคิดเห็นกันอย่างกว้างขวาง ทั้งนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นายปาสกาล ลามี ผู้อำนวยการองค์การการค้าโลก (WTO) และนายกิต้า วิร์จาวัน รัฐมนตรีการค้าของอินโดนีเซีย ในหัวข้อการประชุม “โมเดลแห่งเอเชียตะวันออกที่จะเปลี่ยนโฉมเศรษฐกิจโลก” โดยมีจุดร่วมที่เห็นตรงกันในการให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงเศรษฐกิจในภูมิภาค โดยเฉพาะการรวมตัวเป็นประชาคมเศรษฐกิจของอาเซียน เพื่อเพิ่มศักยภาพในการรับมือกับวิกฤติเศรษฐกิจโลก ซึ่งในที่ประชุมได้มีนางออง ซาน ซูจี ผู้นำฝ่ายค้านประเทศพม่า เข้าร่วมฟังการประชุมด้วย

ด้านนายกิตติรัตน์ กล่าวว่า ขณะที่โลกกำลังเผชิญปัญหาเศรษฐกิจ ภูมิภาคเอเชียยังมีความเหลื่อมล้ำหลายด้าน ทั้งการพัฒนา รายได้ และการศึกษาของประชากร ดังนั้น จึงต้องให้ความสำคัญกับการกระจายรายได้ โดยเฉพาะในกลุ่มที่มีรายได้น้อยและบรรดาเกษตรกร และเห็นว่ามาตรการแรกที่ไทยและอาเซียนควรดำเนินการ คือ ลดค่าใช้จ่ายในการคมนาคมขนส่ง เพื่อขยายความเชื่อมโยงในภูมิภาคให้มากขึ้น 

ขณะที่นายเธียร์รี่ เกเกอร์ นักเศรษฐศาสตร์ และ Associate Director ประจำศูนย์ Centre for Global Competitiveness and Performance, World Economic Forum ได้นำเสนอรายงานประจำปี 2011-2012 เรื่อง Global Competitiveness Report ศักยภาพการแข่งขันของประเทศต่างๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย โดยได้ประเมินในรายงานว่า ในส่วนของประเทศไทยนั้นอยู่ในอันดับที่ 39 ของโลก ได้รับคะแนนรวมที่ 4.5 คะแนน จากคะแนนเต็ม 10 คะแนน เทียบเป็นอันดับ 4 จากภูมิภาคอาเซียน ตามหลังสิงคโปร์ มาเลเซีย และบรูไน ตามลำดับ โดยจุดอ่อนของประเทศไทยเกิดจากปัญหาทางการเมือง การคอรัปชัน และการขาดความน่าเชื่อถือของนโยบาย

สำหรับการจัดอันดับดังกล่าวของไทย มีการระบุว่า เป็นการประเมินก่อนเหตุการณ์วิกฤติน้ำท่วมเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยจะมีการจัดอันดับใหม่ทั่วโลก รวมถึงไทย ประมาณเดือน ต.ค.2555 นี้

โหวตข่าวนี้